ความจริงหลังบานประตู: เมื่อแม่และพี่สะใภ้ตราหน้าฉันว่าเป็นผู้หญิงหน้าเงินแล้วลงมือทำร้ายอย่างทารุณ

ความจริงหลังบานประตู: เมื่อแม่และพี่สะใภ้ตราหน้าฉันว่าเป็นผู้หญิงหน้าเงินแล้วลงมือทำร้ายอย่างทารุณ แต่ต้องเข่าทรุดจนตัวสั่นเมื่อสามีผู้ทรงอิทธิพลเดินเข้ามาพร้อมประกาศกร้าววาจาประกาศิต

ความเจ็บปวดที่ซีกแก้มซ้ายลามไปจนถึงลำคอ มันรุนแรงและกะทันหันจนร่างของฉันปลิวไปกระแทกกับผนังห้องโถงอย่างแรง เสียงดัง ตึ้ก! ร่างกายของฉันทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นหินอ่อน ความเย็นของพื้นไม่ได้ช่วยลดความร้อนผ่าวบนใบหน้าของฉันเลยแม้แต่น้อย ฉันชื่อ “นลิน” และคนที่เพิ่งลงมือทุบตีฉันอย่างทารุณเมื่อครู่ไม่ใช่คนอื่นไกล แต่เป็น “แม่แท้ๆ” ของฉันเอง

“นังลูกสารเลว! ฉันเลี้ยงแกมาเพื่อให้แกไปเป็นปลิงเกาะคนรวยงั้นเหรอ!” เสียงตวาดของแม่ดังก้องไปทั่วคฤหาสน์หรู แม่ยืนชี้หน้าฉันด้วยความโกรธแค้น สายตาเต็มไปด้วยความรังเกียจราวกับฉันไม่ใช่ลูกที่เกิดจากอุทร

ทันใดนั้น “แพรวา” พี่สะใภ้ของฉันที่ยืนกอดอกอยู่ข้างๆ ก็เดินก้าวเข้ามา เธอถ่มน้ำลายลงบนพื้นตรงหน้าฉันอย่างเหยียดหยาม ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงบิดเบี้ยวด้วยความสะใจ “สมควรแล้วค่ะคุณแม่! หน้าด้านไร้ยางอายจริงๆ แอบไปจับคุณธันว์ มหาเศรษฐีระดับประเทศตอนที่เขาไปติดต่องานในชนบท แกมันก็แค่ผู้หญิงขุดทอง (Gold Digger) หวังจะชุบตัวทางลัดล่ะสิ! แต่อย่าคิดว่าแกจะเสวยสุขได้นานนะ เพราะตอนนี้คุณธันว์เขาไปปฏิบัติหน้าที่ด่วนที่ต่างประเทศ และเขาอาจจะไม่กลับมาหาแกอีกเลย!”

“ฮ่าๆๆ! จริงด้วยครับคุณแม่” “อนันต์” พี่ชายแท้ๆ ของฉันเองก็หัวเราะร่วนพลางเดินเข้ามาสมทบ เขามองลงมาที่ฉันด้วยสายตาดูถูก “นังนลิน แกคิดว่าคนระดับคุณธันว์เขาจะจริงจังกับผู้หญิงจืดชืดอย่างแกงั้นเหรอ? ที่เขาแต่งงานด้วยก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราว ตอนนี้เขาบินไปคุมงานโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่ยุโรปโน่นแล้ว และไม่มีวันรับสายแกแน่ๆ เอาเงินสินสอดทั้งหมดที่คุณธันว์เคยให้แกเอามาให้ฉันกับแพรวาซะดีๆ ไม่งั้นวันนี้แกไม่ได้ออกไปจากบ้านหลังนี้แน่!”

การทรยศของครอบครัวที่เห็นแก่เงิน

เหตุผลที่แม่ พี่ชาย และพี่สะใภ้พากันบุกมาที่เรือนหอของฉันในวันนี้ และลงมือทำร้ายฉันอย่างป่าเถื่อน ก็เพราะพวกเขารู้ข่าวว่า “คุณธันว์” สามีของฉันที่เป็นนักธุรกิจและผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศ ต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจลับและคุมงานด่วนที่ต่างประเทศเป็นเวลาหลายเดือน พวกเขาคิดว่าคุณธันว์ทิ้งฉันแล้ว และคิดว่าฉันไร้คนคุ้มกะลาหัว พวกเขาต้องการบีบบังคับให้ฉันส่งมอบสมุดบัญชี โฉนดที่ดิน และเงินสินสอดทั้งหมดที่คุณธันว์เคยให้ไว้ เพื่อเอาไปจุนเจือธุรกิจของพี่ชายที่กำลังจะเจ๊ง

“ฉันไม่มีเงินให้พวกพี่หรอกค่ะ…” ฉันพูดเสียงสั่นเครือ พยายามพยุงตัวลุกขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปาก “เงินทั้งหมดเป็นของคุณธันว์ ฉันไม่มีสิทธิ์ไปยุ่ง”

“ปากดีนักนะนังนี่!” แพรวาเงื้อมือขึ้นตั้งท่าจะเข้ามาตบฉันซ้ำอีกรอบ โดยมีแม่และพี่ชายยืนดูด้วยความสะใจ พลางขู่บังคับให้ฉันเซ็นเอกสารมอบอำนาจทางการเงินที่พวกเขาร่างขึ้นมาเอง

แต่ในวินาทีที่มือของแพรวากำลังจะฟาดลงมาบนใบหน้าของฉันอีกครั้ง…

ปัง!!!

วาจาประกาศิตหลังบานประตู

ประตูคฤหาสน์บานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกกับผนัง เสียงดังกึกก้องประดุจเสียงฟ้าผ่า ทำเอาทุกคนในห้องโถงสะดุ้งสุดตัวและชะงักไปในทันที

ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสากลสีดำสนิทก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความเยือกเย็นและทรงอำนาจแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ชายคนนั้นมีใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลัก แต่ดวงตาคู่คมกริบสีนิลกลับเต็มไปด้วยความดุดันและรังสีฆ่าฟัน

“คุณธันว์…!” แพรวาอุทานเสียงหลง มือที่เงื้อค้างอยู่ค่อยๆ ลดลงด้วยความสั่นเทา

“ค-คุณธันว์? คุณกลับมาได้ยังไง? ไหนบอกว่าไปปฏิบัติหน้าที่ที่ต่างประเทศ…” อนันต์ถามติดอ่าง หน้าซีดเผือดลงไปถึงตาตุ่มในพริบตา เช่นเดียวกับแม่ของฉันที่รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มประจบสอพลอทันที

คุณธันว์ไม่ได้ตอบคำถามของพวกเขา สายตาของเขาจับจ้องมาที่ฉัน… เขาเห็นรอยนิ้วมือสีแดงฉ่ำบนแก้ม เห็นคราบเลือดที่มุมปาก และเห็นร่างของฉันที่สั่นเทาอยู่บนพื้น วินาทีนั้น ดวงตาของมหาเศรษฐีหนุ่มวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธแค้นขั้นสุดจนน่ากลัว

เขาเดินตรงเข้ามาประคองฉันลุกขึ้นช้าๆ ใช้ผ้าเช็ดหน้าผ้าไหมราคาแพงซับเลือดที่มุมปากให้ฉันอย่างอ่อนโยนที่สุด “เจ็บมากไหมครับนลิน… พี่ขอโทษที่มาสายไป”

“นลินไม่เป็นไรค่ะคุณธันว์…” ฉันกระซิบตอบ

คุณธันว์หันกลับไปเผชิญหน้ากับครอบครัวของฉัน ทันทีที่เขาละสายตาจากฉัน แววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นความอำมหิตและไร้ซึ่งความปรานีใดๆ คำพูดต่อมาของเขาที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ กลับสร้างความหวาดกลัวอย่างขีดสุดให้แก่พวกเขาทั้งสามคน

“ปฏิบัติหน้าที่งั้นเหรอ? หน้าที่เดียวของผมในตอนนี้… คือการกลับมาฝังรากเหง้าของพวกคุณทุกคนลงหลุม”

ความจริงที่น่าสะพรึงกลัว

ทุกคนในห้องโถงเงียบกริบ คำพูดของคุณธันว์ทำให้พวกเขาเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง

“คุณธันว์คะ… พวกเราแค่มาสั่งสอนนลินตามประสาแม่ลูกค่ะ ไม่อยากให้เขาทำตัวเหลวแหลก…” แม่ของฉันพยายามแก้ตัวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“สั่งสอนงั้นเหรอ?” คุณธันว์ยกยิ้มเหยียดหยาม “พวกคุณคิดว่าผมไปต่างประเทศเพราะทิ้งนลินงั้นเหรอ? เปล่าเลย… ที่ผมต้องบินด่วนไปยุโรปอย่างลับๆ ก็เพื่อไปเซ็นสัญญาควบรวมกิจการธนาคารและบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่พวกคุณไปกู้หนี้ยืมสินมาทั้งหมดต่างหาก และตอนนี้… ผมคือ ‘เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด’ ของตระกูลพวกคุณ”

คุณธันว์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดต่อสายหาเลขาฯ ส่วนตัวทันทีโดยไม่ละสายตาจากคนใจร้ายทั้งสามคน

“สั่งฟ้องล้มละลายบริษัทของนายอนันต์ทันที” คุณธันว์สั่งการเสียงเฉียบขาด “ยึดคฤหาสน์ ยึดรถยนต์ และทรัพย์สินทุกชิ้นที่พวกเขามีเพื่อชำระหนี้ อย่าให้เหลือแม้แต่บาทเดียว และส่งหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องนี้ให้ทนายความ สั่งฟ้องข้อหาบุกรุก ทำร้ายร่างกาย และกรรโชกทรัพย์อย่างถึงที่สุด ห้ามมีการยอมความใดๆ ทั้งสิ้น!”

“ไม่นะคุณธันว์! อย่าทำแบบนี้เลยครับ! พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ!” อนันต์ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ร้องไห้คร่ำครวญอย่างหมดสภาพ พี่สะใภ้แสนจองหองอย่างแพรวาถึงกับหน้ามืดล้มพับลงไปกองกับพื้นด้วยความช็อก ส่วนแม่ของฉันก็ได้แต่ยืนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูกเมื่อรู้ว่าความโลภกำลังจะทำให้ครอบครัวของตัวเองต้องสิ้นเนื้อประดาตัว

จุดจบของคนพาล

“ครอบครัวงั้นเหรอ?” คุณธันว์เค่นหัวเราะพลางโอบไหล่ฉันไว้แน่น “ในวันที่นลินไม่มีอะไร พวกคุณผลักไสเขาเหมือนขยะ ในวันที่นลินได้ดี พวกคุณกลับมาจิกหัวตบตีเพื่อแย่งชิงเงินทอง คนที่กล้าลงมือทำร้ายภรรยาของผม… ไม่มีสิทธิ์นับญาติกับผม และไม่มีสิทธิ์มีที่ยืนในสังคมนี้อีกต่อไป”

ไม่นานนัก บอดี้การ์ดชุดดำและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ก้าวเข้ามาในคฤหาสน์ พวกเขาเข้าควบคุมตัวอนันต์ แพรวา และแม่ของฉันออกไปจากบ้าน ท่ามกลางเสียงหวีดร้องและเสียงร่ำไห้ขอความเมตตาที่ไม่มีวันส่งไปถึง

เมื่อความวุ่นวายจบลง คุณธันว์หันกลับมากอดฉันไว้ในอ้อมแขนอันอบอุ่นและปลอดภัยของเขา “ต่อจากนี้ไป จะไม่มีใครหน้าไหนมารังแกนลินได้อีกแล้วนะคร้บ เรือนหอหลังนี้ และทุกสิ่งทุกอย่างที่พี่มี… มันเป็นของนลินแต่เพียงผู้เดียว”

ฉันยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ความเจ็บปวดบนใบหน้าหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นในหัวใจ ครอบครัวที่แท้จริงไม่ใช่คนที่มีสายเลือดเดียวกันแต่ไร้ซึ่งความรัก ทว่าคือคนพร้อมที่จะยืนหยัดอยู่เคียงข้างและปกป้องเราในวันที่มืดมิดที่สุดต่างหาก และฉันซาบซึ้งใจเหลือเกินที่คุณธันว์คือคนๆ นั้นของฉัน.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *