วิวาห์หนี้แค้น: เมื่อเศรษฐีเฒ่าที่ครอบครัวบังคับให้ฉันแต่งงานด้วย

 ถอดหน้ากากออกกลายเป็นมหาเศรษฐีหนุ่มสุดหล่อ พร้อมกับแผนบดขยี้ตระกูลของฉันให้แหลกลาญ! I. งานแต่งงานที่ไร้หัวใจ ฉันชื่อ “อลิน” ลูกสาวคนเล็กของตระกูลวณิชย์เกียรติ ตระกูลที่เปลือกนอกดูหรูหราและร่ำรวย แต่เบื้องหลังกลับเน่าเฟะและติดหนี้สินมหาศาลจากการบริหารงานที่ผิดพลาดและการพนันของพ่อกับพี่ชาย เพื่อรักษาหน้าตาและคฤหาสน์ของตระกูลเอาไว้ พวกเขาตัดสินใจขายฉัน… โดยการบังคับให้ฉันแต่งงานกับ “เจ้าสัวธนินทร์” มหาเศรษฐีเฒ่าวัย 70 ปีที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและลึกลับ ในวันแต่งงาน ฉันสวมชุดเจ้าสาวสีขาวฟูฟ่องราคาแพงลิบลิ่ว แต่ความรู้สึกข้างในกลับเหมือนกำลังสวมชุดนักโทษ พ่อและพี่ชายของฉันยิ้มหน้าระรื่นเมื่อได้รับเช็คเงินสดก้อนโตและเอกสารโอนหนี้สินทั้งหมดไปให้เจ้าสัว พวกเขาไม่แม้แต่จะมองหน้าฉันที่กำลังยืนน้ำตาคลอเบ้า ไม่มีความรัก ไม่มีความผูกพัน มีเพียงความโลภที่น่าขยะแขยง ตลอดทั้งงาน เจ้าสัวธนินทร์นั่งอยู่บนรถเข็น สวมแว่นตาดำและหมวกปกปิดใบหน้าที่มีแต่รอยเหี่ยวย่น เขาพูดน้อยมาก และบรรยากาศรอบตัวเขาก็เย็นยะเยือกจนฉันแทบขาดใจ ฉันรู้ดีว่าคืนนี้… …

วิวาห์หนี้แค้น: เมื่อเศรษฐีเฒ่าที่ครอบครัวบังคับให้ฉันแต่งงานด้วย Read More

สามีมหาเศรษฐีโยนเงิน 250 ล้านดอลลาร์เพื่อขอหย่าไปหารักแรก พร้อมด่าลูกชายวัย 7 ขวบของเราว่า “ไอคิวต่ำ”

— แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่าเด็กคนนี้คืออัจฉริยะที่จะบดขยี้บริษัทของเขาจนย่อยยับ! I. วันที่ครอบครัวแตกสลาย บ่ายวันนั้นเป็นวันที่ฝนตกหนักทะลุหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของคฤหาสน์หรู “กวิน” สามีที่ฉันแต่งงานด้วยมาแปดปี เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันคุ้นหน้าดี… ‘รินลดา’ รักแรกของเขาที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ กวินไม่ได้มีท่าทีรู้สึกผิดใดๆ เขาโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าฉัน ข้างในคือใบสำคัญการหย่าและเช็คเงินสดมูลค่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณแปดพันล้านบาท) “เซ็นใบหย่าซะ เมลดา” น้ำเสียงของเขาเย็นชาไร้เยื่อใย “ฉันจะกลับไปหารินลดา เธอคือผู้หญิงคนเดียวที่ฉันรักมาตลอด เงิน 250 ล้านดอลลาร์นี่ถือเป็นค่าเสียเวลาและค่าตอบแทนสำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมา นำเงินนี่ไปซะและอย่ากลับมาให้เราเห็นหน้าอีก” ฉันเงยหน้ามองเขาด้วยความรู้สึกชาไปทั้งสติปัญญา ก่อนที่สายตาของกวินจะเหลือบไปเห็น “น้องคิน” ลูกชายวัย 7 …

สามีมหาเศรษฐีโยนเงิน 250 ล้านดอลลาร์เพื่อขอหย่าไปหารักแรก พร้อมด่าลูกชายวัย 7 ขวบของเราว่า “ไอคิวต่ำ” Read More

ผมใช้เวลาทั้งวันรูดบัตรปรนเปรอซื้อของหรูหราให้เมียน้อย แต่เมื่อกลับถึงบ้าน ภรรยา ลูกสาวแรกเกิด และทุกสิ่งในชีวิตกลับหายวับไป…

เหลือเพียงซองเอกสารสีน้ำตาลที่บดขยี้ทุกอย่างที่ผมคิดว่าตัวเองมี! I. ความหลงระเริงและคำโกหกที่หอมหวาน ผมชื่อ “กวิน” ผู้บริหารหนุ่มอนาคตไกลที่ใครๆ ต่างก็อิจฉา ผมมี “พราว” ภรรยาที่เพียบพร้อมและลูกสาวแรกเกิดวัยเพียงหนึ่งเดือนรออยู่ที่คฤหาสน์หลังงาม แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็มี “อลิซ” หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีที่เต็มไปด้วยความสดใส เย้ายวน และรู้จักวิธีเอาใจที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่ วันนั้นผมอ้างกับพราวว่ามีประชุมบอร์ดบริหารระดับสูงและต้องรับรองลูกค้าจากยุโรปจนดึก แต่ความเป็นจริงคือ ผมเดินจับมืออลิซอยู่ในห้างสรรพสินค้าที่หรูหราที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ ผมรูดบัตรเครดิตองค์กรระดับแบล็คการ์ด ซื้อกระเป๋าแอร์เมสเคลลี่ราคาหลายแสน นาฬิกาฝังเพชร และสร้อยข้อมือคาร์เทียร์ให้เธอ ทุกครั้งที่ผมรูดบัตร อลิซจะหอมแก้มและกระซิบคำหวานที่ทำให้สติสัมปชัญญะของผมหลุดลอย ระหว่างที่ผมกำลังรอพนักงานห่อของขวัญ โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อก็สั่นเตือนไม่หยุด มันเป็นข้อความจากพราว: “กวิน วันนี้กลับเร็วหน่อยได้ไหมคะ? …

ผมใช้เวลาทั้งวันรูดบัตรปรนเปรอซื้อของหรูหราให้เมียน้อย แต่เมื่อกลับถึงบ้าน ภรรยา ลูกสาวแรกเกิด และทุกสิ่งในชีวิตกลับหายวับไป… Read More

ตลอดสามปีที่ฉันใช้ชีวิตเป็นแม่ม่ายเลี้ยงลูกเพียงลำพัง…

จนกระทั่งบนเที่ยวบินหนึ่ง ลูกชายวัย 9 ขวบชี้ไปที่คนแปลกหน้าแล้วกระซิบคำที่ทำให้ฉันขนลุกซู่: “แม่ครับ นั่นคือพ่อ” I. สามปีแห่งความสูญเสียและน้ำตา สามปีที่แล้ว โลกทั้งใบของฉันพังทลายลงเมื่อได้รับสายโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจกลางดึก พวกเขาบอกว่า “กวิน” สามีของฉันประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ รถของเขาพุ่งชนกำแพงกั้นและเกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง ร่างกายของเขาถูกเผาจนจำหน้าไม่ได้ สิ่งเดียวที่ใช้ยืนยันตัวตนคือนาฬิกาข้อมือสลักชื่อและแหวนแต่งงานของเราที่ตกอยู่ในซากรถ ตั้งแต่วันนั้น ฉันกลายเป็นหญิงม่ายที่ต้องเลี้ยงดู “น้องนนท์” ลูกชายวัย 6 ขวบ (ในตอนนั้น) เพียงลำพัง ฉันต้องทำงานควบสองกะ ร้องไห้เงียบๆ ในห้องน้ำทุกคืนเพื่อไม่ให้ลูกเห็นความอ่อนแอ ฉันพาเด็กชายที่สูญเสียพ่อไปวางดอกไม้หน้าเถ้ากระดูกทุกวันครบรอบวันตาย พวกเรากอดกันร้องไห้และพยายามก้าวเดินต่อไปด้วยความทรงจำที่แสนเจ็บปวด II. …

ตลอดสามปีที่ฉันใช้ชีวิตเป็นแม่ม่ายเลี้ยงลูกเพียงลำพัง… Read More

ในวันรับปริญญาของฉัน พ่อตบหน้าฉันอย่างแรงและด่าว่าฉันไม่คู่ควร ส่วนแม่ด่าว่าฉันเป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ในชุดครุย

—แต่ความลับที่ฉันแฉผ่านกล้องถ่ายทอดสดหลังจากนั้น ได้ทำลายชีวิตจอมปลอมของพวกเขาจนย่อยยับ! I. รอยตบในวันแห่งความสำเร็จ หอประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัยเนืองแน่นไปด้วยบัณฑิต ครอบครัว และเสียงปรบมือที่ดังกึกก้อง ฉันเพิ่งเดินลงจากเวทีพร้อมกับใบปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในมือ หัวใจของฉันพองโตด้วยความภาคภูมิใจ นี่คือสิ่งที่ฉันแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ การทำงานพาร์ทไทม์อย่างหนัก และการอดหลับอดนอนตลอดสี่ปีเต็ม โดยไม่เคยได้รับเงินสนับสนุนจากครอบครัวเลยแม้แต่แดงเดียว ฉันเดินตรงไปยังโซนวีไอพีที่พ่อกับแม่นั่งอยู่ พวกเขาสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่แทนที่พวกเขาจะอ้าแขนรับฉันเหมือนพ่อแม่คนอื่นๆ พ่อกลับก้าวออกมาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความโกรธจัด เพียะ!! ฝ่ามือของพ่อฟาดลงบนแก้มของฉันอย่างแรงจนหน้าหัน หมวกบัณฑิตของฉันหลุดกระเด็นตกลงไปบนพื้น เสียงฝ่ามือที่กระทบผิวหน้าดังสนั่นจนกลบเสียงแชะภาพของช่างภาพรอบข้าง ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณนั้นทันที ทุกสายตาหันมาจ้องมองที่พวกเรา “แกไม่คู่ควรกับปริญญาใบนี้!” พ่อตะคอกเสียงกร้าว ถ่มน้ำลายลงบนพื้นอย่างรังเกียจ แม่ที่ยืนอยู่ข้างๆ กอดอกและแสยะยิ้มมุมปาก ก่อนจะพูดจาถากถางด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวานพอให้คนรอบข้างได้ยิน “แกมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้ในชุดครุย! …

ในวันรับปริญญาของฉัน พ่อตบหน้าฉันอย่างแรงและด่าว่าฉันไม่คู่ควร ส่วนแม่ด่าว่าฉันเป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ในชุดครุย Read More

อดีตสามีเยาะเย้ยฉันกับลูกกลางงานแต่งงานของเขาว่า “เป็นแค่ตัวถ่วง”—

แต่เขาต้องหน้าซีดเมื่อฉันเดินเข้ามาพร้อมกับมหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทของเขา พร้อมจดหมายไล่ออกและหมายจับ! I. สุนทรพจน์ที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและคำดูถูก งานแต่งงานสุดหรูถูกจัดขึ้นในห้องบอลรูมของโรงแรมระดับห้าดาว แสงไฟแชนเดอเลียร์ส่องประกายระยิบระยับ แขกเหรื่อในชุดราตรีและสูทราคาแพงต่างมารวมตัวกันเพื่อแสดงความยินดีกับ กฤต อดีตสามีของฉัน และ สิตา เจ้าสาวคนใหม่ของเขาที่อายุน้อยกว่าฉันถึงสิบปี ฉันยืนอยู่ตรงโถงทางเดินด้านนอก มองผ่านประตูกระจกเข้าไป กฤตกำลังยืนอยู่บนเวทีพร้อมกับถือแก้วแชมเปญในมือ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและเย่อหยิ่ง เขาเคาะแก้วเบาๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากแขกทุกคนในงาน “ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานในคืนนี้ครับ” กฤตพูดด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน “หลายคนคงรู้ว่าผมเคยผ่านการแต่งงานที่ล้มเหลวมาก่อน… แต่บอกตามตรงนะครับ ชีวิตของผมเพิ่งเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ก็หลังจากที่ผมกำจัดภรรยาที่แสนจะอ่อนแอ และเด็กที่น่ารำคาญคนนั้นทิ้งไปได้!” เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นจากโต๊ะของครอบครัวกฤตและเพื่อนฝูงของเขา สิตายิ้มกว้างและพิงซบไหล่กฤตอย่างภาคภูมิใจ พวกเขาคิดว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงยากจนที่ไร้ทางสู้ เป็นปลิงที่คอยเกาะเขากิน และตอนนี้เขากำลังจะได้ใช้ชีวิตอย่างเศรษฐี …

อดีตสามีเยาะเย้ยฉันกับลูกกลางงานแต่งงานของเขาว่า “เป็นแค่ตัวถ่วง”— Read More

พ่อแม่ปฏิเสธเงิน 5,000 ดอลลาร์เพื่อช่วยรักษาขาของฉันจากโรคร้าย แต่กลับซื้อเรือยอชต์หรูราคา 150,000 ดอลลาร์ให้พี่สาวพร้อมไล่ฉันเหมือนหมูเหมือนหมา

—แต่น้องชายคนเล็กยื่นตั๋วใบละไม่กี่ตังค์ให้จนเกิดปาฏิหาริย์ที่พวกเขานึกไม่ถึง! I. ความลำเอียงที่แสนเลือดเย็นในวันเทศกาล ในวันหยุดเทศกาลที่ทุกคนในครอบครัวควรจะมีความสุข ฉันกลับต้องนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยความเจ็บปวดทรมาน ขาข้างขวาของฉันติดเชื้ออย่างรุนแรงจากอุบัติเหตุและโรคร้ายแรงทางเส้นประสาท หมอบอกว่าถ้าฉันไม่ได้รับการผ่าตัดด่วนที่ต้องใช้เงิน 5,000 ดอลลาร์ ภายในไม่กี่วันนี้ ฉันจะต้องสูญเสียขาข้างนี้ไปตลอดชีวิต ฉันรวบรวมความกล้าเดินกะเผลกเข้าไปหาพ่อกับแม่ในห้องโถงใหญ่เพื่ออ้อนวอนขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ แม่คะ หนูขอร้องล่ะค่ะ หนูต้องการเงินห้าพันดอลลาร์เพื่อผ่าตัดรักษาขา ไม่อย่างนั้นหมอจะต้องตัดขาหนูทิ้ง” ฉันพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม พ่อปัดมือฉันออกอย่างเย็นชา ขณะที่แม่มองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรำคาญ “ห้าพันดอลลาร์งั้นเหรอ? เงินไม่ใช่น้ำก๊อกนะที่จะไหลออกมาเมื่อไหร่ก็ได้ ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี แกก็หัดอดทนหน่อยสิ จะมาสำออยอะไรตอนนี้” แม่พูดอย่างไร้ความปราณี ทั้งๆ ที่พวกเขามีเงินในบัญชีมากมาย แต่สำหรับพวกเขาแล้ว ฉันเป็นแค่ลูกคนกลางที่ไม่มีค่าอะไรเลย …

พ่อแม่ปฏิเสธเงิน 5,000 ดอลลาร์เพื่อช่วยรักษาขาของฉันจากโรคร้าย แต่กลับซื้อเรือยอชต์หรูราคา 150,000 ดอลลาร์ให้พี่สาวพร้อมไล่ฉันเหมือนหมูเหมือนหมา Read More

คู่หมั้นของฉันแอบให้กุญแจบ้านกับแม่ของเขา พอฉันกลับจากที่ทำงาน พวกเขาก็ยึดห้องนอนไปหมดแล้วพร้อมสั่งว่า

“ไปเข้าครัวซะ ครอบครัวนี้เป็นคนคุมที่นี่!”—แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าการแก้แค้นที่เจ็บปวดที่สุดกำลังรออยู่! I. การกลับมาพบกับผู้บุกรุก หลังจากทำงานหนักมาทั้งวันในฐานะผู้บริหารระดับสูง ฉันขับรถกลับมาที่คฤหาสน์ส่วนตัวซึ่งฉันซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ฉันกับ “กฤต” คู่หมั้นของฉัน มีกำหนดจะแต่งงานกันในอีกสามเดือนข้างหน้า เขาเป็นพนักงานบริษัทธรรมดาๆ ที่ฉันรักและคิดว่าเขาคือคนซื่อสัตย์ แต่สิ่งที่รอฉันอยู่หลังประตูบานใหญ่ในวันนั้น คือจุดจบของความสัมพันธ์ของเรา เมื่อฉันเปิดประตูเข้าไป สิ่งแรกที่ได้ยินคือเสียงหัวเราะดังลั่นและเสียงทีวีที่เปิดจนสุด ฉันเดินตามเสียงขึ้นไปที่ชั้นสองและต้องช็อกกับภาพที่เห็น กระเป๋าเดินทางใบใหญ่หลายใบวางเกลื่อนกลาดตามโถงทางเดิน และเมื่อฉันมองเข้าไปในห้องนอนมาสเตอร์ที่ตกแต่งอย่างหรูหราของฉัน ฉันก็พบกับ “คุณนายสมศรี” แม่ของกฤต กำลังนอนพิงหมอนราคาแพงของฉัน พร้อมกับน้องสาวของกฤตที่กำลังรื้อค้นโต๊ะเครื่องแป้งของฉันอย่างสนุกสนาน “นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะ?” ฉันถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความประหลาดใจ คุณนายสมศรีปรายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูถูก เธอแสยะยิ้มก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง “อ้อ …

คู่หมั้นของฉันแอบให้กุญแจบ้านกับแม่ของเขา พอฉันกลับจากที่ทำงาน พวกเขาก็ยึดห้องนอนไปหมดแล้วพร้อมสั่งว่า Read More

เขาทิ้งภรรยาที่กำลังสะอื้นเพื่อไปเป็นนายแบบชื่อดัง

—เก้าเดือนต่อมา เด็กแฝดทายาทมหาเศรษฐีพันล้านได้เปิดโปงความลับสุดดาร์กที่เขาพยายามฝังกลบ และเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว! I. บาดแผลและการทรยศ เมื่อเก้าเดือนก่อนในห้องเช่าที่คับแคบ ปกรณ์ ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่พลางจัดเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงที่เขาแอบเจียดเงินเก็บทั้งหมดซื้อมา เขาหันกลับมามอง รินรดา ภรรยาที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นข้างกระเป๋าเดินทางของเขา น้ำตาของเธอไหลอาบแก้มสองข้าง มือคู่หนึ่งกุมท้องที่เริ่มนูนเด่นชัดเพราะเธอเริ่มตั้งครรภ์ได้ไม่นาน “ปกรณ์… อย่าไปเลยนะ คุณจะทิ้งฉันกับลูกไปจริงๆ เหรอ? เราสร้างทุกอย่างมาด้วยกันนะ” รินรดาอ้อนวอนด้วยเสียงสะอื้น ปกรณ์มองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “รินรดา เลิกทำตัวเป็นตัวถ่วงชีวิตฉันสักที! หน้าตาอย่างฉันมันคู่ควรกับรันเวย์ระดับโลก ไม่ใช่มาจมปลักอยู่กับผู้หญิงบ้านๆ และห้องเช่าโกโรโกโสแบบนี้ วงการแฟชั่นกำลังอ้าแขนรับฉัน และฉันจะไม่ยอมให้คนท้องอย่างเธอมาทำลายอนาคตซูเปอร์โมเดลของฉัน!” ข้างล่างตึกมีรถสปอร์ตหรูของโมเดลลิ่งชื่อดังมารับเขา ปกรณ์เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองภรรยาที่ร้องไห้แทบขาดใจ เขาเชื่อมั่นว่าการสลัดผู้หญิงที่เขาตราหน้าว่า …

เขาทิ้งภรรยาที่กำลังสะอื้นเพื่อไปเป็นนายแบบชื่อดัง Read More