คู่หมั้นของฉันแอบให้กุญแจบ้านกับแม่ของเขา พอฉันกลับจากที่ทำงาน พวกเขาก็ยึดห้องนอนไปหมดแล้วพร้อมสั่งว่า

“ไปเข้าครัวซะ ครอบครัวนี้เป็นคนคุมที่นี่!”—แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าการแก้แค้นที่เจ็บปวดที่สุดกำลังรออยู่!

I. การกลับมาพบกับผู้บุกรุก

หลังจากทำงานหนักมาทั้งวันในฐานะผู้บริหารระดับสูง ฉันขับรถกลับมาที่คฤหาสน์ส่วนตัวซึ่งฉันซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ฉันกับ “กฤต” คู่หมั้นของฉัน มีกำหนดจะแต่งงานกันในอีกสามเดือนข้างหน้า เขาเป็นพนักงานบริษัทธรรมดาๆ ที่ฉันรักและคิดว่าเขาคือคนซื่อสัตย์ แต่สิ่งที่รอฉันอยู่หลังประตูบานใหญ่ในวันนั้น คือจุดจบของความสัมพันธ์ของเรา

เมื่อฉันเปิดประตูเข้าไป สิ่งแรกที่ได้ยินคือเสียงหัวเราะดังลั่นและเสียงทีวีที่เปิดจนสุด ฉันเดินตามเสียงขึ้นไปที่ชั้นสองและต้องช็อกกับภาพที่เห็น กระเป๋าเดินทางใบใหญ่หลายใบวางเกลื่อนกลาดตามโถงทางเดิน และเมื่อฉันมองเข้าไปในห้องนอนมาสเตอร์ที่ตกแต่งอย่างหรูหราของฉัน ฉันก็พบกับ “คุณนายสมศรี” แม่ของกฤต กำลังนอนพิงหมอนราคาแพงของฉัน พร้อมกับน้องสาวของกฤตที่กำลังรื้อค้นโต๊ะเครื่องแป้งของฉันอย่างสนุกสนาน

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะ?” ฉันถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความประหลาดใจ

คุณนายสมศรีปรายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูถูก เธอแสยะยิ้มก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง “อ้อ กลับมาแล้วเหรอ? กฤตเอากุญแจบ้านมาให้ฉันแล้ว พวกเราเพิ่งแบ่งห้องกันเสร็จ ห้องนี้ใหญ่สุด ฉันจะเอาห้องนี้ ส่วนห้องแขกสองห้องเป็นของน้องสาวกฤต เธอไปนอนห้องเล็กใต้หลังคาก็แล้วกัน”

II. กฎใหม่ของปลิงสูบเลือด

ฉันหันไปหากฤตที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาไม่ได้ดูตกใจหรือรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย เขากลับเดินมาจับมือฉันแล้วพูดหน้าตาเฉย “ที่รัก คุณคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม แม่กับน้องๆ จะย้ายมาอยู่กับเราถาวรเลยนะ ยังไงเราก็จะแต่งงานกันแล้ว บ้านของคุณก็เหมือนบ้านของผม ครอบครัวของผมก็คือครอบครัวของคุณ”

ก่อนที่ฉันจะได้ตอบอะไร แม่ของเขาก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่งการ “มัวยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ? วางกระเป๋าแล้ว เข้าไปในครัวไปทำกับข้าวซะ! จำเอาไว้นะว่าต่อไปนี้ ครอบครัวนี้เป็นคนคุมที่นี่ เธอมีหน้าที่ออกไปหาเงินและปรนนิบัติพวกเราในฐานะลูกสะใภ้ที่ดี!”

น้องสาวของกฤตหัวเราะคิกคักพลางหยิบน้ำหอมขวดละหลายหมื่นของฉันขึ้นมาฉีดเล่นราวกับเป็นของตัวเอง

ฉันมองหน้ากฤต หวังว่าเขาจะปกป้องฉันหรือพูดอะไรสักอย่างเพื่อหยุดความบ้าคลั่งนี้ แต่เขากลับยักไหล่แล้วบอกว่า “ทำตามที่แม่บอกเถอะน่าณัชชา อย่าทำตัวมีปัญหาเลย ไปทำมื้อค่ำให้พวกเราเถอะ”

III. รอยยิ้มเยือกเย็นและการล่าถอย

พวกเขาคงคิดว่าฉันจะโวยวาย ร้องไห้ หรือยอมก้มหัวรับใช้พวกเขากระมัง? พวกเขาคิดผิดมหันต์

ฉันไม่ได้ร้องไห้ ฉันไม่ได้ตะโกนด่าทอ ฉันเพียงแค่ยิ้ม… เป็นรอยยิ้มที่เย็นยะเยือกที่สุดในชีวิต

“ได้สิคะ ตามสบายเลย” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ฉันเดินไปที่ตู้เซฟในห้องทำงานอย่างเงียบๆ หยิบโฉนดที่ดิน เอกสารสำคัญ และเครื่องประดับมูลค่าหลายสิบล้านใส่กระเป๋าถือ จากนั้นฉันก็เดินหันหลังกลับลงบันไดไป

“นั่นเธอจะไปไหนน่ะ! บอกให้ไปทำกับข้าวไง!” เสียงคุณนายสมศรีตะโกนไล่หลังมา

“ฉันจะไปซื้อของสดค่ะ สงสัยคงใช้เวลานานหน่อย” ฉันตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินออกจากบ้านและขับรถออกไปทันที

เมื่อฉันเช็คอินเข้าพักในห้องสวีทของโรงแรมระดับห้าดาว ฉันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาทนายความส่วนตัวทันที “คุณทนายคะ เตรียมเอกสารยกเลิกงานแต่งให้ฉันที แล้วพรุ่งนี้เช้า… ฉันต้องการตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชุดใหญ่ที่สุดไปที่บ้านของฉัน เรามีขยะที่ต้องเคลียร์”

IV. การขับไล่ที่ไร้ความปราณี

เช้าวันรุ่งขึ้น เวลา 8.00 น. ตรง ฉันกลับมาที่คฤหาสน์ของตัวเองอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ฉันไม่ได้มาคนเดียว ฉันมาพร้อมกับทนายความ ตำรวจสองนาย และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยร่างยักษ์อีกสี่คน

เมื่อฉันเปิดประตูเข้าไป ครอบครัวของกฤตกำลังนั่งกินอาหารเช้าที่สั่งเดลิเวอรี่มาอย่างสบายใจอยู่บนโต๊ะอาหารหินอ่อนของฉัน

“นี่มันอะไรกันณัชชา?! พาคนพวกนี้เข้ามาในบ้านฉันทำไม!” กฤตโวยวายพลางลุกขึ้นยืน

ทนายความของฉันก้าวไปข้างหน้าและวางโฉนดที่ดินฉบับจริงลงบนโต๊ะ “บ้านหลังนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของคุณณัชชาแต่เพียงผู้เดียวแต่ก่อนการสมรส และตอนนี้คุณณัชชาได้ประกาศยกเลิกการแต่งงานอย่างเป็นทางการแล้ว พวกคุณทุกคนคือ ‘ผู้บุกรุก’ และมีเวลา 10 นาทีในการไสหัวออกไปจากที่นี่ ก่อนที่จะถูกจับกุมข้อหาบุกรุกยามวิกาลและละเมิดสิทธิส่วนบุคคล”

หน้าของคุณนายสมศรีซีดเผือดราวกับกระดาษ แก้วกาแฟในมือของเธอร่วงแตกกระจายเต็มพื้น

“ย-ยกเลิกงานแต่ง?! หมายความว่ายังไง! เธอทำแบบนี้กับลูกชายฉันไม่ได้นะ! ลูกชายฉันกำลังจะเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้นะ!” แม่ของกฤตกรีดร้องเสียงหลง

ฉันเดินเข้าไปใกล้พวกเขา กอดอกแล้วมองด้วยสายตาสมเพช “บ้านหลังนี้เป็นของฉัน ทุกตารางนิ้วซื้อด้วยเงินของฉัน ส่วนลูกชายของคุณ… เป็นแค่ปลิงที่ฉันเพิ่งเขี่ยทิ้งไปต่างหาก”

V. จุดจบของคนหน้าด้าน

“ณัชชา! ผมขอโทษ! ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมอธิบายได้นะ ให้โอกาสผมเถอะ!” กฤตรีบวิ่งเข้ามาคุกเข่าแทบเท้าฉัน น้ำตาของลูกผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งเมื่อคืนไหลอาบแก้ม เขารู้ดีว่าถ้าไม่มีฉัน เขาก็เป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนต๊อกต๋อยที่ไม่มีปัญญาผ่อนแม้แต่คอนโดรูหนู

“หมดเวลาอธิบายแล้วกฤต” ฉันพูดเสียงแข็งและถอยหลังหนี “จำที่คุณแม่ของคุณบอกได้ไหม? ว่า ‘ครอบครัวนี้เป็นคนคุมที่นี่’… เสียใจด้วยนะ พอดีว่านี่มันบ้านฉัน และฉันคือคนคุมกฎ โยนพวกมันออกไป!”

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของฉันไม่รอช้า พวกเขาเข้าไปลากตัวกฤต คุณนายสมศรี และน้องสาวของเขาออกไปนอกประตูบ้าน พร้อมกับโยนกระเป๋าสัมภาระของพวกเขาตามออกไปกลิ้งอยู่บนสนามหญ้าหน้าบ้าน

ครอบครัวที่เคยฝันหวานว่าจะได้เสวยสุขในคฤหาสน์ของฉัน ต้องไปนั่งกองรวมกันอยู่ริมถนนด้วยความอับอาย ท่ามกลางสายตาของเพื่อนบ้านที่มองมา

ฉันยืนมองพวกเขาจากประตูบ้าน ก่อนจะสั่งให้ช่างกุญแจที่เตรียมมารีบเปลี่ยนกุญแจและรหัสผ่านประตูใหม่ทั้งหมดทันที

กฤตเสียทั้งงานแต่ง เสียทั้งบ่อเงินบ่อทอง ส่วนแม่ของเขาก็ต้องกลับไปอยู่ในบ้านเช่าซอมซ่อตามเดิม… ส่วนฉันน่ะหรือ? ฉันจิบไวน์แดงราคาแพงอยู่ในคฤหาสน์ที่เงียบสงบและสวยงามของตัวเอง ปลอดภัยจากปลิงสูบเลือด และพร้อมที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สง่างามกว่าเดิม!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *