แต่เขาต้องหน้าซีดเมื่อฉันเดินเข้ามาพร้อมกับมหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทของเขา พร้อมจดหมายไล่ออกและหมายจับ!
I. สุนทรพจน์ที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและคำดูถูก
งานแต่งงานสุดหรูถูกจัดขึ้นในห้องบอลรูมของโรงแรมระดับห้าดาว แสงไฟแชนเดอเลียร์ส่องประกายระยิบระยับ แขกเหรื่อในชุดราตรีและสูทราคาแพงต่างมารวมตัวกันเพื่อแสดงความยินดีกับ กฤต อดีตสามีของฉัน และ สิตา เจ้าสาวคนใหม่ของเขาที่อายุน้อยกว่าฉันถึงสิบปี
ฉันยืนอยู่ตรงโถงทางเดินด้านนอก มองผ่านประตูกระจกเข้าไป กฤตกำลังยืนอยู่บนเวทีพร้อมกับถือแก้วแชมเปญในมือ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและเย่อหยิ่ง เขาเคาะแก้วเบาๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากแขกทุกคนในงาน
“ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานในคืนนี้ครับ” กฤตพูดด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน “หลายคนคงรู้ว่าผมเคยผ่านการแต่งงานที่ล้มเหลวมาก่อน… แต่บอกตามตรงนะครับ ชีวิตของผมเพิ่งเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ก็หลังจากที่ผมกำจัดภรรยาที่แสนจะอ่อนแอ และเด็กที่น่ารำคาญคนนั้นทิ้งไปได้!”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นจากโต๊ะของครอบครัวกฤตและเพื่อนฝูงของเขา สิตายิ้มกว้างและพิงซบไหล่กฤตอย่างภาคภูมิใจ พวกเขาคิดว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงยากจนที่ไร้ทางสู้ เป็นปลิงที่คอยเกาะเขากิน และตอนนี้เขากำลังจะได้ใช้ชีวิตอย่างเศรษฐี เพราะเพิ่งได้รับการเลื่อนขั้นเป็นผู้บริหารระดับสูงในบริษัทยักษ์ใหญ่
พวกเขาไม่รู้เลยว่า… ความตายของอนาคตอันรุ่งโรจน์ของกฤต ได้เดินทางมาถึงหน้าประตูแล้ว
II. การปรากฏตัวที่สั่นสะเทือนทั้งงาน
ขณะที่เสียงหัวเราะกำลังดังสนั่น ปัง! ประตูไม้บานใหญ่ของห้องบอลรูมก็ถูกเปิดออกอย่างแรงจนสุดบาน
เสียงเพลงและเสียงหัวเราะหยุดลงกะทันหัน ทุกสายตาหันมาจ้องมองที่ประตู ฉันก้าวเดินเข้ามาในชุดเดรสสูทสีดำเรียบหรูที่สั่งตัดพิเศษ มือข้างหนึ่งจูงมือ น้องวิน ลูกชายวัยสี่ขวบของฉัน และที่เดินอยู่เคียงข้างฉัน… คือชายชราในชุดสูทสีเทา ผู้มีท่าทีสง่างามและแววตาที่ทรงอำนาจจนทำให้ทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ
“ริน! เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง!” กฤตตะโกนใส่ไมโครโฟน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนจากรอยยิ้มเป็นความโกรธจัด “รปภ.! ลากตัวผู้หญิงบ้านนอกคนนี้กับลูกของเธอออกไปเดี๋ยวนี้! อย่าให้มาทำลายงานแต่งของฉัน!”
แต่ไม่มี รปภ. คนไหนกล้าขยับตัวแม้แต่ก้าวเดียว
ฉันเดินเข้าไปใกล้เวทีอย่างใจเย็น ริมฝีปากเหยียดยิ้มบางๆ ขณะที่มองตรงไปที่อดีตสามีผู้โง่เขลา
“ไม่ต้องเรียก รปภ. หรอกกฤต” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ดังกังวานไปทั่วห้อง “ฉันแค่พาคนสำคัญมาแสดงความยินดีกับตำแหน่งใหม่ของคุณ…” ฉันผายมือไปทางชายชราที่ยืนอยู่ข้างๆ “นี่คือคุณพ่อของฉันเอง“
III. ความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความเรียบง่าย
กฤตขมวดคิ้ว เขากำลังจะอ้าปากด่าทอ แต่แล้วสายตาของเขาก็เบิกกว้างเมื่อเพ่งมองใบหน้าของชายชราที่ยืนอยู่ข้างฉันให้ชัดๆ แก้วแชมเปญในมือของเขาร่วงหล่นลงพื้นกระแทกแตกกระจาย!
ชายชราคนนี้ไม่ใช่ชายแก่ธรรมดา แต่เขาคือ ท่านประธานเกริกไกร มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ และเป็น ประธานกรรมการบริหารสูงสุด (CEO) ของบริษัทที่กฤตทำงานอยู่
“ท-ท่านประธาน…” กฤตพูดตะกุกตะกัก ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษ “ด-เดี๋ยวนะครับ… รินคือลูกสาวของท่านเหรอ? เป็นไปไม่ได้! รินเป็นแค่เด็กกำพร้าจนๆ ที่ผมสงสารรับมาเลี้ยงดู…”
“แกกล้าดียังไงมาเรียกทายาทเพียงคนเดียวของฉันว่าเด็กกำพร้าจนๆ!” เสียงของพ่อฉันตวาดกร้าว ดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่ากลางงานแต่ง
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง สิตาที่ยืนอยู่ข้างๆ กฤตถึงกับขาสั่นจนต้องจับแขนเสื้อกฤตไว้แน่น
ตลอดเวลาห้าปีที่เราแต่งงานกัน ฉันปิดบังฐานะที่แท้จริงของตัวเองไว้ ฉันอยากได้ความรักที่บริสุทธิ์ อยากรู้ว่าผู้ชายคนหนึ่งจะรักฉันในแบบที่ฉันเป็น โดยไม่มีเรื่องเงินทองมาเกี่ยวข้องได้หรือไม่ แต่กฤตกลับสอบตกอย่างย่อยยับ เขานอกใจฉัน ทุบตีจิตใจฉัน และทิ้งลูกชายสายเลือดของตัวเองเพียงเพราะคิดว่าสิตา (ซึ่งเป็นลูกสาวของเศรษฐีจอมปลอมที่กำลังล้มละลาย) จะให้ผลประโยชน์กับเขาได้มากกว่า
“ลูกสาวของฉันยอมทิ้งความสะดวกสบายเพื่อไปทดสอบหัวใจของแก” พ่อของฉันพูดต่อด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ “แต่สิ่งที่แกทำคือการเหยียบย่ำเธอ และดูถูกหลานชายของฉันกลางเวที!”
IV. จดหมายไล่ออกและจุดจบของคนทรยศ
กฤตทิ้งตัวคุกเข่าลงบนพื้นเวทีอย่างหมดสภาพ ความเย่อหยิ่งที่เคยมีหายไปจนหมดสิ้น
“ท่านประธานครับ! ริน! ผมขอโทษ! ผมไม่รู้จริงๆ ผมถูกนังผู้หญิงคนนี้หลอก!” กฤตชี้ไปที่สิตา ทิ้งคู่ชีวิตคนใหม่ของตัวเองอย่างหน้าไม่อาย “ริน… เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะนะ เพื่อลูกของเราไง!”
ฉันก้มลงมองเขาด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุด “ตอนที่คุณโยนกระเป๋าเสื้อผ้าฉันออกจากบ้าน คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าลูกคนนี้เป็นแค่ ‘ตัวถ่วง’?”
ฉันพยักหน้าให้สัญญาณกับทีมรักษาความปลอดภัยส่วนตัวของพ่อ หัวหน้าบอดี้การ์ดเดินก้าวขึ้นไปบนเวทีและยื่นซองจดหมายสีขาวปิดผนึกตราบริษัทกระแทกใส่หน้าอกของกฤต
“นั่นคือ จดหมายไล่ออก ของแก” พ่อของฉันประกาศ “และไม่ใช่แค่ถูกไล่ออก แต่อนาคตในวงการธุรกิจของแกจบลงแล้ว จะไม่มีบริษัทไหนในประเทศนี้รับคนทรยศอย่างแกเข้าทำงานอีก”
“ไม่นะ! ท่านทำแบบนี้ไม่ได้! ผมเป็นผู้บริหาร! ผมเพิ่งเซ็นสัญญาโปรเจกต์ร้อยล้านไปนะ!” กฤตร้องไห้ฟูมฟายเหมือนคนเสียสติ
“โปรเจกต์นั่นถูกยกเลิกแล้ว” ฉันตอบกลับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น “และถ้าคุณคิดว่าการตกงานคือเรื่องที่แย่ที่สุดแล้วล่ะก็… คุณคิดผิด”
V. เสียงไซเรนและการปิดม่านที่สมบูรณ์แบบ
ทันใดนั้น ประตูห้องบอลรูมก็เปิดออกอีกครั้ง คราวนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบสี่นายเดินตรงเข้ามาที่เวที
“คุณกฤต คุณถูกจับกุมในข้อหายักยอกทรัพย์สินของบริษัทและปลอมแปลงเอกสารทางการเงิน” นายตำรวจพูดพร้อมกับชูหมายจับขึ้นมา “เรามีหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของคุณและคุณสิตาอย่างชัดเจน”
สิตากรีดร้องเสียงหลงเมื่อตำรวจนำกุญแจมือมาสวมที่ข้อมือของเธอและกฤต
“ริน! ช่วยผมด้วย! ริน! ผมเป็นพ่อของลูกนะ!” กฤตร้องตะโกนขอความเมตตาระหว่างที่ถูกตำรวจลากตัวลงจากเวที ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อทั้งงานที่กำลังใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปความน่าสมเพชของเขา
ฉันยกมือขึ้นปิดหูลูกชายเบาๆ เพื่อไม่ให้เขาต้องจดจำเสียงร้องอันน่าสมเพชของอดีตพ่อผู้ให้กำเนิด ฉันมองกฤตถูกลากออกไปจนลับสายตา โดยไม่มีความรู้สึกสงสารแม้แต่หยดเดียวในหัวใจ
“ไปกันเถอะค่ะพ่อ วันนี้ลูกอยากกินเค้กช็อกโกแลตจังเลย” น้องวินเงยหน้าขึ้นมาพูดกับคุณตาด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา
“ได้สิหลานรัก ตาจะเหมาทั้งร้านให้หลานเลย” พ่อของฉันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
ฉันหันหลังเดินออกจากห้องโถงนั้น พร้อมกับลูกชายและพ่อของฉัน ทิ้งอดีตที่แสนโง่เขลาและความเจ็บปวดทั้งหมดไว้เบื้องหลัง ตอนนี้… ชีวิตที่แท้จริงของฉันและลูก เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างงดงามที่สุดต่างหาก!