—แต่สิ่งที่ฉันทำต่อจากนั้นกลางเวหา ได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเพิ่งสร้างมาทั้งชีวิตจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก!
I. ความลับที่ความสูง 30,000 ฟุต
เสียงเครื่องยนต์ของเครื่องบินแอร์บัสขนาดใหญ่ดังกระหึ่มอย่างสม่ำเสมออยู่นอกหน้าต่าง สัญญาณรัดเข็มขัดนิรภัยดับลงแล้ว และตอนนี้เครื่องบินกำลังบินนิ่งอยู่ที่ระดับความสูง 30,000 ฟุตเหนือชั้นเมฆ ในโซนที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสที่หรูหราและเป็นส่วนตัว มีผู้โดยสารเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
ฉันชื่อ “นลิน” และฉันกำลังนั่งอยู่เบื้องหลังเบาะที่นั่งทรงสูงอันแสนแพง สายตาของฉันจับจ้องไปยังผู้โดยสารสองคนที่อยู่ห่างออกไปสองแถว ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังซบเซากันอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน เสียงหัวเราะคิกคักกระซิบกระซาบดังแว่วมาเป็นระยะ
ผู้ชายคนนั้นคือ “อัคร” สามีที่แต่งงานกันมา 8 ปีของฉัน เขาบอกฉันว่าต้องบินด่วนไปเจรจาธุรกิจพันล้านที่ลอนดอน ส่วนผู้หญิงที่กำลังป้อนองุ่นให้เขาพร้อมกับจูบที่แก้มอย่างรักใคร่นั้นคือ “พราว” เลขานุการสาววัย 23 ปีที่ฉันเป็นคนเซ็นอนุมัติรับเข้าทำงานด้วยตัวเอง
“คุณอัครคะ ยัยแก่ที่บ้านคุณป่านนี้คงกำลังนั่งกินข้าวคนเดียวเหงาๆ นึกว่าคุณกำลังเครียดกับงานประชุมแน่ๆ เลยค่ะ” พราวพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
“ช่างเขาเถอะพราว นลินน่ะเหรอ… ก็แค่ผู้หญิงจืดชืดที่วันๆ รู้จักแต่เรื่องงาน น่าเบื่อจะตายไป ผมอยู่กับเขา ก็เพราะผลประโยชน์เท่านั้นแหละ ทริปนี้ผมจะเปย์คุณให้เต็มที่เลยนะคนดี” อัครตอบพร้อมกับลูบไล้สะโพกของเลขา สาวอย่างย่ามใจ
พวกเขาทั้งสองคนไม่รู้เลยว่า ฉันแอบเปลี่ยนเที่ยวบินในนาทีสุดท้ายเพื่อมาเซอร์ไพรส์สามี แต่สิ่งที่ฉันได้รับกลับเป็นความจริงที่เน่าเฟะ ฉันไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้กรีดร้อง จิตใจของฉันเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ฉันกดปุ่มเรียกพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทันที
II. เบื้องหลังหน้ากากของชายผู้ทรยศ
อัครเป็นชายหนุ่มที่สังคมยกย่องว่าเป็น “มหาเศรษฐีผู้สร้างตัวด้วยตัวเอง” เขาเป็น CEO ของบริษัทโลจิสติกส์ยักษ์ใหญ่ที่มีมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์นับหมื่นล้าน ทุกครั้งที่เขาออกสื่อ เขาจะพูดเสมอว่าเขาความสำเร็จนี้มาจากหยาดเหงื่อและสมองของเขาเพียงคนเดียว จนทำให้เขาหลงระเริงและคิดว่าตัวเองอยู่เหนือทุกอย่าง
แต่สิ่งที่อัครจงใจลืมไปก็คือ… เงินทุน 100% ในการก่อตั้งบริษัท และเส้นสายทั้งหมดในวงการธุรกิจ เป็นของตระกูลฉัน
ก่อนแต่งงาน พ่อของฉันบังคับให้อัครเซ็นสัญญาข้อตกลงก่อนสมรส (Prenuptial Agreement) ที่พ่วงด้วย “บันทึกแนบท้ายคุ้มครองเกียรติยศ” ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนและโหดเหี้ยมว่า:
หากฝ่ายชายกระทำการนอกใจ มีความสัมพันธ์ชู้สาว หรือทำให้ฝ่ายหญิงเสื่อมเสียเกียรติยศ ไม่ว่าจะในสถานการณ์ใดก็ตาม หุ้นทั้งหมดของเขาในบริษัทจะถูกริบคืนเป็นของฝ่ายหญิงทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข และเขาจะต้องพ้นจากตำแหน่งบริหารทุกตำแหน่งภายใน 24 ชั่วโมง
อัครคิดว่าฉันเป็นเพียงผู้หญิงหัวอ่อนที่ยอมเขาเกือบทุกเรื่อง เขาคิดว่าการบินอยู่บนฟ้าที่ความสูง 30,000 ฟุต ห่างไกลจากบ้านเกิด จะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในการเสพสุขกับชู้รัก โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า สายการบินหรูที่เขากำลังนั่งอยู่นี้… ครอบครัวของฉันคือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด
III. สงครามเงียบกลางเวหา
ฉันลุกขึ้นจากที่นั่งช้าๆ เดินตรงไปยังแถวที่พวกเขานั่งอยู่ พนักงานต้อนรับที่จำฉันได้พยายามจะทำความเคารพ แต่ฉันยกมือเป็นสัญญาณให้เงียบไว้
เมื่อฉันไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเบาะของพวกเขา อัครที่กำลังโอบกอดพราวอยู่เงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนแทบจะถล่นออกมาจากเบ้า ใบหน้าของเขาถอดสีกลายเป็นขาวซีดราวกับคนตาย ส่วนพราวสะดุ้งสุดตัวและรีบผลักอัครออกด้วยความตกใจ
“น-นลิน! คุณ… คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?!” อัครอุทาน เสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
ฉันไม่ตอบ แต่ส่งยิ้มที่ราบเรียบไปให้ “คุยกันสนุกไหมอัคร? ลอนดอนคงหนาวมากสินะ ถึงต้องเตรียมคนมาให้ความอบอุ่นล่วงหน้าขนาดนี้”
“นลิน… ฟังผมก่อนนะ มันไม่มีอะไรเลย พราวเขาแค่… เขาแค่มาช่วยเตรียมเอกสาร!” อัครพยายามโกหกหน้าตาย ขาของเขาสั่นจนเห็นได้ชัด
“คุณไม่ต้องอธิบายอะไรหรอกอัคร เก็บเสียงของคุณไว้เถอะ” ฉันพูดพลางหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวออกมาเปิดสัญญาณ Wi-Fi ความเร็วสูงผ่านดาวเทียมบนเครื่องบิน ฉันต่อสายวิดีโอคอลตรงถึงหัวหน้าทนายความของตระกูลและประธานบอร์ดบริหารของบริษัททันที
“สวัสดีค่ะทุกคน นลินนะคะ” ฉันพูดใส่หน้าจอต่อหน้าอัครและชู้รัก “ฉันได้ส่งหลักฐานภาพถ่ายและคลิปวิดีโอความสัมพันธ์ชู้สาวของอัครไปให้พวกคุณแล้วผ่านระบบคลาวด์ ดำเนินการตามแผน ‘ตัดรากถอนโคน’ ได้เลยค่ะ”
IV. หายนะเมื่อเครื่องลงจอด
ตลอดเวลาที่เหลืออีก 6 ชั่วโมงบนเครื่องบิน อัครแทบจะบ้าคลั่ง เขาพยายามเดินมาคุกเข่าอ้อนวอนฉันที่ที่นั่งเฟิร์สคลาส แต่ถูกพนักงานต้อนรับและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสายการบินบล็อกตัวไว้ไม่ให้เข้าใกล้ฉัน แม้แต่พราวก็เอาแต่ร้องไห้โฮด้วยความหวาดกลัวเพราะรู้ว่าอนาคตของตัวเองกำลังจะดับวูบ
เมื่อล้อเครื่องบินแตะรันเวย์สนามบินฮีทโธรว์ที่ลอนดอน สัญญาณโทรศัพท์ของอัครก็เปิดใช้งานได้ทันที และนั่นคือวินาทีที่นรกบนดินของเขาเริ่มทำงาน
ข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารและระบบของบริษัทเด้งขึ้นมาราวกับห่าฝน:
-
คำสั่งจากบอร์ดบริหาร: ปลดนายอัครออกจากตำแหน่ง CEO มีผลทันทีเนื่องจากละเมิดข้อตกลงทางศีลธรรมและสัญญาเกียรติยศ
-
คำสั่งอายัด: บัญชีธนาคารร่วมและบัตรเครดิตแบล็คการ์ดทุกใบที่อยู่ภายใต้ชื่อบริษัท ถูกระงับการใช้งานทั้งหมด
-
คำสั่งยึดทรัพย์: รถยนต์หรูและคฤหาสน์ที่เขาอาศัยอยู่ (ซึ่งเป็นทรัพย์สินของบริษัทตระกูลฉัน) กำลังถูกเปลี่ยนกุญแจทั้งหมด
อัครเดินหน้าซีดออกมาที่จุดรับกระเป๋า เขาพยายามใช้บัตรเครดิตเพื่อกดเงินจากตู้ ATM แต่หน้าจอขึ้นว่า “Transaction Declined / Account Frozen” (ธุรกรรมถูกปฏิเสธ / บัญชีถูกระงับ)
พราวที่เดินตามหลังมาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เธอมองดูอัครที่ตอนนี้ไม่มีแม้แต่เงินจะจ่ายค่าแท็กซี่ เลขาสาวรีบคว้ากระเป๋าเดินทางของตัวเองแล้วเดินหนีไปทันที “ลาก่อนค่ะคุณอัคร ฉันคงไม่เหมาะกับผู้หญิงหมดตัวอย่างคุณ!” เธอตะโกนใส่หน้าเขาก่อนจะหายตัวไปกับฝูงชน
V. ชัยชนะเหนือรันเวย์ชีวิต
อัครทรุดตัวลงคุกเข่าร้องไห้อยู่บนพื้นสนามบินอย่างไร้ศักดิ์ศรี ชายผู้เคยเย่อหยิ่งค้ำฟ้าบัดนี้กลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัวภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เขามองเห็นฉันที่กำลังเดินผ่านเขาไปพร้อมกับบอดี้การ์ดส่วนตัวที่มารอรับ
“นลิน! ผมขอโทษ! อย่าทำแบบนี้กับผมเลย ผมสร้างบริษัทนั้นมากับมือนะ!” เขาคลานเข้ามาเกาะรองเท้าส้นสูงของฉัน ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนคนในสนามบินหันมามองด้วยความสมเพช
ฉันหยุดเดิน ก้มลงมองเขาด้วยสายตาที่เย็นชาและไร้ความรู้สึกเดียดฉันท์ ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้าย
“คุณไม่ได้สร้างอะไรเลยอัคร คุณแค่ยืมปีกของฉันบินขึ้นไป… และในเมื่อคุณกล้าแว้งกัดฉันที่ความสูง 30,000 ฟุต ฉันก็แค่ตัดปีกนั้นทิ้ง แล้วปล่อยให้คุณดิ่งพสุธาลงมาตายด้วยตัวเอง”
ฉันสะบัดขาออกจากการเกาะกุมของเขาแล้วเดินก้าวขึ้นรถโรลส์-รอยซ์ที่มารอรับอย่างสง่างาม ทิ้งให้อดีตสามีผู้ทรยศนอนจมกองน้ำตาอยู่บนพื้นดินที่เขาไม่มีวันจะเงยหน้าขึ้นมาเชิดตาในสังคมได้อีกต่อไป ชีวิตใหม่ของฉันที่ปราศจากปลิงดูดเลือด… ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว!