ข้อความในนั้นไม่ได้เขียนด้วยความหวังดี แต่มันถูกกลั่นกรองออกมาจากความเย่อหยิ่งและต้องการเหยียบย่ำ:
“มาแสดงความยินดีสิ ผมอยากให้คุณได้เห็นว่าคุณพลาดอะไรไป… อย่ามาสายล่ะ ผมจองที่นั่งแถวหน้าสุดไว้ให้คุณแล้ว”
มือของฉันสั่นน้อยๆ ขณะที่อ่านข้อความอันแสนโอหังนั้น แต่มันไม่ใช่การสั่นเพราะความเสียใจเหมือนเมื่อสี่ปีที่แล้ว มันคือการสั่นเพราะความสมเพชที่ก่อตัวขึ้นในใจ
สี่ปีที่แล้ว “ภพ” อดีตสามีของฉัน ได้โยนเอกสารฟ้องหย่าใส่หน้าฉันอย่างไร้เยื่อใย เหตุผลของเขานั้นช่างโหดร้ายและกรีดลึกลงไปในความเป็นผู้หญิงของฉัน
“คุณมันก็แค่ผู้หญิงที่บกพร่อง… ไม่มีลูก ไร้ประโยชน์ และไม่คู่ควรที่จะใช้นามสกุลของผมอีกต่อไป!” เขาตวาดใส่ฉันในวันนั้น โยนความผิดทั้งหมดมาที่ฉันเพียงคนเดียวว่าฉันเป็นต้นเหตุที่ทำให้ตระกูลของเขาไม่มีทายาทสืบสกุล เขาปฏิเสธที่จะไปตรวจสุขภาพกับแพทย์ และเลือกที่จะเดินไปหาผู้หญิงคนใหม่ที่อายุน้อยกว่า พร้อมกับทิ้งฉันไว้กับคำด่าทอที่ว่าฉันเป็น “ของมีตำหนิ”
หยดน้ำตาของฉันเหือดแห้งไปนานแล้ว หลังจากวันที่เขาเดินหันหลังให้ ฉันถึงได้มีโอกาสไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด และนั่นทำให้ฉันได้ค้นพบความจริงที่น่าตลกที่สุดในโลก… ร่างกายของฉันสมบูรณ์แบบทุกประการ ฉันสามารถมีลูกได้ปกติ
คนที่ “บกพร่อง” และเป็นหมันอย่างสมบูรณ์แบบ… คือตัวเขาเอง
แต่ฉันไม่เคยบอกความจริงข้อนี้กับเขา ฉันเลือกที่จะเก็บความลับนี้ไว้ เดินหน้าใช้ชีวิตของตัวเอง จนกระทั่งฉันได้พบกับ “คิน” ผู้ชายที่เข้ามาโอบกอดรอยแผลเป็นของฉันด้วยความรักที่แท้จริง และมอบของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตให้กับฉัน
ดังนั้น… เมื่อภพกล้าส่งคำท้าทายนี้มา ฉันก็ยินดีที่จะตอบรับ
ฉันจะไปร่วมงานแต่งงานของเขา สวมรองเท้าส้นเข็มสีแดงเพลิงที่แพงที่สุด เชิดหน้าขึ้นให้สูงที่สุด และเดินเข้าไปในฐานะแขก V.I.P. ที่เขาจองที่นั่งแถวหน้าสุดไว้ให้… แต่ฉันจะไม่ได้ไปคนเดียว
งานวิวาห์ที่สมบูรณ์แบบ (จนกระทั่งฉันก้าวเข้าไป)
บรรยากาศในโรงแรมหรูระดับห้าดาวเต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีขาวและคริสตัลระยิบระยับ แขกเหรื่อระดับวีไอพีนับร้อยคนกำลังจับจ้องไปที่แท่นพิธี ภพยืนอยู่ตรงนั้นในชุดสูททักซิโด้สีขาวสั่งตัด เขายิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ โดยมีเจ้าสาวคนใหม่ของเขายืนเคียงข้าง เธอจงใจลูบหน้าท้องที่นูนออกมาเล็กน้อยของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ… ใช่แล้ว เธอประกาศให้ทุกคนในสังคมรู้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ทายาทสายเลือดบริสุทธิ์ของตระกูลภพ
สายตาของภพกวาดมองมาที่เก้าอี้แถวหน้าสุดที่ยังว่างเปล่า เขากระตุกยิ้มมุมปาก คงคิดว่าฉันขี้ขลาดจนไม่กล้ามาเผชิญหน้ากับความสำเร็จของเขา
แต่แล้ว… ประตูไม้บานใหญ่ของห้องบอลรูมก็ถูกเปิดออกอย่างแรง
คลิก… คลิก… คลิก…
เสียงรองเท้าส้นเข็มสีแดงของฉันกระทบกับพื้นหินอ่อน ดึงดูดทุกสายตาในห้องให้หันมามอง ฉันสวมชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มที่เข้ารูปและสง่างามราวกับราชินี เดินเชิดหน้าตรงเข้าไปตามทางเดินพรมแดง
รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของภพแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อเห็นความสวยและออร่าที่เปล่งประกายของฉัน แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่ทำให้โลกของเขาถล่มทลาย
สิ่งที่ทำให้บรรยากาศทั้งงานตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้า… คือสิ่งที่เดินตามหลังฉันมา
เบื้องหลังของฉัน คือชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่า—คิน สามีคนปัจจุบันของฉันที่กำลังจูงมือเด็กน้อยวัยสามขวบ… ไม่ใช่แค่หนึ่ง แต่เป็น เด็กแฝดสาม ที่มีใบหน้าเล็กๆ น่ารักน่าชัง และหน้าตาเหมือนกันทุกประการ!
ก้าวเดินเล็กๆ ของเด็กน้อยทั้งสามคนที่สวมชุดสูททักซิโด้และชุดเดรสฟูฟ่องตัวจิ๋ว ดึงดูดสายตาทุกคู่ แฝดสามวิ่งเข้ามากอดขาฉันอย่างออดอ้อน
“หม่ามี้ขาทรงตัวดีๆ นะคะ ส้นรองเท้าหม่ามี้สูงจัง” ลูกสาวคนโตพูดเจื้อยแจ้ว
ฉันก้มลงลูบหัวลูกๆ ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองตรงไปยังอดีตสามีที่ยืนอยู่บนเวที
ใบหน้าของภพซีดเผือดราวกับกระดาษ ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมา เขามองมาที่เด็กแฝดสามสลับกับใบหน้าของฉัน ริมฝีปากของเขาสั่นระริกโดยไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา
แขกในงานเริ่มซุบซิบนินทากันเสียงขรม “นั่นมันอดีตภรรยาของคุณภพนี่ ที่เขาเคยลือกันว่าเป็นหมันไง?” “เป็นหมันบ้าอะไรล่ะ! เธอเพิ่งพาแฝดสามมาโชว์ตัว แถมสามีใหม่เธอก็หล่อและรวยระดับมหาเศรษฐีเลยนะ!”
ฉันเดินไปนั่งที่เก้าอี้แถวหน้าสุดตามที่เขาจองไว้ให้ คินนั่งลงข้างๆ ฉันโดยมีลูกๆ ทั้งสามคนนั่งอยู่บนตักของเรา ฉันส่งยิ้มที่สุภาพและเยือกเย็นที่สุดไปให้ภพ
ฉันเห็นความสับสน ความอับอาย และความตื่นตระหนกวิ่งพล่านอยู่ในดวงตาของเขา
ถ้าฉันผู้หญิงที่เขาเคยด่าว่า “บกพร่องและไม่มีลูก” สามารถให้กำเนิดแฝดสามที่แข็งแรงสมบูรณ์ได้… นั่นก็แปลว่าปัญหาเรื่องการมีบุตรไม่ได้อยู่ที่ฉัน
และถ้าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฉัน… มันก็ต้องอยู่ที่เขา!
วินาทีนั้นเอง สายตาของภพค่อยๆ เลื่อนจากใบหน้าของฉัน ไปหยุดที่… หน้าท้องที่นูนออกมาของเจ้าสาวคนใหม่ของเขา
เจ้าสาวของเขาหน้าถอดสี มือที่เคยลูบท้องอย่างภาคภูมิใจเมื่อครู่สั่นเทาและรีบชักกลับทันที เธอรู้ดีว่าตัวเองไปท้องกับใครมา และเธอก็หลอกภพมาตลอดว่านี่คือลูกของเขา
บรรยากาศงานวิวาห์ที่เคยสมบูรณ์แบบและหรูหรา บัดนี้ละลายหายไปกลายเป็นขุมนรกแห่งความหวาดระแวงและความอัปยศของเจ้าบ่าว ภพก้าวถอยหลังออกห่างจากเจ้าสาวของตัวเองราวกับเธอเป็นตัวเชื้อโรค โลกทั้งใบของเขาพังทลายลงต่อหน้าต่อตาแขกนับร้อย
ส่วนฉัน… ฉันเพียงแค่นั่งไขว่ห้างด้วยรองเท้าส้นสูงสีแดงเพลิง เอนหลังพิงไหล่สามีที่แสนดี จิบแชมเปญชั้นเลิศ และเฝ้ามองดูละครฉากใหญ่ที่เขาสร้างขึ้นมาทำลายตัวเอง
เขาอยากให้ฉันมาเห็นสิ่งที่ฉันพลาดไป… และใช่ ฉันเห็นแล้วจริงๆ ว่าฉันโชคดีแค่ไหนที่หลุดพ้นจากผู้ชายโง่เขลาอย่างเขามาได้