กฎแห่งการวิวาห์และนวมสีแดง: เมื่อความหวานของฮันนีมูนจบลง แต่สังเวียนชีวิตคู่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น

เสียงล้อกระเป๋าเดินทางบดไปกับพื้นไม้ปาร์เก้ขัดมันในบ้านหลังใหม่ของเราเป็นสัญญาณบอกว่า ช่วงเวลาแห่งความสุขดั่งความฝันได้สิ้นสุดลงแล้ว ทริปฮันนีมูนสองสัปดาห์ที่มัลดีฟส์เต็มไปด้วยรอยยิ้ม แสงแดด และความโรแมนติกที่ทำให้ใครๆ ก็ต้องอิจฉา กฤต สามีสุดหล่อมาดนักธุรกิจของฉัน ดูแลฉันราวกับเจ้าหญิงตลอดการเดินทาง แต่ฉันรู้ดี… ฉันสัมผัสได้ถึงเงามืดที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มแสนดีนั้นมาสักพักแล้ว ฉันแค่รอเวลาให้เขาเผยธาตุแท้ออกมา

เมื่อประตูปิดลงและล็อคสนิท บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปทันที ความอบอุ่นที่เคยมีจางหายไปแทนที่ด้วยความเย็นชา กฤตหันมามองฉัน แววตาของเขาไม่ได้มีความรักใคร่หลงเหลืออยู่เลย มันกลายเป็นแววตาของผู้ล่าที่กำลังมองเหยื่อที่ติดกับดักอย่างสมบูรณ์แบบ

เขาเดินไปที่ปลายเตียง ยืนจ้องมองฉันด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น มือหนาของเขาค่อยๆ เลื่อนไปที่เอว ก่อนจะปลดหัวเข็มขัดหนังราคาแพงออกช้าๆ เสียงโลหะกระทบกันดังก้องในความเงียบ เขาค่อยๆ ดึงเข็มขัดเส้นนั้นออกจากหูกางเกง แล้วพับมันครึ่งหนึ่ง ฟาดลงกับฝ่ามือตัวเองเบาๆ

“เมื่อช่วงเวลาฮันนีมูนของเราจบลงแล้ว…” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความคุกคาม “ถึงเวลาสอนกฎของการแต่งงานให้เธอรู้แล้ว ว่าในบ้านหลังนี้ใครคือเจ้านาย และการเป็นภรรยาที่เชื่อฟังมันต้องทำยังไง”

เขาคงคิดว่าฉันจะร้องไห้ อ้อนวอน หรือตัวสั่นด้วยความกลัวเหมือนผู้หญิงอ่อนแอที่เขาเคยวาดภาพไว้ แต่เขาคิดผิดมหันต์… ผิดตั้งแต่ตอนที่เขาไม่ยอมสืบประวัติฉันให้ดีก่อนแต่งงาน

ฉันถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะระบายยิ้มกว้างออกมา มันไม่ใช่รอยยิ้มที่ฝืนทำ แต่เป็นรอยยิ้มแห่งความตื่นเต้น ฉันเดินไปที่กระเป๋าเดินทางใบเล็กของตัวเอง รูดซิปออกอย่างใจเย็น แทนที่จะเป็นชุดนอนลูกไม้หรือเครื่องสำอาง สิ่งที่อยู่ข้างในกลับเป็นอุปกรณ์กีฬาที่ฉันรักที่สุด

ฉันหันหลังกลับมามองกฤตที่กำลังขมวดคิ้วด้วยความสับสน ฉันค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทีละเม็ดแล้วโยนมันทิ้งไปบนเตียง เผยให้เห็นสปอร์ตบราสีดำที่เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วง จากนั้นฉันก็หยิบนวมชกมวยสีแดงสดคู่ใจจากในกระเป๋าขึ้นมาสวมที่มือทั้งสองข้าง ขยับข้อมือและกระโดดเหยาะๆ เพื่อยืดเส้นยืดสาย

ฉันชกหมัดลมสองสามครั้ง เสียงแหวกอากาศดังขวับๆ บ่งบอกถึงความเร็วและน้ำหนักหมัดที่ไม่ธรรมดา ฉันหันไปสบตากับสามีที่ตอนนี้หน้าซีดเผือด เข็มขัดในมือของเขาดูไร้ค่าไปเลยเมื่อเทียบกับท่าทางทะมัดทะแมงของฉัน

“สมบูรณ์แบบเลย…” ฉันพูดพร้อมกับยิ้มกว้าง ส่งสายตาท้าทายไปให้เขา “ฉันกำลังมองหาคู่ซ้อมอยู่พอดีเลยที่รัก ร่างกายฉันมันยึดไปหมดแล้วตั้งแต่ไปเที่ยวมา”

“น…นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย นลิน!” กฤตตะกุกตะกัก พยายามรักษามาดความขึงขังเอาไว้ เขาเงื้อเข็มขัดในมือขึ้นสูง “เธอคิดว่านี่เป็นเรื่องตลกหรอ!”

เขาฟาดเข็มขัดลงมาอย่างแรง หวังจะข่มขวัญฉัน แต่สำหรับอดีตแชมป์มวยไทยหญิงระดับประเทศอย่างฉัน การโจมตีของเขาช้าเป็นหอยทาก ฉันเพียงแค่โยกหัวหลบวูบเดียว สายพานหนังก็พลาดเป้าไปฟาดโดนหมอนบนเตียงแทน

ก่อนที่เขาจะทันได้ดึงมือกลับ ฉันพุ่งตัวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว ฮุคซ้ายเบาๆ (ที่ฉันยั้งแรงไว้แล้วกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์) เข้าที่ชายโครงของเขา

“อั้ก!” กฤตจุกจนหน้าเขียว ปล่อยเข็มขัดหลุดมือและทรุดลงไปคุกเข่าบนพื้น พยายามสูดอากาศเข้าปอด

ฉันยืนค้ำหัวเขา มองดูสามีจอมเผด็จการที่ตอนนี้กลายสภาพเป็นลูกหมาตกน้ำ ฉันถอดนวมข้างขวาออก แล้วใช้มือเชยคางเขาขึ้นมาเบาๆ

“เอาล่ะที่รัก ตอนนี้เรามาคุยเรื่อง ‘กฎของการแต่งงาน’ กันใหม่ดีกว่าไหม?” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแต่หนักแน่น

“กฎข้อที่หนึ่ง: ในบ้านหลังนี้เรามีความเท่าเทียมกัน จะไม่มีการใช้กำลังหรือความรุนแรงใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าคุณฝืนกฎข้อนี้ นวมสีแดงคู่นี้จะมาทักทายหน้าหล่อๆ ของคุณทันที”

กฤตพยักหน้ารัวๆ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว

“กฎข้อที่สอง: งานบ้านเราต้องแบ่งกันทำ วันนี้คุณต้องเป็นคนล้างจาน และจัดกระเป๋าเสื้อผ้าทั้งหมดให้เรียบร้อย”

“ด…ได้จ้ะที่รัก” เขาตอบรับเสียงสั่น

“ดีมากค่ะ” ฉันยิ้มและหอมแก้มเขาไปหนึ่งฟอด “ยินดีต้อนรับสู่ชีวิตคู่นะคะที่รัก ฉันเชื่อว่าเราจะเป็นคู่ชีวิตที่มีความสุขที่สุดเลยล่ะ… ตราบใดที่คุณยังจำกฎของเราได้”

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา บ้านของเราก็เต็มไปด้วยความสงบสุข กฤตกลายเป็นสามีที่น่ารัก เอาใจใส่ และไม่เคยคิดที่จะแตะต้องเข็มขัดเส้นนั้นอีกเลยในทางที่ผิด ส่วนฉันก็ยังคงซ้อมมวยอยู่ทุกวัน โดยมีสามีสุดที่รักเป็นคนคอยถือเป้าล่อให้ด้วยความเต็มใจ… และนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบของเราจริงๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *