ตลอดหลายปีที่ทนถูกตราหน้าว่าเป็น ‘ขยะชั้นต่ำ’…

จนกระทั่งแม่ผัวฉีกชุดประจานกลางงานแต่ง โทรศัพท์สายเดียวถึง ‘คุณพ่อ’ จึงบดขยี้ตระกูลจอมปลอมนี้ให้ย่อยยับในพริบตา!

ความรักทำให้คนเราตาบอด และสำหรับฉัน ความรักทำให้ฉันยอมละทิ้งมงกุฎเพื่อมาสวมมงกุฎหนาม ฉันชื่อ “ฟ้าลดา” ตลอดระยะเวลาสามปีที่แต่งงานและก้าวเข้ามาอยู่ในบ้านตระกูลวรโชติ ฉันต้องทนรับการดูถูกเหยียดหยามสารพัดจากครอบครัวของสามี โดยเฉพาะ “ริสา” น้องสาวของเขาที่มักจะจิกหัวเรียกฉันว่า “ขยะชั้นต่ำ” และด่าทอว่าฉันเป็น “ตัวถ่วง” ที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อพี่ชายของเธอ

ฉันยอมทนก้มหน้าทำงานบ้านทุกอย่าง สวมเสื้อผ้าเก่าๆ และใช้ชีวิตอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว เพียงเพราะฉันหลงรัก “ธันวา” ผู้ชายที่เคยสัญญาว่าจะปกป้องฉันจากทุกสิ่งบนโลกใบนี้ ฉันเลือกที่จะปิดบังฐานะที่แท้จริงของตัวเอง ทิ้งนามสกุลอันยิ่งใหญ่ระดับประเทศไว้เบื้องหลัง เพื่อพิสูจน์ว่าความรักที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทอง แต่ฉันเพิ่งรู้ซึ้งในวันนี้เองว่า… ความดีไม่อาจเปลี่ยนสันดานของคนที่เน่าเฟะจากภายในได้

ค่ำคืนนี้ คืองานฉลองมงคลสมรสที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดของริสา โรงแรมระดับห้าดาวถูกเนรมิตให้กลายเป็นปราสาทในฝัน แขกเหรื่อระดับไฮโซและนักธุรกิจแนวหน้ากว่าสองร้อยชีวิตมารวมตัวกัน ริสาสวมชุดเจ้าสาวฟู่ฟ่า ประดับเพชรพลอยเต็มตัว ในขณะที่ฉันถูก “คุณหญิงดาริกา” แม่สามี บังคับให้สวมชุดเดรสสีหม่นๆ ราคาถูก เพื่อไม่ให้ไปเดินข่มรัศมีของลูกสาวสุดที่รักของเธอ

งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างชื่นมื่น จนกระทั่งถึงช่วงกลางดึก เสียงดนตรีอันไพเราะก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดของริสาที่ดังลั่นทะลุไมโครโฟน

“แหวนของฉัน! แหวนเพชรสามสิบล้านที่พี่เอกซื้อให้ฉันมันหายไป! เมื่อกี้ฉันถอดวางไว้บนโต๊ะแต่งหน้าในห้องพักตอนเปลี่ยนชุด มันหายไปไหน!”

แขกทั้งงานแตกตื่นและหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ริสากวาดสายตาอาฆาตไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ฉันซึ่งยืนอยู่เงียบๆ มุมห้อง เธอชี้หน้าฉันด้วยความเกรี้ยวกราดและตะโกนใส่ไมค์โดยไม่รักษามารยาทใดๆ

“นังฟ้าลดา! แกเป็นคนขโมยแหวนของฉันไปใช่ไหม! แกแอบเข้าไปในห้องแต่งตัวของฉันตอนที่ไม่มีคนอยู่ นังขยะชั้นต่ำ แกอิจฉาที่ฉันได้แต่งงานกับคนรวย แกเลยคิดจะขโมยแหวนของฉันไปขายเพื่อยกระดับชีวิตสลัมของแกใช่ไหม!”

ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง “ฉันไม่ได้ทำนะริสา! ฉันไม่ได้เข้าไปในห้องนั้นเลยด้วยซ้ำ ฉันยืนช่วยพนักงานจัดดอกไม้อยู่ตรงนี้ตลอดเวลา!”

แต่ไม่มีใครฟังคำอธิบายของฉัน คุณหญิงดาริกาพุ่งพรวดเข้ามาหาฉันด้วยความโกรธจัด ใบหน้าของเธอถมึงทึงราวกับปีศาจ เธอไม่ได้ซักถาม ไม่ได้ฟังเหตุผล แต่เธอกลับพุ่งเข้ามาคว้าคอเสื้อเดรสของฉันแล้วกระชากอย่างแรง

แควก!!

เสียงผ้าขาดดังก้องไปทั่วความเงียบงันของห้องบอลรูม ชุดเดรสราคาถูกของฉันฉีกขาดตั้งแต่คอเสื้อจรดหัวไหล่ เผยให้เห็นผิวหนังและสายเสื้อชั้นใน แขกกว่าสองร้อยคนต่างร้องอุทานและหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอ

“ค้นตัวมัน! นังขโมยหน้าด้าน มันต้องซ่อนแหวนไว้ในตัวแน่ๆ!” คุณหญิงดาริกาตะโกนลั่น พร้อมกับตบหน้าฉันอย่างแรงจนฉันล้มลงไปกองกับพื้น เธอพยายามจะกระชากกระเป๋าถือและทึ้งเสื้อผ้าของฉันเพื่อค้นหาแหวน ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะและสายตาสมเพชเวทนาของผู้คนรอบข้าง

ฉันกุมเสื้อที่ฉีกขาดไว้แน่น น้ำตาแห่งความอัปยศไหลอาบแก้ม ฉันเงยหน้าขึ้นมองหา “ธันวา” สามีที่ฉันฝากชีวิตไว้ เขายืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว แต่เขากลับเบือนหน้าหนี ไม่แม้แต่จะก้าวออกมาปกป้องฉัน ไม่แม้แต่จะถอดเสื้อสูทมาคลุมร่างที่โป๊เปลือยของภรรยา เขาปล่อยให้แม่และน้องสาวรุมทึ้งศักดิ์ศรีของฉันราวกับฉันเป็นสุนัขข้างถนน

วินาทีที่สายตาของธันวาหลบตาฉัน… ความรักและความอดทนตลอดสามปีของฉันก็แหลกสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน หัวใจที่เคยอบอุ่นถูกแช่แข็งด้วยความเย็นชาที่ลึกล้ำที่สุดในชีวิต

ฉันปัดมืออันสกปรกของคุณหญิงดาริกาออกอย่างแรงจนเธอหงายหลังล้มลง ค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นยืน ยืดหลังตรงแม้เสื้อผ้าจะหลุดลุ่ย ฉันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าที่ยังกำไว้แน่น หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและกดโทรออกหาเบอร์ที่ฉันไม่ได้ติดต่อมาแสนนาน

ปลายสายรับอย่างรวดเร็ว เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจตอบกลับมาด้วยความห่วงใย ฉันไม่สนใจเสียงด่าทอของริสาที่กำลังสั่งให้ รปภ. มาจับตัวฉัน ฉันเพียงแค่กรอกเสียงลงไปในสายด้วยความเยือกเย็นและเด็ดขาด

“คุณพ่อคะ… ฟ้าพอแล้วค่ะ ถึงเวลาแล้ว”

เพียงสิบห้านาทีหลังจากวางสาย ในขณะที่ รปภ. กำลังจะเข้ามาคุมตัวฉัน ประตูไม้สักบานยักษ์ของห้องบอลรูมก็ถูกถีบเปิดออกอย่างรุนแรงจนบานประตูกระแทกผนังเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!

กองทัพชายชุดดำนับสิบคนก้าวเข้ามาขนาบซ้ายขวา ปูทางให้กับชายวัยกลางคนผู้สวมสูทสั่งตัดราคาแพงระยับ ท่วงท่าของเขาเปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมีที่ทำให้ทุกคนในงานต้องกลั้นหายใจ… เขาคือ “เจ้าสัวเกรียงไกร” มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ ผู้กุมบังเหียนเศรษฐกิจและเป็นเจ้าของเครือโรงแรมห้าดาวที่พวกเขากำลังยืนอยู่นี้!

คุณหญิงดาริกาและธันวาหน้าซีดเผือด รีบวิ่งเข้าไปต้อนรับด้วยท่าทีประจบประแจง “ท-ท่านเจ้าสัว! เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านมาร่วมงานแต่งของลูกสาวดิฉันค่ะ!”

แต่เจ้าสัวเกรียงไกรไม่ได้สนใจพวกเขาสักนิด ท่านเดินแหวกฝูงชนตรงดิ่งมาหาฉัน ถอดเสื้อสูทตัวนอกที่สั่งตัดจากอิตาลีราคาหลักแสน คลุมทับลงบนไหล่ที่สั่นเทาของฉันอย่างทะนุถนอม สายตาของท่านที่มองฉันเต็มไปด้วยความรักและความเจ็บปวด ก่อนจะหันขวับไปจ้องมองครอบครัววรโชติด้วยแววตาของมัจจุราช

“ใคร… ใครบังอาจทำกับ ‘ลูกสาวคนเดียว’ ของฉันแบบนี้!” เสียงตวาดของเจ้าสัวเกรียงไกรดังกัมปนาทราวกับฟ้าผ่ากลางงาน

คำว่า ‘ลูกสาวคนเดียว’ ทำให้โลกทั้งใบของธันวา คุณหญิงดาริกา และริสา หยุดหมุน พวกเขาเบิกตากว้างจนแทบถลน ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่

“ล-ลูกสาว… นังฟ้าลดาเนี่ยนะคะ เป็นลูกสาวของท่านเจ้าสัวเกรียงไกร!” ริสาละล่ำละลัก เสียงของเธอสั่นเครือราวกับหนูที่กำลังเผชิญหน้ากับราชสีห์

“ใช่! ฟ้าลดาคือทายาทเพียงคนเดียวของฉัน ผู้สืบทอดมรดกหมื่นล้านที่พวกแกเหยียบย่ำและด่าว่าขยะชั้นต่ำมาตลอดสามปี!” เจ้าสัวเกรียงไกรชี้หน้าด่าอย่างไม่ไว้หน้า “ฉันยอมปล่อยให้ลูกสาวมาใช้ชีวิตลำบากเพียงเพราะเธอเชื่อในความรัก แต่พวกแกกลับตอบแทนความดีของลูกฉันด้วยการทำร้ายและเหยียดหยามศักดิ์ศรีของเธอ!”

เลขาของเจ้าสัวเดินก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมกับโยนกระเป๋าถือแบรนด์เนมของริสาลงบนพื้น เมื่อกระเป๋าเปิดออก แหวนเพชรสามสิบล้านที่ริสาอ้างว่าถูกขโมยไป ก็กลิ้งหล่นออกมาต่อหน้าต่อตาแขกทุกคน!

“คุณริสาจงใจซ่อนแหวนไว้ในกระเป๋าตัวเองตั้งแต่แรก เพื่อจัดฉากใส่ร้ายคุณฟ้าลดาครับ กล้องวงจรปิดในห้องแต่งตัวที่ซ่อนอยู่ในกรอบรูปบันทึกภาพไว้ได้ทั้งหมด” เลขาประกาศเสียงดังฟังชัด

ริสาหน้าซีดเป็นไก่ต้ม แขกในงานเริ่มซุบซิบนินทาและชี้หน้าด่าทอเจ้าสาวลวงโลก เจ้าบ่าวของริสาที่เพิ่งรู้ความจริงถึงกับถอดแหวนแต่งงานปาใส่หน้าเธอและประกาศยกเลิกงานแต่งกลางคันทันที

ธันวาทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าฉัน น้ำตาของลูกผู้ชายขี้ขลาดไหลพราก “ฟ้า… ฟ้าครับ ผมไม่รู้เรื่อง ผมขอโทษ ผมรักฟ้านะ ให้อภัยผมเถอะ เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมนะฟ้า!”

ฉันก้มมองผู้ชายที่ฉันเคยรักหมดหัวใจ ด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและเย็นชาที่สุด “ความรักของฉันมันถูกแม่ของคุณฉีกทิ้งไปพร้อมกับชุดตัวนี้แล้วธันวา และคุณก็เป็นคนยืนดูมันถูกทำลายด้วยตาของคุณเอง… พรุ่งนี้เตรียมรอรับหมายศาลฟ้องหย่าได้เลย ฉันจะไม่เหลือสมบัติให้คุณแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว”

เจ้าสัวเกรียงไกรหันไปสั่งการเลขาด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “ดึงเงินลงทุนทั้งหมดออกจากบริษัทของตระกูลมัน ซื้อหนี้สินที่พวกมันเคยกู้ยืมมาทั้งหมด แล้วบีบให้มันล้มละลายภายในพรุ่งนี้เช้า! ฉันจะทำให้พวกมันได้รู้ซึ้งว่า การเป็น ‘ขยะชั้นต่ำ’ ที่แท้จริง มันรู้สึกยังไง!”

ฉันกระชับเสื้อสูทของคุณพ่อไว้แน่น หันหลังเดินออกจากห้องบอลรูมแห่งความอัปยศนั้นอย่างสง่างาม ทิ้งให้เสียงร้องไห้โหยหวนและเสียงอ้อนวอนของครอบครัวจอมปลอมดังก้องอยู่เบื้องหลัง พวกเขาต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งเงินทอง หน้าตาในสังคม และอนาคต เพียงเพราะความเย่อหยิ่งและความมืดบอดในจิตใจของตัวเอง

วันนี้ฉันได้ตื่นจากฝันร้ายอันยาวนาน และกลับคืนสู่บัลลังก์ที่แท้จริงของฉัน… บัลลังก์ที่ไม่มีใครหน้าไหนจะกล้ามาแตะต้องศักดิ์ศรีของฉันได้อีกต่อไป!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *