ค่ำคืนนั้นควรจะเป็นคืนที่ฉันมีความสุขที่สุดในชีวิต หลังจากทุ่มเททำงานอย่างหนักมาตลอดเจ็ดปี ในที่สุดฉัน “รินทร์” ก็ได้รับการประกาศเลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้อำนวยการระดับภูมิภาคของบริษัทข้ามชาติ มันคือความก้าวหน้าครั้งใหญ่ที่จะเปลี่ยนอนาคตและอาชีพการงานของฉันไปตลอดกาล
ฉันกลับถึงบ้านด้วยความเหนื่อยล้าแต่หัวใจพองโต ทว่าสิ่งที่รอฉันอยู่กลับมีเพียงความเย็นชาจาก “กานต์” สามีของฉัน และ “คุณแม่วิไล” แม่สามีที่ย้ายมาอยู่ด้วยกันตั้งแต่เราแต่งงาน พวกเขาไม่ได้แสดงความยินดีเลยแม้แต่น้อย แม่สามีเพียงแค่ปรายตามองแล้วบ่นเรื่องที่ฉันกลับบ้านดึกและไม่มีเวลาทำอาหารค่ำให้กานต์ ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะอธิบายหรือโต้เถียง จึงขอตัวขึ้นไปอาบน้ำและทิ้งตัวลงนอนบนเตียงด้วยความอ่อนเพลียจนหลับสนิทไปในทันที
แต่แล้ว… สัมผัสเย็นเฉียบที่ต้นคอก็ปลุกฉันให้ตื่นขึ้นในกลางดึก
ฉันลืมตาขึ้นมาในความมืดสลัวของห้องนอน รู้สึกถึงความเบาหวิวที่ผิดปกติบริเวณศีรษะ เมื่อเอื้อมมือไปสัมผัส… หัวใจของฉันก็หล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ผมยาวสลวยถึงกลางหลังที่ฉันทะนุถนอมดูแลมาหลายปี… หายไปแล้ว มันถูกตัดแหว่งจนสั้นกุดติดหนังศีรษะ เศษผมของฉันร่วงหล่นกระจายอยู่บนหมอนสีขาวราวกับซากศพของความภาคภูมิใจที่ถูกทำลาย
ที่ปลายเตียง… แม่สามีของฉันยืนอยู่ตรงนั้น ในมือของนางกำกรรไกรตัดผ้าอันใหญ่ที่สะท้อนแสงไฟสลัวจากหน้าต่าง นางมองผลงานของตัวเองด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยและสะใจ
“ผู้หญิงที่บ้างานจนลืมหน้าที่ภรรยา ไม่สมควรไว้ผมยาวสลวยให้คนอื่นชื่นชมหรอกนะ” นางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ตำแหน่งใหม่มันทำให้หล่อนจองหองเกินไปแล้ว ฉันแค่ช่วยตัดความพยศของหล่อนออกซะบ้าง”
ฉันช็อกจนตัวสั่น หันไปมองที่ประตูห้อง… กานต์ สามีที่ฉันรักและหาเลี้ยงมาตลอด ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ เขามองดูเส้นผมที่แหว่งวิ่นของฉันด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเห็นใจ หรือความตื่นตระหนกใดๆ เขาปล่อยให้แม่ของเขาทำร้ายฉันในยามที่ฉันไร้ทางสู้
“กานต์… นี่มันอะไรกัน?” ฉันถามเสียงสั่น หวังเพียงให้เขาปกป้องฉันสักครั้ง
แต่คำตอบของเขากลับกลายเป็นมีดที่กรีดลึกลงไปในวิญญาณของฉันยิ่งกว่ากรรไกรของแม่เขา
“อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เลยรินทร์ ผมมันก็แค่งอกใหม่ได้… หัดเชื่อฟังและทำตามใจแม่บ้างเถอะ คุณจะได้รู้จักคำว่าหน้าที่ภรรยาซะที” เขากล่าวอย่างเรียบเฉย ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่น ราวกับว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องปกติ
ในวินาทีนั้น… โลกทั้งใบของฉันหยุดหมุน ความเศร้าเสียใจ ความรัก และความหวังที่เคยมีต่อผู้ชายคนนี้ แตกสลายกลายเป็นผุยผง
ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น อาจจะกรีดร้อง โวยวาย ร้องไห้ฟูมฟาย หรือพุ่งเข้าไปตบตีแม่สามี แต่ฉัน… ฉันไม่กรีดร้อง ฉันไม่โต้เถียง
ฉันกวาดสายตามองผู้หญิงที่ถือกรรไกร และนึกถึงคำพูดของผู้ชายที่เพิ่งเดินออกไป ความโกรธที่พุ่งทะลุขีดจำกัดไม่ได้ทำให้ฉันระเบิดอารมณ์ แต่มันกลับทำให้ฉัน เยือกเย็น อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ฉันลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบ ปัดเศษผมออกจากไหล่ เดินตรงไปที่ห้องน้ำ ล็อกประตู แล้วเปิดไฟสว่างจ้า ฉันมองตัวเองในกระจก ผมที่ถูกตัดแหว่งวิ่นดูน่าเกลียดน่ากลัว แต่นัยน์ตาที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่แววตาของเหยื่อ… มันคือแววตาของนักล่าที่ถูกปลุกให้ตื่น
ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ปลดล็อกหน้าจอ และในขณะที่เวลายังไม่ถึงตีสาม… ฉันเริ่มสร้างปฏิกิริยาลูกโซ่ที่จะเปลี่ยนทุกอย่างตลอดกาล
-
ขั้นตอนที่ 1: การเงิน ฉันเปิดแอปพลิเคชันธนาคาร กดยกเลิกบัตรเครดิตบัตรเสริมทั้ง สามใบ ทันที บัตรใบแรกเป็นบัตรแพลตตินัมที่กานต์ใช้รูดจ่ายค่าแต่งรถและเลี้ยงเพื่อน บัตรใบที่สองคือบัตรอินฟินิทที่แม่สามีใช้รูดซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมและเข้าสปาหรู และบัตรใบที่สามคือบัตรสำหรับค่าใช้จ่ายทั่วไปที่พวกเขาใช้ถลุงเงินของฉันเล่น ทุกใบถูกระงับถาวร
-
ขั้นตอนที่ 2: สินทรัพย์ ฉันโอนเงินทั้งหมดจากบัญชีร่วม (ที่ฉันเป็นคนหาเข้าฝ่ายเดียว) ไปยังบัญชีส่วนตัวที่เปิดไว้เพื่อการลงทุนลับๆ เหลือเงินทิ้งไว้ในนั้นเพียงร้อยบาทถ้วน
-
ขั้นตอนที่ 3: กฎหมาย ฉันส่งอีเมลหาทนายความส่วนตัวของบริษัท แนบรูปถ่ายเส้นผมที่กระจายอยู่บนเตียง และขอให้เขาเตรียมเอกสารฟ้องหย่า พร้อมคำร้องขออำนาจศาลขับไล่บุคคลคุกคามออกจากที่อยู่อาศัย (บ้านหลังนี้เป็นชื่อของฉันร้อยเปอร์เซ็นต์)
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ฉันหยิบปัตตาเลี่ยนตัดผมที่กานต์เคยซื้อทิ้งไว้ ออกมาเสียบปลั๊ก ฉันมองกระจกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะไถปัตตาเลี่ยนลงบนหนังศีรษะของตัวเอง เปลี่ยนผมที่ถูกตัดแหว่งวิ่นให้กลายเป็นทรงพิกซี่คัตที่สั้นเฉียบคมและดูโฉบเฉี่ยว มันอาจจะสั้นกุด แต่มันคือสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่
รุ่งอรุณแห่งความพินาศ
เวลา 07:00 น. แสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร กานต์และแม่สามีกำลังนั่งจิบกาแฟกันอย่างสบายใจราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แม่สามีกำลังกดโทรศัพท์มือถือด้วยความหงุดหงิด “ทำไมบัตรใบนี้ถึงรูดซื้อกระเป๋าออนไลน์ไม่ผ่านเนี่ย กานต์… ลองดูซิว่าระบบธนาคารมีปัญหาหรือเปล่า”
กานต์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดู “เอ๊ะ… ทำไมแอปธนาคารบอกว่าบัญชีถูกอายัดล่ะ? บัตรเครดิตผมก็โดนยกเลิกด้วย เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย!”
ตึก… ตึก… ตึก…
เสียงรองเท้าส้นสูงดังกระทบพื้นไม้เนื้อแข็ง ฉันก้าวเดินลงมาจากบันได ในชุดสูททำงานแบรนด์เนมสีแดงเบอร์กันดีที่ตัดเย็บอย่างประณีต ริมฝีปากทาลิปสติกสีแดงสด และผมทรงพิกซี่คัตสั้นเฉียบที่ทำให้ฉันดูทรงพลังและน่าเกรงขามกว่าที่เคยเป็นมา
กานต์และแม่สามีหันมามองฉันจนตาค้าง ปากของพวกเขาอ้าพะงาบๆ ความตกตะลึงฉายชัดบนใบหน้าเมื่อเห็นว่าฉันไม่ได้เดินลงมาในสภาพฟูมฟายหรือดูไม่ได้อย่างที่พวกเขาหวังไว้
“ร-รินทร์… นี่คุณทำอะไรกับบัญชี? ทำไมบัตรพวกเราถึงใช้ไม่ได้?” กานต์ตะกุกตะกักถาม
ฉันโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะอาหารตรงหน้าพวกเขา เสียงกระทบของมันดังฟังชัดในความเงียบ
“ฉันยกเลิกมันไปหมดแล้วค่ะ” ฉันตอบด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ “และในซองนั้นคือเอกสารฟ้องหย่า พร้อมกับหนังสือแจ้งให้ย้ายออกจากบ้านหลังนี้ภายใน 24 ชั่วโมง”
“แกหมายความว่ายังไงนังรินทร์! แกกล้าดียังไงมาไล่พวกเรา!” แม่สามีแผดเสียงลั่น ลุกขึ้นยืนชี้หน้าฉัน
ฉันปัดมือนางออกเบาๆ ด้วยท่าทีรังเกียจ “บ้านหลังนี้ชื่อฉัน เงินทุกบาทที่พวกคุณผลาญก็เป็นของฉัน คุณตัดผมฉันเพราะหวังจะตัดความมั่นใจและทำให้ฉันยอมก้มหัวให้พวกคุณสินะคะ? แต่ขอโทษด้วยนะ… กรรไกรโง่ๆ ของคุณ มันแค่ตัดเศษผมที่ฉันไม่ต้องการทิ้งไป แต่มันกลับตัด ท่อน้ำเลี้ยง ของพวกคุณไปด้วย”
“รินทร์! คุณบ้าไปแล้วเหรอ แค่เรื่องตัดผมแค่นี้ คุณถึงกับจะหย่าและไล่เราออกจากบ้านเลยเหรอ!” กานต์พยายามเข้ามาจับแขนฉัน แต่ฉันก้าวถอยหลัง
“ใช่… ผมมันงอกใหม่ได้ อย่างที่คุณบอกนั่นแหละกานต์” ฉันมองหน้าเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาสมเพช “แต่ผู้ชายห่วยๆ ที่ไร้ความเป็นผู้นำ และแม่สามีที่เป็นปลิงดูดเลือด… ฉันไม่ต้องการให้มันงอกเงยอยู่ในชีวิตฉันอีกต่อไป”
“ถ้าพวกคุณยังไม่เก็บของออกไปก่อนพระอาทิตย์ตกดินวันนี้ รปภ. ของหมู่บ้านและตำรวจจะมาช่วยเก็บให้”
ฉันหันหลังเดินไปที่ประตูบ้าน เปิดมันออกและก้าวเดินไปขึ้นรถลีมูซีนประจำตำแหน่งที่บริษัทส่งมารับผู้อำนวยการคนใหม่ ทิ้งให้แม่สามีทรุดตัวลงกรีดร้องโวยวาย และอดีตสามียืนกุมขมับอยู่กับอนาคตที่พังทลายลงในพริบตา
เช้าวันนี้อากาศช่างสดใส ลมเย็นๆ พัดผ่านต้นคอที่ไร้เส้นผมปกคลุมของฉัน มันรู้สึกเบาสบาย… เบาสบายราวกับได้สลัดปลิงร้ายที่เกาะกินชีวิตฉันออกไปได้อย่างหมดจดเสียที.