บทนำ: งานเลี้ยงแห่งการทรยศ
แสงแฟลชจากกล้องของนักข่าวสว่างวาบไปทั่วห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมระดับห้าดาว ค่ำคืนนี้คืองานกาล่าการกุศลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี และ “กวิน” นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้ทรงอิทธิพล คือดาวเด่นของงาน เขายืนอยู่บนเวทีด้วยความสง่างาม แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนจับตามองไม่ใช่สุนทรพจน์ของเขา… แต่เป็นผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างกายเขา
เธอไม่ใช่ฉัน
ผู้หญิงคนนั้นคือ “นิตยา” เลขาสาวสวยที่เป็นมากกว่าเลขา กวินโอบเอวเธออย่างเปิดเผยต่อหน้าแขกเหรื่อระดับวีไอพี เขายกแก้วแชมเปญขึ้นสูง ดวงตาจับจ้องไปที่นิตยาอย่างหวานซึ้ง ก่อนจะเอ่ยคำพูดที่กรีดลึกลงไปในใจของคนฟัง
“แด่ผู้หญิงที่เข้าใจผมอย่างแท้จริง… ผู้ที่อยู่เคียงข้างและเป็นเบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมดของผม”
เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับเสียงซุบซิบนินทา ทุกสายตาในงานหันมามองที่ฉัน… “พิมพ์” ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้หกเดือน ฉันยืนห่างออกไปเพียงสิบฟุต สวมชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต มือข้างหนึ่งประคองหน้าท้องที่นูนขึ้นมาอย่างทะนุถนอม
หากเป็นผู้หญิงคนอื่น คงจะร้องไห้ฟูมฟาย สาดไวน์ หรือวิ่งหนีออกไปจากงานด้วยความอับอาย แต่ฉันไม่ทำเช่นนั้น
เมื่อช่างภาพหันกล้องมาหาฉัน… ฉันยิ้ม
มันเป็นรอยยิ้มที่งดงาม อ่อนหวาน และไร้ที่ติ ฉันยิ้มให้กล้อง ยิ้มให้ความหน้าไม่อายของพวกเขา เพราะสิ่งที่ไม่มีใครรู้ แม้กระทั่งตัวกวินเองก็คือ… รอยยิ้มนี้ไม่ใช่ความอดทน แต่มันคือรอยยิ้มแห่งชัยชนะของคนที่ถือไพ่เหนือกว่า
การเตรียมการในความมืด
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา กวินคิดว่าฉันเป็นเพียงภรรยาที่อ่อนแอและยอมจำนนต่อฮอร์โมนคนท้อง เขาคิดว่าการที่ฉันเงียบ คือการที่ฉันโง่และไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์สวาทของเขา เขาเชื่อว่าเงินและอำนาจของเขาจะผูกมัดฉันไว้ได้ตลอดไป
แต่เขาประเมินฉันต่ำเกินไป
ในขณะที่เขากำลังเริงรักอยู่กับนิตยาในเพนต์เฮาส์หรู ฉันใช้เวลาเหล่านั้นรวบรวมทุกอย่าง… บัญชีลับในต่างประเทศที่เขาใช้ยักยอกเงินของบริษัท หลักฐานการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ และที่สำคัญที่สุดคือ เอกสารโอนกรรมสิทธิ์หุ้นทั้งหมดที่เขาเคยเซ็นทิ้งไว้ให้ฉันในวันแต่งงาน ซึ่งตอนนั้นเขาทำไปเพียงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ “สามีผู้แสนดี” ในสายตาสื่อ
ทุกอย่างที่สร้างชื่อเสียงและอาณาจักรของเขา ทุกคำโกหกที่เขาสร้างขึ้น ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยในรูปแบบของแฟลชไดรฟ์และเอกสารทางกฎหมาย
รุ่งอรุณแห่งการเอาคืน
หลังจบงานกาล่า กวินเดินมาหาฉันที่รถ เขาไม่ได้แสดงความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย
“คืนนี้ผมมีคุยธุรกิจต่อกับนิตยา คุณกลับไปพักผ่อนก่อนนะ ท้องไส้เริ่มใหญ่แล้ว ดูแลตัวเองด้วย” เขาพูดปัดๆ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถสปอร์ตคันหรูของนิตยา ทิ้งภรรยาที่อุ้มท้องลูกของเขาไว้เบื้องหลัง
“ขอให้สนุกนะกวิน” ฉันพึมพำเบาๆ ขณะมองไฟท้ายรถของเขาค่อยๆ ลับสายตาไป
ฉันกลับมาที่คฤหาสน์ ไม่มีการเสียน้ำตา ไม่มีการฟูมฟาย ฉันเดินตรงไปที่ห้องทำงานของเขา เปิดตู้เซฟด้วยรหัสที่ฉันรู้มาตลอด หยิบเงินสดและเครื่องเพชรที่เป็นสิทธิ์ของฉันใส่กระเป๋า จากนั้นจึงหยิบ “กระเป๋าเอกสารสีดำ” ใบสำคัญขึ้นมา
กระเป๋าใบนี้ไม่ได้มีแค่เสื้อผ้า แต่มันบรรจุความพินาศของกวินไว้ทั้งหมด
เวลาตีสี่ครึ่ง รถลีมูซีนที่ฉันจองไว้ล่วงหน้ามารับที่หน้าประตูคฤหาสน์ ฉันก้าวขึ้นรถ มุ่งหน้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อขึ้นเครื่องบินส่วนตัวที่เตรียมไว้สำหรับฉันและลูกในท้อง เที่ยวบินนี้จะพาเราไปยังสวิตเซอร์แลนด์ ที่ซึ่งชีวิตใหม่รออยู่
การล่มสลายในพริบตา
เวลาเจ็ดโมงเช้า แสงแดดส่องกระทบหน้าต่างโรงแรมหรู กวินตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัวจากการดื่มหนัก นิตยานอนซบอยู่ข้างกายเขา รอยยิ้มแห่งความลุ่มหลงยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของเธอ
แต่แล้ว เสียงโทรศัพท์ของกวินก็แผดเสียงดังลั่นไม่หยุด
เขาหยิบมารับสายด้วยความรำคาญ “มีอะไรแต่เช้าทนายสมศักดิ์?”
“คุณกวินครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีอีเมลนิรนามส่งหลักฐานการทุจริตทั้งหมดของคุณไปให้คณะกรรมการบริหารและสำนักข่าวทุกสำนัก ตอนนี้หุ้นบริษัทกำลังดิ่งลงเหว! ตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจกำลังไปที่บริษัท และที่แย่ที่สุดคือ… เงินในบัญชีต่างประเทศของคุณ ถูกถอนออกไปหมดเกลี้ยงแล้วครับ!”
กวินหน้าซีดเผือด โทรศัพท์แทบร่วงจากมือ “อะไรนะ?! ใครเป็นคนทำ?!”
“คุณพิมพ์ครับ! เอกสารการโอนสิทธิ์ทุกอย่างถูกดำเนินอย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อหลายชั่วโมงก่อน ตอนนี้เธอไม่อยู่ในประเทศแล้วครับ!”
กวินลุกพรวดขึ้นจากเตียง ความก้าวร้าวและความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เขากลายเป็นคนล้มละลายและอาชญากรในชั่วข้ามคืน
นิตยางัวเงียตื่นขึ้นมา “กวินคะ… มีอะไรหรือเปล่า? วันนี้คุณสัญญาว่าจะซื้อกระเป๋าแอร์เมสใบใหม่ให้ฉันนี่นา…”
กวินหันไปมองเมียน้อยที่เขายกย่องหนักหนาเมื่อคืน ผู้หญิงที่ “เข้าใจเขาอย่างแท้จริง” ในวินาทีนี้ เธอไม่เข้าใจอะไรเลย เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ชายที่เธอนอนด้วยเพิ่งสูญเสียทุกอย่างไปแล้ว
“กระเป๋าบ้าบออะไร!” กวินตะคอกใส่เธออย่างบ้าคลั่ง “ฉันหมดตัวแล้ว! เข้าใจไหม! ฉันไม่เหลืออะไรเลย!”
เที่ยวบินสู่อิสรภาพ
ในเวลาเดียวกัน เหนือระดับความสูง 35,000 ฟุต บนเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสที่เงียบสงบ
ฉันนั่งจิบน้ำผลไม้คั้นสด มองดูปุยเมฆสีขาวผ่านหน้าต่างเครื่องบิน กระเป๋าเอกสารสีดำวางอยู่บนเบาะข้างๆ อย่างสงบนิ่ง โทรศัพท์ของฉันสั่นเตือนไม่หยุด มันคือสายเรียกเข้าจากกวินนับร้อยสาย ฉันมองดูชื่อบนหน้าจอเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะดึงซิมการ์ดออกและหักมันทิ้งลงถังขยะ
ฉันลูบท้องของตัวเองเบาๆ รอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริงปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ไม่ต้องมีคำโกหกอีกต่อไป ไม่ต้องมีการทนดูเขานอกใจอีกต่อไป ผู้ชายคนนั้นเลือกที่จะทิ้งครอบครัวเพื่อความปรารถนาชั่วคราว ฉันจึงสนองคืนด้วยการริบทุกอย่างที่เขาสร้างมา
เมื่อคืน เขาฉลองให้กับผู้หญิงที่เขาคิดว่าใช่… แต่เช้านี้ ฉันขอฉลองให้กับอิสรภาพ อนาคตที่สดใส และความยุติธรรมที่ฉันเป็นคนกำหนดเอง.