ลมหายใจสุดท้ายที่ห้องคลอด: วันที่ฉันตายเพื่อเกิดใหม่ และคำถามจากมหาเศรษฐีที่เปลี่ยนทุกอย่างตลอดกาล

เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังลากยาวเป็นเส้นตรง… “ตี๊ดดดดดดดดดดดดด…”

นั่นคือเสียงสุดท้ายที่ฉันได้ยิน ก่อนที่สติสัมปชัญญะทั้งหมดจะดับวูบลง ฉันชื่อ “นลิน” และฉันกำลังนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดในห้องคลอดฉุกเฉิน ร่างกายของฉันบอบช้ำเกินกว่าจะรับไหวจากการให้กำเนิด “ลูกแฝดสาม” เลือดออกมากจนความดันตกลงอย่างน่าใจหาย ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการอย่างตื่นตระหนกของทีมแพทย์และพยาบาลที่กำลังพยายามปั๊มหัวใจและยื้อชีวิตฉันกลับมาจากมัจจุราช

แต่ในขณะที่แพทย์กำลังต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อดึงวิญญาณของฉันกลับมา… ที่หน้าประตูห้องฉุกเฉินกลับมีฉากที่เลือดเย็นที่สุดกำลังเกิดขึ้น

“กวิน” สามีมหาเศรษฐีหมื่นล้านของฉัน ผู้ชายที่ฉันมอบความรักและความภักดีให้มาตลอดเจ็ดปี ไม่ได้กำลังยืนร้องไห้ ไม่ได้สวดมนต์อ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ฉันรอดชีวิต เขากำลังยืนสวมสูทสั่งตัดราคาแพง สีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ โดยมีทนายความส่วนตัวยืนอยู่ข้างๆ พร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ

ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกอย่างแรง หมอธีระ แพทย์เจ้าของไข้วิ่งหน้าตั้งออกมาด้วยชุดผ่าตัดที่เปื้อนเลือด

“คุณกวินครับ! ภรรยาของคุณอาการวิกฤตมาก หัวใจของเธอเพิ่งหยุดเต้นไป เรากำลังพยายามปั๊มหัวใจกู้ชีพกลับมา แต่ผมต้องเรียนตามตรงว่า… เธออาจจะไม่รอดชีวิต คุณกวินต้องทำใจเผื่อไว้ด้วยนะครับ!” หมอธีระพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและร้อนรน

แทนที่กวินจะทรุดตัวลงร้องไห้ หรือถามถึงลูกแฝดสามที่เพิ่งลืมตาดูโลก เขากลับปรายตามองหมอด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะหันไปดึงปากกาทองคำออกจากกระเป๋าเสื้อสูท และจรดปลายปากกาเซ็นลงบน “เอกสารฟ้องหย่า” ที่ทนายเตรียมมาให้

เขาเงยหน้าขึ้นมองหมอธีระ และถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่ทำเอาหมอและพยาบาลบริเวณนั้นถึงกับขนลุกซู่…

“ถ้าเธอตาย… เอกสารหย่าฉบับนี้จะมีผลทางกฎหมายทันทีไหม? แล้วเราจะจัดการเรื่องทั้งหมดนี้ให้เสร็จเร็วที่สุดได้ยังไง? ผมไม่อยากให้ชื่อของเธอมาผูกมัดกับพินัยกรรมหรือทรัพย์สินของผมตอนที่เธอหมดลมหายใจ”

หมอธีระอ้าปากค้าง หมดคำจะพูดกับความอำมหิตของผู้ชายตรงหน้า เขาได้แต่ส่ายหน้าอย่างรังเกียจก่อนจะรีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตฉันต่อ

กวินไม่ได้สนใจเลยว่าภรรยาของเขากำลังจะตาย หรือลูกทั้งสามคนเพิ่งเกิดมา เขาสนใจแค่ว่าทรัพย์สินหมื่นล้านของเขาจะต้องไม่ตกไปถึงมือฉันและลูกๆ เพราะที่ลานจอดรถด้านล่าง มี “ริสา” เมียน้อยคนสวยที่กำลังตั้งครรภ์ลูกอีกคนของเขานั่งรออยู่ในรถสปอร์ตหรู รอให้เขาลงไปฉลองความเป็นอิสระ

การเกิดใหม่จากเถ้าถ่าน

ราวกับปาฏิหาริย์… หรืออาจจะเป็นเพราะสายใยความเป็นแม่ที่แข็งแกร่งกว่าความตาย หลังจากที่หัวใจหยุดเต้นไปถึง 5 นาทีเต็ม ทีมแพทย์ก็สามารถดึงฉันกลับมาจากความตายได้สำเร็จ

ฉันฟื้นขึ้นมาในอีกสามวันให้หลัง ร่างกายอ่อนแรงและปวดร้าวไปหมด แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดไม่ใช่บาดแผลจากการผ่าตัด ทว่าเป็นเอกสารปึกหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง

มันคือ “ใบหย่า” ที่มีลายเซ็นของกวินประทับอยู่ พร้อมกับ “เอกสารสละสิทธิ์ความเป็นพ่อ” ของลูกแฝดสามอย่างสมบูรณ์แบบ เขาโยนเงินก้อนหนึ่งมาให้เหมือนเศษทาน เพื่อตัดขาดทุกอย่างและโยนฉันกับลูกทิ้งเหมือนขยะ

พยาบาลสาวที่คอยดูแลฉันเล่าเหตุการณ์ที่หน้าห้องฉุกเฉินให้ฉันฟังทั้งน้ำตา เธอสงสารฉันจับใจ แต่สำหรับฉัน… น้ำตาของฉันไม่ได้ไหลออกมาสักหยด

คำถามของเขาที่ว่า “เราจะจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จเร็วที่สุดได้ยังไง?” ดังก้องอยู่ในหัวของฉัน มันกรีดเอาความรัก ความผูกพัน และความอ่อนแอทั้งหมดที่มีต่อกวินทิ้งไปจนหมดสิ้น ฉันมองไปที่ตู้อบเด็กแรกเกิด ซึ่งมีเทวดาและนางฟ้าตัวน้อยๆ ทั้งสามคนของฉันนอนหลับพริ้มอยู่

ฉันลูบกระจกตู้อบเบาๆ และให้คำมั่นสัญญากับตัวเอง “ลูกจ๋า… หม่ามี้ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ผู้หญิงที่อ่อนแอและโง่เขลาคนนั้นได้ตายไปแล้วจากห้องคลอดนี้ ต่อจากนี้ไป หม่ามี้จะเป็นโลกทั้งใบให้ลูกเอง… และหม่ามี้จะทำให้ผู้ชายคนนั้นรู้ว่า การตัดสินใจทิ้งเราไป คือความผิดพลาดที่ราคาแพงที่สุดในชีวิตของเขา”

ห้าปีต่อมา: การเอาคืนที่หอมหวานที่สุด

เวลาผ่านไปห้าปี บริษัทยักษ์ใหญ่ของกวินที่เคยรุ่งเรืองกลับประสบปัญหาอย่างหนัก การตัดสินใจทางธุรกิจที่ผิดพลาด และการผลาญเงินอย่างบ้าคลั่งของริสา (เมียใหม่ของเขา) ทำให้บริษัทกำลังจะล้มละลาย

ทางรอดเดียวของกวิน คือการขอเงินทุนสนับสนุนจาก “NL Empire” กลุ่มบริษัทร่วมทุนข้ามชาติที่ทรงอิทธิพลที่สุด ซึ่งเพิ่งเข้ามาขยายฐานการลงทุนในประเทศ ไม่มีใครเคยเห็นหน้าท่านประธานของ NL รู้เพียงแค่ว่าเป็นเศรษฐีนีที่เก่งกาจและเด็ดขาดมาก

กวินใช้เส้นสายทุกทางจนในที่สุดก็ได้นัดหมายเพื่อขอเสนอแผนกอบกู้กิจการ เขาสวมสูทตัวเก่ง เดินเข้าไปในห้องประชุมสุดหรูของ NL Empire ด้วยความหวังเต็มเปี่ยม นั่งรอการปรากฏตัวของท่านประธานอย่างกระวนกระวาย

ประตูห้องประชุมไม้บานใหญ่ถูกเปิดออก

เสียงรองเท้าส้นสูงสีแดงเข้มกระทบพื้นหินอ่อนดังก้องเข้ามาในห้อง กวินลุกขึ้นยืนเตรียมจะโค้งคำนับ แต่แล้วรอยยิ้มประจบประแจงของเขาก็ต้องแข็งค้างราวกับถูกสาป

ผู้หญิงที่เดินเข้ามาในชุดสูทสีขาวสั่งตัดสุดหรู ดูสง่างาม ทรงพลัง และมีใบหน้าที่สวยเฉียบคมจนสะกดทุกสายตา… คือ นลิน อดีตภรรยาที่เขาเคยทิ้งให้ตายอยู่ที่โรงพยาบาลเมื่อห้าปีก่อน!

แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของกวินหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่ใช่แค่ความจริงที่ว่านลินคือประธานบริษัท NL Empire แต่เป็นด้านหลังของเธอ…

มีเด็กน้อยวัยห้าขวบสามคนเดินตามเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ เด็กชายสองคนสวมสูทตัวจิ๋วที่ดูภูมิฐาน และเด็กหญิงหนึ่งคนในชุดเดรสหรูหรา ทั้งสามคนมีหน้าตาหล่อเหลาและสะสวยราวกับตุ๊กตา แววตาของพวกเขาฉายแววความฉลาดหลักแหลมเกินวัย… พวกเขาคือ ลูกแฝดสาม ที่เขาเคยเซ็นสละสิทธิ์ความเป็นพ่อโยนทิ้งไปกับมือ!

“นี่… นลิน? เป็นไปได้ยังไง…” กวินครางออกมา เสียงของเขาสั่นเครือ ขาของเขาแทบจะพยุงน้ำหนักตัวไม่ไหว

นลินเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประธานที่หัวโต๊ะ ลูกๆ ทั้งสามคนยืนขนาบข้างเธออย่างสง่างาม นลินประสานมือวางไว้บนโต๊ะ มองตรงไปที่อดีตสามีด้วยสายตาที่เย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็ง

“สวัสดีค่ะ คุณกวิน ไม่เจอกันนานเลยนะคะ… อ้อ ขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือ ‘นอร์ธ’ ‘ไนน์’ และ ‘เนเน่’ ทายาทเพียงกลุ่มเดียวที่จะได้รับมรดกทั้งหมดของ NL Empire แบรนด์ธุรกิจที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยสองมือ… หลังจากที่คุณพยายามเร่งให้ฉันตายๆ ไปซะเมื่อห้าปีก่อน”

กวินหน้าซีดเผือด เขามองไปที่ลูกแฝดสาม เด็กทั้งสามคนมองเขากลับด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งความผูกพันใดๆ ราวกับมองคนแปลกหน้าที่ไร้ค่า

“นลิน… ผม… ผมขอโทษ ผมมันโง่เอง ให้โอกาสผมได้ไหม? ให้ผมได้เป็นพ่อของพวกเขา… บริษัทของผมกำลังแย่ คุณต้องช่วยผมนะ เราเคยเป็นครอบครัวเดียวกัน…” กวินพยายามก้าวเข้าไปหาและพูดอ้อนวอนอย่างน่าสมเพช

นลินหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความปรานี เธอหยิบแฟ้มเอกสารข้อเสนอการลงทุนของกวินขึ้นมา แล้วฉีกมันออกเป็นสองท่อนต่อหน้าต่อตาเขา

“ครอบครัวเหรอ? คุณเซ็นทำลายมันไปตั้งแต่วันที่คุณยืนอยู่นอกห้องฉุกเฉินแล้วกวิน” นลินลุกขึ้นยืน โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย

“คุณเคยถามหมอว่า ‘จะจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จเร็วที่สุดได้ยังไง?’ ใช่ไหม? วันนี้ฉันมีคำตอบให้คุณแล้วค่ะ”

นลินดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ทนายความส่วนตัวของเธอ (ซึ่งไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นลูกทีมนักกฎหมายระดับโลก) เดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารการเข้าซื้อกิจการ

“ฉันได้กว้านซื้อหุ้นบริษัทของคุณมาหมดแล้วในราคาที่ถูกยิ่งกว่าเศษกระดาษ กวิน… คุณล้มละลายแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ ทรัพย์สินทั้งหมดของคุณจะถูกยึด และฉันเพิ่งสั่งให้ทีมกฎหมายฟ้องร้องคุณเรื่องการฉ้อโกงบริษัท ซึ่งมันน่าจะทำให้คุณติดคุกไปอีกหลายปี”

กวินทรุดฮวบลงกับพื้น เขาร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร ความเย่อหยิ่งและอำนาจที่เคยมีมลายหายไปจนสิ้น เขาเสียไปแล้วทุกอย่าง… ทั้งภรรยาที่แสนดี ลูกที่น่ารักน่าชัง และทรัพย์สมบัติที่เขาหวงแหนนักหนา

“เอาล่ะ เราจัดการเรื่องนี้เสร็จเร็วพอมั้ยคะ คุณกวิน?” นลินพูดทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น

เธอหันหลังกลับ จูงมือลูกๆ ทั้งสามคนเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างสง่างาม โดยไม่หันกลับมามองผู้ชายที่นอนร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนพื้นอีกเลย ปล่อยให้เขาจมอยู่กับความสูญเสียและความอัปยศที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง… ตลอดกาล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *