ลูกเลี้ยงชี้หน้าด่าว่าฉันเป็นเพียง ‘คนรับใช้’ และสามีตบหน้าไล่ฉันออกจากบ้าน…

ทว่าเช้าวันรุ่งขึ้น เขาต้องโทรมาหลั่งน้ำตาแทบขาดใจ เมื่อรู้ว่าชีวิตที่เหลือของเขากำลังจะพินาศ!

ความเสียสละของลูกผู้หญิง มักถูกมองข้ามและตีค่าเป็นศูนย์เสมอเมื่อมันถูกมอบให้กับคนที่ไม่เห็นคุณค่า ฉันชื่อ “นลิน” ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่แต่งงานกับ “กวิน” ฉันลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงเพื่อมาทำหน้าที่ภรรยาและแม่บ้านเต็มตัวตามที่เขาร้องขอ ฉันยอมละทิ้งสังคมของตัวเองเพื่อมาดูแลกวิน และ “พลอย” ลูกสาววัยรุ่นที่เกิดจากภรรยาเก่าของเขา

พลอยเป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจจนเสียวินัย เธอเกลียดชังฉันตั้งแต่ก้าวแรกที่ฉันเดินเข้ามาในบ้านหลังนี้ ไม่ว่าฉันจะพยายามทำดีด้วยแค่ไหน สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความก้าวร้าวและการดูถูกเหยียดหยาม ส่วนกวินก็มักจะเข้าข้างลูกสาวเสมอ โดยอ้างว่าพลอยยังเด็กและมีปมด้อยที่ขาดแม่ ฉันจึงต้องเป็นฝ่ายอดทนและกล้ำกลืนฝืนทนมาโดยตลอด

จนกระทั่งวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ กวินได้จัดงานปาร์ตี้บาร์บีคิวที่สวนหลังบ้าน เขาเชิญเพื่อนฝูงและญาติพี่น้องของเขามาสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน ในขณะที่ทุกคนกำลังนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศและเสียงเพลง ฉันกลับต้องยืนอยู่หน้าเตาปิ้งย่างที่ร้อนระอุ คอยหมักเนื้อ ย่างบาร์บีคิว และเดินเสิร์ฟเครื่องดื่มให้กับแขกทุกคนราวกับเป็นพนักงานในร้านอาหาร

พลอยนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สนามท่ามกลางกลุ่มเพื่อนของเธอ เธอแกล้งทำแก้วน้ำหวานหกเลอะพื้น ก่อนจะตะโกนเรียกฉันด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้แขกทุกคนในงานได้ยิน

“นี่! นลิน! เดินมาเช็ดพื้นตรงนี้เดี๋ยวนี้เลยนะ เห็นไหมว่าน้ำมันหกเลอะเทอะหมดแล้ว!”

ฉันพยายามข่มอารมณ์ วางที่คีบเนื้อลงและเดินถือผ้าขี้ริ้วไปเช็ดพื้นให้เธออย่างเงียบๆ เพื่อไม่ให้มีปัญหาในงานปาร์ตี้ แต่ความอดทนของฉันกลับทำให้พลอยได้ใจ เมื่อฉันเช็ดเสร็จและกำลังจะลุกขึ้น พลอยก็จงใจใช้ปลายเท้าเตะจานพลาสติกเปล่าให้กลิ้งมาชนเข่าของฉัน พร้อมกับชี้นิ้วชิดหน้าฉันด้วยแววตาเหยียดหยาม

“มัวแต่งุ่มง่ามอยู่ได้ ย่างเนื้อมาเพิ่มให้เพื่อนฉันด้วยสิ… ทำหน้าที่ของเธอไปสิ นังคนรับใช้!”

คำว่า ‘คนรับใช้’ ที่หลุดออกมาจากปากเด็กเมื่อวานซืนต่อหน้าแขกเหรื่อนับสิบคน ทำให้ฟางเส้นสุดท้ายของฉันขาดสะบั้น ฉันเงยหน้าขึ้นจ้องมองพลอยด้วยสายตาที่เย็นเยียบและแข็งกร้าวที่สุด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบขาด

“ระวังปากของเธอหน่อยนะพลอย ฉันเป็นภรรยาของพ่อเธอ ไม่ใช่คนรับใช้ของบ้านนี้”

พลอยเบิกตากว้าง แสร้งทำเป็นบีบน้ำตาและกรีดร้องเสียงหลง “กรี๊ด! พ่อคะ! พ่อดูนลินสิคะ เขากล้าขู่พลอย!”

เสียงกรีดร้องของพลอยทำให้กวินที่กำลังยืนคุยกับเพื่อนอยู่หน้าบ้าน รีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหา ทันทีที่เขาเห็นลูกสาวสุดที่รักบีบน้ำตา เขาไม่ได้เอ่ยปากถามถึงต้นสายปลายเหตุใดๆ ทั้งสิ้น กวินพุ่งตรงเข้ามาหาฉันด้วยความโกรธจัด และง้างมือขึ้นสูง…

เพียะ!!

ฝ่ามือหนักๆ ของกวินฟาดลงบนแก้มของฉันอย่างแรงจนฉันเซถอยหลัง รสชาติเค็มปร่าของเลือดคลุ้งอยู่ในปาก บรรยากาศในงานปาร์ตี้เงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจ้องมองมาที่เรา

“แกกล้าด่าลูกสาวฉันเหรอนลิน!” กวินชี้หน้าด่าฉันด้วยแววตาที่เกรี้ยวกราด “แกมันก็แค่ผู้หญิงตกงานที่คอยเกาะฉันกินไปวันๆ เป็นแค่ภาระที่น่าสมเพช! แกไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องลูกสาวฉัน ไสหัวออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้!”

คำว่า ‘ภาระที่น่าสมเพช’ ดังก้องอยู่ในหัวของฉัน ฉันค่อยๆ ยกมือขึ้นแตะแก้มที่ร้อนผ่าว ไม่มีน้ำตาไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว มีเพียงความว่างเปล่าและความเย็นชาที่เข้ามากัดกินหัวใจ ความรักและความผูกพันที่ฉันเคยมีให้ผู้ชายคนนี้ มันตายสนิทไปพร้อมกับรอยฝ่ามือบนใบหน้าของฉันแล้ว

ฉันไม่ได้อธิบาย ไม่ได้ร้องไห้โวยวาย และไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไปเลยแม้แต่คำเดียว

ฉันหันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้านอย่างเงียบสงบ เดินขึ้นไปบนห้องนอน หยิบกระเป๋าเดินทางใบเล็กและเก็บเฉพาะเสื้อผ้าของฉันไม่กี่ชุด ฉันเดินลงบันไดมาท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อและรอยยิ้มเยาะเย้ยของกวินและพลอย ฉันก้าวเดินออกจากบ้านหลังนั้น ขับรถของตัวเองออกไปโดยไม่หันหลังกลับมามองอีกเลย

ความเงียบของฉันในคืนนั้น ไม่ใช่ความพ่ายแพ้… แต่มันคือความสงบก่อนที่พายุเฮอริเคนลูกใหญ่จะพัดถล่มชีวิตของพวกเขา

เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดยังไม่ทันสาดส่องเต็มฟ้า โทรศัพท์มือถือของฉันก็แผดเสียงร้องดังก้อง ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือ ‘กวิน’ ฉันปล่อยให้มันดังอยู่หลายครั้งก่อนจะกดรับสายอย่างใจเย็น

“น-นลิน! นลินรับสายผมสักที!” น้ำเสียงของกวินปลายสายเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด แตกต่างจากผู้ชายที่ตบหน้าฉันเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง “นี่มันเรื่องอะไรกัน! ทำไมจู่ๆ เจ้าหน้าที่ธนาคารกับทนายความถึงมาที่บ้าน แล้วบอกว่าบ้านหลังนี้ถูกเปลี่ยนชื่อผู้ถือครองเป็นชื่อคุณตั้งแต่สามปีที่แล้ว! แถมยังเอาเอกสารฟ้องขับไล่มาแปะหน้าประตูบ้านด้วย!”

ฉันจิบกาแฟยามเช้าอย่างช้าๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ “อ้าว คุณลืมไปแล้วเหรอกวิน ว่าเมื่อสามปีก่อนที่บริษัทคุณกำลังจะล้มละลายและกำลังจะถูกยึดบ้าน คุณเป็นคนคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอนขอให้ฉันเอาเงินเก็บส่วนตัวทั้งหมดไปไถ่ถอนบ้านหลังนี้และซื้อหนี้ของคุณมาไว้ในชื่อของฉัน เพื่อรักษาหน้าตาในสังคมของคุณเอาไว้ไงคะ”

ปลายสายเงียบกริบไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่หอบถี่ของกวิน

“ฉันยอมลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้าน ยอมเป็นคนรองรับอารมณ์ลูกสาวคุณ เพียงเพราะฉันคิดว่าเราคือครอบครัว… แต่เมื่อคืนคุณเพิ่งบอกเองนี่คะ ว่าฉันเป็นแค่ ‘ภาระที่น่าสมเพช’ และบ้านหลังนั้นเป็น ‘บ้านของคุณ'”

ฉันแสยะยิ้มบางๆ แม้เขาจะมองไม่เห็น “แต่ความจริงก็คือ ทุกอย่างที่คุณมีกินมีใช้ ซูเปอร์คาร์ที่คุณขับ หรือแม้แต่ค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติของพลอย มันมาจากเงินปันผลในพอร์ตหุ้นส่วนตัวของฉันทั้งนั้น… ตอนนี้ฉันไม่จำเป็นต้องแบกรับปรสิตอย่างพวกคุณอีกต่อไปแล้วค่ะ”

“นลิน! ม-ไม่นะ! อย่าทำแบบนี้!” เสียงของกวินสั่นสะท้าน และเป็นครั้งแรกในชีวิต… ที่ฉันได้ยินเสียงผู้ชายที่เย่อหยิ่งคนนี้ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร “ผมขอโทษ! ผมมันโง่เอง ผมผิดไปแล้ว นลินกลับมาหาผมเถอะนะ ถ้าคุณยึดบ้านยึดบริษัทไป ผมกับพลอยจะไปอยู่ที่ไหน ผมไม่เหลืออะไรแล้วนะนลิน!”

“นั่นมันปัญหาของคนรับใช้ของคุณแล้วล่ะค่ะ ไม่ใช่ปัญหาของฉัน”

ฉันกดวางสายและบล็อกเบอร์โทรศัพท์ของเขาทันที ปล่อยให้เสียงคร่ำครวญอันน่าสมเพชนั้นถูกตัดขาดไปตลอดกาล

ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยหัวใจที่เบาสบายอย่างประหลาด บาดแผลบนใบหน้าอาจจะยังเจ็บอยู่บ้าง แต่มันคือราคาที่คุ้มค่าที่สุดที่ฉันต้องจ่าย เพื่อซื้ออิสรภาพและทวงคืนชีวิตที่มีค่าของตัวเองกลับคืนมา… ชีวิตที่ไม่มีใครหน้าไหนจะกล้ามาชี้หน้าด่าฉันได้อีกต่อไป!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *