สามีมหาเศรษฐีควงเมียน้อยมาหย่าและหลอกเธอว่าฉันสร้างเรื่องท้องเพื่อเรียกร้องความสนใจ

—จนกระทั่งฉันอุ้มลูกชายวัย 11 วันเดินเข้ามา พร้อมกับซองเอกสารลับที่จะทำลายอาณาจักรของเขาให้ย่อยยับ!

I. ห้องเชือดที่เย็นเยียบ

บรรยากาศในห้องประชุมของสำนักงานกฎหมายชั้นนำบนตึกระฟ้าใจกลางเมืองนั้นเย็นเฉียบ แต่ก็ยังไม่เย็นชาเท่ากับสายตาของ “ธาม” สามีมหาเศรษฐีหมื่นล้านของฉันที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาไม่ได้มาคนเดียว แต่กลับเดินกุมมือมากับ “ซินดี้” เลขาสาวพราวเสน่ห์วัย 25 ปี ที่ตอนนี้เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นเมียน้อยอย่างเปิดเผย

ซินดี้นั่งไขว่ห้าง เชิดหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ เธอสวมสร้อยคอเพชรเส้นใหม่ที่ฉันจำได้ดีว่ามันเคยเป็นของขวัญครบรอบแต่งงานที่ธามสั่งทำไว้ให้ฉัน แต่เขาเอาไปประเคนให้เธอแทน

“รีบๆ เซ็นเอกสารหย่าซะทีเถอะ มนตรา” ธามพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ พลางเคาะนิ้วลงบนโต๊ะกระจก “อย่ามัวแต่ถ่วงเวลา ผมให้เงินชดเชยคุณสิบล้าน มันก็มากพอแล้วสำหรับผู้หญิงที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลยอย่างคุณ เอาเงินก้อนนี้ไปตั้งตัวซะ และเลิกสร้างเรื่องโกหกเรียกร้องความสนใจได้แล้ว”

ธามกรอกหูซินดี้มาตลอดหลายเดือนว่า ฉันเป็นแค่ผู้หญิงโรคจิตที่แกล้งจัดฉากว่าตัวเองท้องเพื่อรั้งเขาไว้ เขาบอกเธอว่าฉันแท้งไปนานแล้ว และพุงที่โตขึ้นเป็นแค่ไขมันเพราะความเครียด ซินดี้หัวเราะเยาะฉันมาตลอด เธอเชื่อคำโกหกของเขาสนิทใจว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงขี้แพ้ที่สร้างเรื่องน่าสมเพชขึ้นมา

แต่แล้ว… ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกช้าๆ

II. ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ

ฉันไม่ได้เดินเข้ามาเพียงลำพัง ท่ามกลางความเงียบงันของทนายความทั้งสองฝ่าย ฉันก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเยือกเย็น โดยมีสายสะพายเป้อุ้มเด็กแนบอยู่ที่หน้าอก… และในนั้นคือ “น้องคิริน” ลูกชายวัย 11 วันของฉันและเขา ที่กำลังหลับตาพริ้ม ซบหน้าลงกับอกของฉันอย่างสงบ

รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของซินดี้แข็งค้าง ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อจ้องมองไปที่ใบหน้าเล็กๆ ของทารกน้อยที่ถอดแบบมาจากธามราวกับพิมพ์เดียวกัน

“นี่มัน…” ซินดี้หันขวับไปหาธามด้วยความสับสนและตื่นตระหนก “คุณบอกฉันว่าไม่มีเด็ก… คุณบอกว่าผู้หญิงคนนี้แค่แต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อหลอกเอาเงินคุณไม่ใช่เหรอ?!” เสียงของเธอสั่นเครือและเริ่มกลายเป็นเสียงกระซิบ รอยยิ้มแห่งความสุขที่เธอพกพามาด้วยมลายหายไปในพริบตา

ธามหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ริมฝีปากของเขาสั่นระริกขณะที่จ้องมองมาที่ลูกชายสายเลือดแท้ๆ ของตัวเองที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอด เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ขาของเขาแทบจะหมดแรง “มนตรา… น-นี่มันหมายความว่ายังไง… คุณคลอดแล้วเหรอ?”

ฉันไม่ได้ร้องไห้ ไม่มีการฟูมฟาย ไม่มีความอ่อนแอให้พวกเขาเห็นแม้แต่นิดเดียว ฉันเพียงแค่มองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับมองดูคนแปลกหน้า

III. กลลวงที่ถูกเปิดโปง

ธามรู้มาตลอดว่าฉันท้อง แต่เขาเลือกที่จะหลอกซินดี้และทนายของเขาเพื่อเร่งกระบวนการหย่า เขาต้องการปกปิดเรื่องทายาทเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าเลี้ยงดูมหาศาล และเพื่อไม่ให้ข่าวการทอดทิ้งภรรยาที่กำลังอุ้มท้องสายเลือดทายาทอันดับหนึ่งหลุดรอดไปถึงหูของบอร์ดบริหารและคุณปู่ของเขา ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งตระกูล

เขาคิดว่าฉันอ่อนแอ คิดว่าผู้หญิงที่เพิ่งคลอดลูกได้เพียง 11 วันจะเหนื่อยล้า ซึมเศร้า และยอมเซ็นเอกสารยอมรับเงินเศษทานสิบล้านแต่โดยดี เพื่อแลกกับการจบปัญหา

แต่เขาประเมินสัญชาตญาณความเป็นแม่ของฉันต่ำเกินไป

ฉันเดินเข้าไปใกล้โต๊ะกระจกอย่างใจเย็น ทนายความของธามพยายามจะยื่นเอกสารหย่าฉบับเดิมมาให้ฉัน แต่ฉันยกมือขึ้นห้าม ก่อนจะหยิบ “ซองเอกสารสีดำปิดผนึก” ออกมาจากกระเป๋า และวางมันลงบนโต๊ะเสียงดังสิบหน้าธาม

IV. คำกระซิบที่สั่นสะเทือนอาณาจักร

“เปิดดูสิ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้มือของธามสั่นขณะที่เขาเอื้อมไปหยิบซองนั้น

เมื่อธามดึงเอกสารข้างในออกมา ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นเต็มหน้าผาก มันไม่ใช่เอกสารเรียกร้องค่าเลี้ยงดู แต่มันคือ… พินัยกรรมฉบับปรับปรุงใหม่ของคุณปู่ และหลักฐานการโอนหุ้นทั้งหมด!

ก่อนหน้านี้เพียงสองวัน ฉันได้พาลูกชายไปหาคุณปู่ของธามที่คฤหาสน์ใหญ่ พร้อมกับมอบแฟ้มลับที่บรรจุหลักฐานการยักยอกเงินบริษัทที่ธามเอาไปปรนเปรอซินดี้ รวมถึงภาพถ่ายและคลิปวิดีโอความสัมพันธ์อันเน่าเฟะของพวกเขา คุณปู่ที่รักความถูกต้องยิ่งกว่าสิ่งใด โกรธจัดจนแทบกระอักเลือด และท่านได้ใช้สิทธิ์ขาดในฐานะประธานใหญ่ ดำเนินการขั้นเด็ดขาด

ฉันโน้มตัวลงไปข้างหน้า วางมือข้างหนึ่งประคองศีรษะลูกน้อย ส่วนอีกข้างค้ำยันโต๊ะ ฉันยื่นหน้าเข้าไปใกล้ธาม จนเขาสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เย็นเฉียบของฉัน

ฉันกระซิบข้างหูเขาด้วยประโยคที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล…

“คุณปู่เพิ่งตัดคุณออกจากกองมรดกทั้งหมดธาม… อาณาจักรแสนล้านที่คุณภูมิใจนักหนา ตอนนี้ถูกโอนเป็นชื่อของคิริน ลูกชายที่คุณปฏิเสธอย่างสมบูรณ์แล้ว…” ฉันถอยออกมามองหน้าเขาช้าๆ พร้อมยิ้มมุมปาก “และในเมื่อคิรินเพิ่งอายุได้ 11 วัน… ฉันในฐานะมารดาและผู้ปกครองตามกฎหมายแต่เพียงผู้เดียว… คือผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จของบริษัทคุณตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป”

V. จุดจบของราชาราชสีห์

“ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้! ปู่ไม่มีทางทำแบบนี้กับฉัน!” ธามตะโกนลั่นห้องประชุม เขาพยายามฉีกเอกสารในมือทิ้ง แต่ทนายความของเขาเองกลับเข้ามาห้ามและบอกด้วยน้ำเสียงสลดว่า “มันเป็นเอกสารจริงครับคุณธาม… ตอนนี้คุณถูกปลดจากตำแหน่ง CEO แล้ว”

เมื่อได้ยินคำยืนยันจากทนาย ซินดี้ที่นั่งเงียบมาตลอดก็ลุกพรวดขึ้นทันที

“หมายความว่าไง?! คุณล้มละลายแล้วเหรอธาม?!” เธอแผดเสียงใส่เขาด้วยความโกรธเกรี้ยว “ไหนคุณสัญญากับฉันว่าเราจะมีทุกอย่างไง! ไอ้คนลวงโลก! ไอ้คนหมดตัว!” ซินดี้ถอดสร้อยคอเพชรที่คอปาใส่หน้าธามอย่างแรง ก่อนจะคว้ากระเป๋าแบรนด์เนมและกระทืบเท้าเดินออกจากห้องประชุมไปโดยไม่เหลียวแลเขาสักนิดเดียว

ธามทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ร่างกายอันหยิ่งยโสของเขาสั่นสะท้าน เขาพยายามจะเอื้อมมือมากอดขาฉัน “มนตรา… ผมขอโทษ! ผมมันโง่เอง! ให้โอกาสผมเถอะนะ ผมยังรักคุณ รักลูกของเรา! เรากลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันเถอะนะ!”

ฉันก้มมองชายที่เคยมองฉันเป็นขยะด้วยสายตาที่ไร้ความสมเพช ฉันขยับตัวถอยห่างเพื่อไม่ให้มือสกปรกของเขามาสัมผัสโดนตัวลูกชายของฉัน

“คุณเสียโอกาสนั้นไปตั้งแต่วันที่คุณบอกผู้หญิงคนนั้นว่าลูกของเราไม่มีตัวตนแล้ว ธาม” ฉันตอบกลับเสียงเย็น “เซ็นเอกสารหย่าซะ และไสหัวออกไปจากตึกบริษัทของฉันได้แล้ว… ก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ. มาโยนคุณออกไป”

ในบ่ายวันนั้น ธามเดินออกจากตึกระฟ้าที่เขาเคยเป็นเจ้าของด้วยมือเปล่า ไร้ซึ่งทรัพย์สิน ไร้ซึ่งครอบครัว และไร้ซึ่งเกียรติยศใดๆ เขากลายเป็นเพียงคนล้มละลายที่ไม่มีใครต้องการ

ส่วนฉัน… ฉันเดินออกจากสำนักงานกฎหมายพร้อมกับลูกชายตัวน้อยในอ้อมกอด ก้าวขึ้นรถลีมูซีนหรูที่มารอรับ ฉันไม่ได้สูญเสียสิ่งใดไปเลยในวันนี้ ตรงกันข้าม… วันนี้คือวันแรกที่ฉันและลูกชาย จะเริ่มต้นปกครองอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดด้วยตัวของเราเองอย่างแท้จริง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *