—แต่เขาต้องหลั่งน้ำตาเมื่อรู้ความจริงว่าใครคือเบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมดของเขา!
บทที่ 1: คำดูถูกในคืนวันฝนพรำ
เรื่องราวไม่ได้เริ่มต้นขึ้นในห้องโถงจัดเลี้ยงอันหรูหรา แต่มันเริ่มต้นขึ้นเมื่อสามปีก่อน ในบ้านเช่าหลังเล็กๆ ที่หลังคารั่วซึมท่ามกลางพายุฝน
ฉันชื่อ “มุกดา” ผู้หญิงที่ยอมลาออกจากงานประจำเพื่อมาเป็นช่างซ่อมอุปกรณ์ไอทีและทำงานฟรีแลนซ์อยู่ที่บ้าน เพื่อที่ฉันจะได้มีเวลาดูแล “น้องพรีม” ลูกสาววัยสองขวบของเรา และเพื่อซัพพอร์ต “ภานุ” สามีของฉันในตอนนั้นที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาเขียนโปรแกรมระบบความปลอดภัยเพื่อไปเสนอขายให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่
ฉันยอมอดยอมออม ควักเงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิตเพื่อซื้อคอมพิวเตอร์สเปกสูงและอุปกรณ์เซิร์ฟเวอร์ให้เขาใช้ทำงาน บางคืนฉันต้องนั่งอดตาหลับขับตานอนเพื่อช่วยเขาแก้โค้ดโปรแกรม (Source Code) ที่ซับซ้อนจนสายตาพร่ามัว เพราะฉันเรียนจบด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์มาโดยตรง ทว่าฉันเลือกที่จะให้เครดิตทุกอย่างเป็นของเขา เพื่อให้เขาได้ภาคภูมิใจในฐานะหัวหน้าครอบครัว
แต่วันที่เขาประสบความสำเร็จ วันที่ระบบนั้นถูกซื้อไปด้วยมูลค่าหลายล้านบาท… เขากลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
ภานุเริ่มกลับบ้านดึก สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนม และมองฉันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เขามักจะบ่นว่าฉันเนื้อตัวมอมแมม มีแต่กลิ่นน้ำยาบัดกรีและคราบตลับหมึก ไม่เหมือนกับ “รินดา” ลูกสาวของหุ้นส่วนรายใหม่ที่ดูสวยสง่าและเพียบพร้อม
และในคืนที่ฝนตกหนักคืนหนึ่ง ภานุก็โยนใบหย่าลงบนโต๊ะซ่อมคอมพิวเตอร์ของฉัน
“เซ็นซะ มุกดา” ภานุพูดเสียงเรียบ สายตาของเขาเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “รินดาเขาสามารถพาผมไปสู่ระดับโลกได้ ส่วนคุณ… คุณมันก็แค่ผู้หญิงบ้านๆ ที่วันๆ อยู่กับเศษเหล็กและสายไฟ คุณไม่คู่ควรที่จะยืนข้างผมในงานสังคมหรอก และโปรแกรมที่เปลี่ยนชีวิตผม คุณก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลย อย่าคิดเรียกร้องสิทธิ์”
ฉันมองดูผู้ชายที่ฉันเคยรักหมดใจ มองดูใบหย่า และมองดูน้องพรีมที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในเปล หัวใจของฉันไม่ได้แตกสลายจนร้องไห้ฟูมฟาย แต่มันกลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่เยือกแข็ง
“ได้ค่ะ ภานุ ฉันจะเซ็นให้” ฉันหยิบปากกามาเซ็นชื่อลงไปโดยไม่ลังเล “แต่จำคำของฉันไว้ซะ วันที่นายคิดว่านายอยู่สูงที่สุด… วันนั้นนายจะรู้ว่าสิ่งที่นายทิ้งไป มันมีค่ามากแค่ไหน”
ภานุหัวเราะเยาะ พลางหยิบใบหย่าแล้วเดินจากไปพร้อมกระเป๋าเดินทาง โดยไม่หันกลับมามองลูกสาวตัวน้อยเลยแม้แต่เหลียวเดียว
บทที่ 2: สามปีแห่งการซุ่มเงียบ
หลังจากวันนั้น ฉันและน้องพรีมย้ายออกจากบ้านเช่าหลังเดิม ฉันไม่ได้จมอยู่กับความเศร้า แต่ฉันใช้ความรู้และความสามารถทั้งหมดที่มีกลับเข้าสู่วงการเทคโนโลยีอย่างเต็มตัว ฉันเปิดบริษัทซอฟต์แวร์ลึกลับที่ชื่อว่า “M-Tech Global” และเริ่มพัฒนาโปรแกรมระบบจัดการข้อมูลขั้นสูงที่ไม่มีใครเทียบได้ ในเวลาเพียงสามปี บริษัทของฉันเติบโตอย่างก้าวกระโดดจนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคารและบริษัทไอทีเกือบครึ่งประเทศ ทว่าฉันเลือกที่จะปิดบังใบหน้าและชื่อจริงต่อสาธารณชน เพื่อใช้ชีวิตอย่างสงบกับลูกสาว
ในขณะเดียวกัน บริษัทของภานุเริ่มพบกับทางตัน ระบบที่เขาเคยภาคภูมิใจเริ่มล้าสมัย และเขากำลังจะจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่กับรินดาในค่ำคืนนี้ เพื่อประกาศความร่วมมือทางธุรกิจและพยุงฐานะทางการเงินที่กำลังสั่นคลอน
ฉันรู้ข่าวนี้ดี… และฉันคิดว่ามันถึงเวลาแล้วสำหรับ “ของขวัญวันแต่งงาน”
บทที่ 3: แฟลชไดรฟ์ลึกลับในงานวิวาห์
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นที่โรงแรมระดับหกดาวใจกลางเมือง แขกเหรื่อในงานคือนักธุรกิจและคนดังในสังคม ภานุในชุดสูทสีขาวดูหล่อเหลา ยืนเคียงคู่กับรินดาที่สวมชุดเจ้าสาวฟูฟ่อง ทั้งคู่กำลังยิ้มแย้มต้อนรับแขกอย่างมีความสุข
ทันใดนั้น เสียงประตูห้องโถงจัดเลี้ยงก็เปิดออก
ฉันเดินก้าวเข้ามาในงานพร้อมกับน้องพรีมที่ตอนนี้อายุห้าขวบแล้ว ลูกสาวของฉันสวมชุดกระโปรงสีชมพูราวนางฟ้าตัวน้อย ส่วนฉันสวมชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มที่ดูเรียบหรูและทรงอำนาจ บรรยากาศรอบตัวฉันทำให้แขกในงานต่างพากันเหลียวมองด้วยความสนใจ
ภานุเมื่อเห็นฉัน เดินตรงเข้ามาหาทันที ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด “มุกดา! คุณมาที่นี่ได้ยังไง? ใครเชิญคุณ? ที่นี่เป็นงานของคนระดับสูงนะ อย่ามาทำตัวเป็นภาระและทำให้ผมอับอายที่นี่!”
รินดาเดินตามมาพร้อมเบ้ปาก “นี่เหรออดีตภรรยาซ่อมคอมที่คุณเคยเล่าให้ฟัง? หึ… แต่งตัวดีแค่ไหนก็ปิดกลิ่นอายคนจนไม่มิดหรอกค่ะ รีบออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะให้รปภ.มาลากตัวออกไป!”
ฉันไม่ได้โกรธ แต่ส่งยิ้มบางๆ ให้พวกเขา ก่อนจะหยิบ แฟลชไดรฟ์สีทอง (Gold Flash Drive) ชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าถือ
“ฉันไม่ได้มาสร้างความวุ่นวายค่ะภานุ” ฉันพูดเสียงดังพอที่แขกบริเวณนั้นจะได้ยิน “ฉันแค่เอา ‘ของขวัญแต่งงานชิ้นสำคัญ’ มาให้… รบกวนคุณช่วยเสียบมันเข้ากับโปรเจกเตอร์หลักของงานหน่อยได้ไหมคะ? มันคือหลักฐานความสำเร็จของระบบที่คุณใช้อวดอ้างอยู่ตอนนี้”
ภานุขมวดคิ้ว เขาคิดว่ามันคือวิดีโออวยพรหรือไฟล์งานเก่าๆ ด้วยความหยิ่งยโสและอยากโชว์พาวต่อหน้าพ่อตา เขาจึงส่งแฟลชไดรฟ์นั้นให้ทีมงานเทคนิคเปิดขึ้นจอแอลอีดียักษ์กลางเวทีทันที
บทที่ 4: ความจริงที่เปิดเผย
หน้าจอขนาดยักษ์สว่างขึ้น… แต่มันไม่ใช่วิดีโออวยพร
มันคือ “วิดีโอบันทึกหน้าจอการเขียนโค้ดโปรแกรมเมื่อสามปีก่อน” ในคลิปวิดีโอปรากฏเสียงและใบหน้าของฉันอย่างชัดเจน กำลังนั่งแก้ไขระบบความปลอดภัยที่เป็นรายได้หลักของภานุอยู่คนเดียวในตอนตีสาม ขณะที่ภานุกำลังนอนหลับอยู่บนโซฟา และที่สำคัญ มีเอกสารสัญญาลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ต้นฉบับ (Original Patent) ที่ระบุชื่อผู้พัฒนาและเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวจริงคือ “นางสาวมุกดา” ไม่ใช่ภานุ!
แขกทั้งงานเริ่มฮือฮาและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรง พ่อของรินดาที่เป็นหุ้นส่วนใหญ่ถึงกับหน้าถอดสี
“มุกดา! คุณทำบ้าอะไรของคุณ! ลบมันเดี๋ยวนี้!” ภานุตะโกนลั่น ตัวสั่นด้วยความโกรธและอับอาย
ยังไม่ทันที่ภานุจะทำอะไร โทรศัพท์มือถือของพ่อของรินดาก็ดังขึ้น เมื่อกดรับสาย ใบหน้าของนักธุรกิจใหญ่ก็ซีดเผือดลงทันที เขามองตรงมาที่ฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“คุณพ่อครับ!! แย่แล้วครับ!!” เสียงพี่ชายของรินดาดังแทรกออกมาจากโทรศัพท์ “บริษัท M-Tech Global ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของเรา ได้ประกาศระงับการร่วมทุนทั้งหมด และส่งหนังสือฟ้องร้องลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์กับบริษัทของภานุแล้วครับ! ถ้าระบบนี้ถูกระงับ บริษัทเราจะล้มละลายทันทีในคืนนี้ครับ!! และที่สำคัญ… ประธานใหญ่ของ M-Tech Global ก็คือ มุกดา อดีตภรรยาของภานุครับ!!”
บทที่ 5: ตอนจบและหยดน้ำตาของคนทรยศ
ห้องโถงจัดเลี้ยงเงียบกริบราวกับป่าช้า ภานุหันมามองฉัน ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ขาของเขาหมดแรงจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากับพื้นเวทีต่อหน้าแขกเหรื่อนับร้อยคน
“มุก… มุกดา… เธอคือประธาน M-Tech งั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้…” ภานุสะอื้นไห้ ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกและสิ้นหวัง
รินดาเมื่อรู้ว่าผู้ชายที่เธอกำลังจะแต่งงานด้วยกำลังจะกลายเป็นบุคคลล้มละลาย และผู้หญิงที่เธอเพิ่งดูถูกคือมหาเศรษฐีตัวจริงที่กุมชะตาชีวิตของครอบครัวเธอไว้ เธอรีบถอยห่างจากภานุทันทีและถอดแหวนหมั้นขว้างทิ้งอย่างไม่ใยดี
ภานุคลานลงจากเวทีมาเกาะรองเท้าส้นสูงของฉัน น้ำตาไหลอาบแก้ม “มุกดา! ผมขอโทษ! ผมผิดไปแล้ว! ที่ผมทำไปทั้งหมดเพราะผมโดนรินดายั่วหลอก! กลับมาหาผมเถอะนะมุกดา เพื่อลูกของเราไงล่ะพรีม… พ่อขอโทษนะลูก!”
น้องพรีมหลบอยู่ข้างหลังฉันและพูดด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสาแต่กรีดลึกเข้าไปในใจของภานุ “หนูไม่มีพ่อค่ะ พ่อของหนูเสียชีวิตไปในคืนที่ฝนตกเมื่อสามปีก่อนแล้วค่ะ”
ฉันมองลงมาที่ภานุด้วยสายตาที่นิ่งเฉย ปราศจากความแค้นและมีความสุขอย่างแท้จริง
“ฉันเคยบอกนายแล้วใช่ไหมภานุ วันที่นายคิดว่าตัวเองอยู่สูงที่สุด นายจะรู้ว่าสิ่งที่นายทิ้งไปมันมีค่าแค่ไหน นายไม่ได้ทิ้งแค่ผู้หญิงซ่อมคอมธรรมดาๆ… แต่นายได้ทิ้งผู้หญิงที่พร้อมจะสร้างโลกทั้งใบให้กับนายด้วยความรัก ตอนนี้นายจงอยู่กับความว่างเปล่าที่นายเลือกเองซะเถอะ”
ฉันจูงมือน้อยๆ ของน้องพรีม หม่ามี้และลูกสาวเดินหันหลังออกจากงานแต่งงานนั้นอย่างสง่างาม โดยมีทีมบอดี้การ์ดและนักกฎหมายเดินตามคุ้มกัน ทิ้งให้อดีตสามีคุกเข่าร้องไห้โฮอย่างสิ้นหวังอยู่บนพื้น พายุในชีวิตของฉันได้ผ่านพ้นไปนานแล้ว และต่อจากนี้ไป มีเพียงอนาคตอันสดใส สดชื่น และความมั่งคั่งที่แท้จริงที่ฉันจะมอบให้กับลูกสาวสุดที่รักของฉันแต่เพียงผู้เดียว.