เสียงแก้วแชมเปญกระทบกันดังกังวาน แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลสาดส่องกระทบเครื่องเพชรบนเรือนร่างของบรรดาแขกเหรื่อระดับไฮโซ งานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบรอบ 60 ปีของคุณหญิงรัศมี มารดาของ ภาคิน นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ประสบความสำเร็จระดับโลก ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการสมฐานะ
ภาคินเพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า เขาตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์มารดาและที่สำคัญที่สุดคือ… เขาคิดถึง น้องหนูนา ลูกสาววัยเจ็ดขวบสุดที่รักของเขา ซึ่งเขาฝากฝังให้คุณหญิงรัศมีดูแลนับตั้งแต่ภรรยาของเขาเสียชีวิตไป ภาคินโอนเงินกลับมาให้มารดาเดือนละหลายแสนบาท เพื่อให้แน่ใจว่าลูกสาวตัวน้อยจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด มีครูสอนพิเศษ มีเสื้อผ้าสวยๆ และมีชีวิตที่สุขสบาย
เมื่อก้าวเข้ามาในงาน ภาคินกวาดสายตามองหาลูกสาว แต่กลับไม่พบร่องรอยของเด็กน้อยเลย เขาเห็นเพียงมารดาของตนที่กำลังยืนหัวเราะร่าเริง สวมสร้อยคอเพชรเม็ดเป้งเส้นใหม่ที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ กำลังรับคำชื่นชมจากเพื่อนฝูง
ภาคินตัดสินใจเดินเลี่ยงออกจากความวุ่นวายเพื่อไปถามแม่บ้านที่หลังคฤหาสน์ แต่เมื่อเขาเดินผ่านโซนทิ้งขยะด้านหลังครัว ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้หัวใจของคนเป็นพ่อแทบหยุดเต้น
ร่างเล็กๆ ผอมโซในชุดกระโปรงเก่าซอมซ่อและเปื้อนคราบสกปรก กำลังเขย่งเท้าคุ้ยเขี่ยบางอย่างในถังขยะใบใหญ่ มือที่สั่นเทาและเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนหยิบเอาเศษขนมปังที่เหลือทิ้งจากงานเลี้ยงขึ้นมาปัดฝุ่น ก่อนจะยัดเข้าปากอย่างหิวโหย
“หนูนา…” ภาคินครางชื่อลูกสาวออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่า
เด็กน้อยสะดุ้งสุดตัว หันกลับมามองด้วยดวงตากลมโตที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าของเธอตอบลงไปมาก ผิวพรรณหยาบกร้านไม่เหมือนเด็กที่ได้รับการดูแล เมื่อเห็นว่าเป็นพ่อของตน หนูนาไม่ได้วิ่งเข้ามากอดเหมือนเมื่อก่อน แต่กลับรีบซ่อนเศษขนมปังไว้ด้านหลังแล้วถอยกรูดไปติดกำแพง น้ำตาร่วงเผาะลงมาอาบแก้ม
“คุณพ่อ… หนูขอโทษค่ะ หนูหิว… หนูไม่ได้ตั้งใจจะขโมยของ…” เสียงเล็กๆ สั่นเครือ บาดลึกลงไปในหัวใจของภาคินราวกับถูกมีดกรีด
ภาคินพุ่งเข้าไปคว้าตัวลูกสาวมากอดแน่น เขาสัมผัสได้ถึงกระดูกที่นูนขึ้นมาบนแผ่นหลังเล็กๆ กลิ่นเหม็นเปรี้ยวจากกองขยะและเสื้อผ้าที่ไม่ได้ซักมาหลายวันทำให้เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาตรงหน้า
“ใครทำกับลูกพ่อแบบนี้…” เขาถามเสียงสั่น แต่หนูนากลับเอาแต่ร้องไห้และตัวสั่นเทาไม่กล้าตอบ
ความเสียใจแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวที่ลุกโชนดั่งเปลวเพลิง ภาคินอุ้มลูกสาวที่ผอมโซแนบอก ก่อนจะเดิน 성 بخطوة ก้าวอาดๆ กลับเข้าไปในงานเลี้ยงสุดหรู
เมื่อนักธุรกิจหนุ่มปรากฏตัวพร้อมกับเด็กหญิงในสภาพมอมแมม เสียงหัวเราะและเสียงดนตรีภายในงานก็ค่อยๆ เงียบสงบลง ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขาสองพ่อลูกด้วยความตกตะลึง คุณหญิงรัศมีหน้าซีดเผือด แก้วแชมเปญในมือแทบจะร่วงหล่นลงพื้น
“เงินที่ผมส่งมาให้ทุกเดือนมันหายไปไหนหมด!!!”
เสียงตะคอกของภาคินดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องโถง บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มตก
“ภ…ภาคิน ลูกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกแม่…” คุณหญิงรัศมีพยายามปั้นยิ้มและเดินเข้ามาหา แต่ภาคินถอยหลังหนี
“ผมถามว่าเงินที่ผมส่งมาให้ลูกสาวผมทุกเดือน มันหายไปไหน! ทำไมลูกผมถึงต้องไปคุ้ยขยะกินเศษขนมปังหลังบ้าน ในขณะที่พวกคุณกำลังกินหรูอยู่สบายในงานบ้าๆ นี่!” ภาคินตวาดลั่น ดวงตาของเขาแดงก่ำจ้องมองไปที่สร้อยคอเพชรเส้นใหม่บนคอของมารดา
ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูดอะไร ความเงียบคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด ภาคินมองมารดาของตัวเองที่ยืนหน้าซีด สลับกับมองญาติพี่น้องที่เคยประจบประแจงขอเงินเขา ทุกคนต่างหลบสายตา
เขาเพิ่งตระหนักได้เดี๋ยวนี้เองว่า ‘ฆาตกร’ ที่ปล้นเอาชีวิตวัยเด็กและความสุขของลูกสาวเขาไป ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือคนในสายเลือดที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานี่เอง เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เขาตรากตรำทำงานเพื่อลูก ถูกนำมาปรนเปรอความหรูหราจอมปลอมและงานสังคมจอมปลอมเหล่านี้ โดยปล่อยให้ทายาทเพียงคนเดียวของเขาต้องอดอยากและถูกปฏิบัติราวกับเป็นส่วนเกินของบ้าน
“ผมตาบอดมานานเกินไปแล้ว” ภาคินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและเด็ดขาดจนทุกคนขนลุก
-
“ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป บัญชีทุกบัญชี บัตรเครดิตทุกใบที่ผมเคยให้คุณแม่และญาติทุกคน จะถูกอายัดทั้งหมด”
-
“คฤหาสน์หลังนี้เป็นชื่อของผม ผมให้เวลาพวกคุณเก็บข้าวของออกไปภายในสามวัน”
-
“และอย่าได้หวังว่าจะได้เงินจากผมอีกแม้แต่สตางค์แดงเดียว!”
คุณหญิงรัศมีเข่าอ่อน ทรุดลงไปนั่งกับพื้นพร้อมกับร้องไห้โฮ พยายามจะคลานเข้ามาจับขาของลูกชายเพื่อขอร้องอ้อนวอน แต่ภาคินก้าวถอยหลัง เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองความพังทลายของงานเลี้ยงที่มารดาภาคภูมิใจอีกต่อไป
เขาจูบลงบนหน้าผากที่เปื้อนฝุ่นของลูกสาวอย่างอ่อนโยน นำเสื้อสูทราคาแพงของตนมาคลุมร่างเล็กๆ นั้นไว้
“เรากลับบ้านของเรากันนะลูก พ่อจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายหนูได้อีกแล้ว”
ภาคินอุ้มหนูนาเดินออกจากคฤหาสน์ที่เคยเป็นดั่งนรกของเด็กน้อย โดยไม่หันกลับไปมองเบื้องหลังอีกเลย ทิ้งไว้เพียงงานเลี้ยงที่ล่มสลาย และเสียงร้องไห้คร่ำครวญของคนที่เพิ่งสูญเสียทุกอย่างไปเพราะความโลภของตัวเอง.