บทที่ 1: ของขวัญก่อนเข้าพิธี
แสงไฟในห้องแต่งตัวเจ้าสาวสว่างไสว สะท้อนให้เห็นความสมบูรณ์แบบที่กำลังจะถูกทำลายลงในไม่ช้า ฉันชื่อ “ลิตา” หญิงสาวธรรมดาที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับ “กวิน” ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีแถวหน้าของประเทศ งานแต่งงานครั้งนี้ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ระดับชาติ แขกเหรื่อกว่า 200 คนล้วนเป็นนักธุรกิจ นักการเมือง และชนชั้นสูง
ตลอดเวลาที่คบกัน “คุณหญิงดาริน” แม่ของกวิน แสดงออกอย่างชัดเจนว่ารังเกียจพื้นเพที่มาจากครอบครัวชนชั้นกลางของฉัน แต่กวินก็มักจะคอยปกป้องและบอกให้ฉันอดทนเพื่อความรักของเราเสมอ ฉันเชื่อใจเขา ฉันยอมทนทุกคำดูถูกเหยียดหยาม เพียงเพราะคิดว่าเมื่อเราแต่งงานกัน ทุกอย่างจะดีขึ้น
แต่ฉันคิดผิดมหันต์
ก่อนที่พิธีจะเริ่มเพียงครึ่งชั่วโมง ฉันขอตัวเดินไปเข้าห้องน้ำ เมื่อกลับมาที่ห้องแต่งตัว ฉันแทบหยุดหายใจ ชุดแต่งงานผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ราคาเจ็ดหลักที่แขวนไว้ ถูกสาดชโลมไปด้วยของเหลวสีดำสกปรกส่งกลิ่นเหม็นคาว ราวกับน้ำโคลนผสมเศษขยะ มันไหลหยดลงบนพื้นพรมอย่างน่ารังเกียจ
และบนโต๊ะเครื่องแป้ง มีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ เขียนด้วยลายมือที่ฉันจำได้แม่นยำ ลายมือของคุณหญิงดาริน:
“รู้จักที่ต่ำที่สูงซะ สภาพของเธอเหมาะกับชุดแบบนี้แหละ”
เพื่อนเจ้าสาวของฉันกรีดร้องด้วยความตกใจ พ่อของฉันที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงกับหน้าซีดและกำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัด “พวกมันทำเกินไปแล้วลิตา! พ่อจะไปคุยกับกวิน ยกเลิกงานแต่งเดี๋ยวนี้!”
หยดน้ำตาแห่งความเจ็บใจเอ่อล้นขึ้นมาที่เบ้าตา แต่ก่อนที่มันจะร่วงหล่น ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เงยหน้ามองตัวเองในกระจก… ไม่ ฉันจะไม่ร้องไห้ ฉันจะไม่ยอมให้ผู้หญิงใจร้ายคนนั้นได้เห็นความพ่ายแพ้ของฉัน
“ไม่ต้องยกเลิกค่ะพ่อ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยว “ลิตาจะใส่ชุดนี้เดินเข้างาน”
“ลูกบ้าไปแล้วเหรอ! มันสกปรกและน่าเกลียดมากนะ แขกตั้งสองร้อยคนรออยู่นะลูก!”
“ให้พวกเขารอไปเถอะค่ะ” ฉันหันไปยิ้มให้พ่อ เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบที่สุดในชีวิต “พ่อคะ… จับมือลิตาให้แน่นๆ นะคะ วันนี้เราจะไปดูละครฉากใหญ่กัน”
บทที่ 2: เจ้าสาวในชุดสีเปื้อนโคลน
เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงดังขึ้นภายในห้องแกรนด์บอลรูม ประตูไม้บานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก แขกกว่า 200 ชีวิตหันมามองที่จุดเริ่มต้นของทางเดิน แต่แทนที่จะได้เห็นเจ้าสาวในชุดสีขาวบริสุทธิ์ พวกเขากลับต้องเบิกตากว้างและอ้าปากค้าง เสียงซุบซิบนินทาดังกระหึ่มไปทั่วทั้งฮอลล์ราวกับรังผึ้งแตกรัง
ฉันเดินควงแขนพ่อ ก้าวเดินอย่างสง่างามและเชิดหน้าขึ้นสูงที่สุด ชุดแต่งงานของฉันเปียกชุ่มไปด้วยคราบสีดำน่าเกลียด ทิ้งรอยหยดเป็นทางยาวบนพรมสีขาว แต่ฉันไม่หลบสายตาใคร ฉันกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างท้าทาย
ที่แถวหน้าสุด คุณหญิงดารินนั่งไขว่ห้าง รอยยิ้มเหยียดหยันและสะใจปรากฏชัดเจนบนใบหน้าของเธอ เธอคงคิดว่าฉันจะวิ่งหนีร้องไห้กลับบ้าน หรือไม่ก็เดินก้มหน้าด้วยความอับอาย แต่ผิดถนัด… ฉันจ้องมองเธอตรงๆ และส่งยิ้มหวานกลับไปให้ จนรอยยิ้มของแม่ผัวเริ่มเจื่อนลงด้วยความสับสน
ที่ปลายทางเดิน กวินยืนหน้าซีดเผือด เขามองชุดของฉันด้วยความตกตะลึงและโกรธจัด เมื่อฉันเดินไปถึงแท่นพิธี พ่อปล่อยมือฉันและถอยหลังไป กวินกระชากแขนฉันเบาๆ แล้วกระซิบดุด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน
“นี่มันบ้าอะไรกันลิตา! ทำไมคุณใส่ชุดแบบนี้ออกมา! คุณทำให้ผมและตระกูลของเราขายหน้าประจานตัวเองทำไม! ทำไมไม่เปลี่ยนชุด หรือซ่อนตัวอยู่หลังเวที!”
แทนที่จะโกรธ หรือน้อยใจที่เขาห่วงแต่หน้าตาของตัวเอง ฉันกลับยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนที่สุด ฉันขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ จนริมฝีปากของฉันแทบจะชิดกับใบหูของเขา
“แม่ของเธอสาดน้ำเน่าใส่ชุดของฉัน พร้อมทิ้งจดหมายให้ฉันรู้จักที่ต่ำที่สูง” ฉันกระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เย็นเยียบจนกวินชะงัก “แต่แม่ของเธอ… และตัวเธอเอง… ลืมไปเรื่องหนึ่งนะกวิน”
กวินขมวดคิ้ว “คุณพูดเรื่องอะไร?”
“ฉันรู้ความลับที่จะทำลายพวกคุณทั้งสองคน”
บทที่ 3: หายนะที่ถูกจัดเตรียม
ร่างกายของกวินแข็งทื่อ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว
กวินไม่เคยรู้เลยว่า ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ในขณะที่เขาแสร้งทำเป็นผู้ชายแสนดีและให้ฉันเข้าไปช่วยดูแลบัญชีส่วนตัวของเขา ฉันได้บังเอิญค้นพบ “สมุดบัญชีลับ” และ “หลักฐานการฟอกเงิน” ระดับชาติของตระกูลเขา เงินสกปรกหลายพันล้านที่พวกเขาโกงมาจากโครงการของรัฐ และการติดสินบนนักการเมือง ทุกอย่างถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจน
ฉันเคยคิดจะถามเขา เคยคิดจะให้โอกาสเขาอธิบาย แต่ยิ่งฉันสืบลึกลงไป ฉันก็ยิ่งพบว่า กวินไม่ใช่เหยื่อที่ถูกแม่บังคับ แต่เขาคือ “หัวหอก” ในการกระทำผิดทั้งหมด และการที่เขาเลือกแต่งงานกับฉัน ก็เพียงเพื่อใช้ชื่อฉันเป็นนอมินีในการเปิดบริษัทเถื่อนเพื่อรับฟอกเงินโดยที่ฉันไม่รู้ตัว!
พวกเขาคิดว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงโง่ๆ ที่ไม่มีปากมีเสียง
“ฉันส่งไฟล์หลักฐานทั้งหมด ทั้งบัญชีเงินฝากในเกาะเคย์แมน สัญญาจ้างบริษัทเถื่อน และคลิปเสียงที่แม่เธอคุยเรื่องการฟอกเงิน ให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษและสำนักข่าวทุกช่องเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว” ฉันกระซิบต่อ แววตาของฉันไม่มีความสงสารเหลืออยู่อีกเลย
“ลิตา! คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ! คุณเป็นภรรยาผมนะ!” กวินหน้าซีดเป็นไก่ต้ม มือของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
“เรายังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันกวิน” ฉันยิ้มมุมปาก “และฉันคงไม่ยอมลดตัวลงไปใช้นามสกุลของอาชญากรหรอก”
ทันใดนั้นเอง ประตูแกรนด์บอลรูมก็ถูกเปิดออกอย่างรุนแรงอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่แขกที่มาช้า… แต่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบและเจ้าหน้าที่จากหน่วยปราบปรามการฟอกเงินกว่าสิบนาย พร้อมกับกองทัพนักข่าวที่แห่กันเข้ามาพร้อมแสงแฟลชวูบวาบ
“คุณกวิน และ คุณหญิงดาริน พวกคุณถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกง ฟอกเงิน และเลี่ยงภาษี ขอให้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วยครับ!” เสียงประกาศจากตำรวจดังลั่นกลบเสียงเพลงในงาน
ทั้งฮอลล์ตกอยู่ในความโกลาหล แขกเหรื่อไฮโซต่างพากันลุกฮือ หนีห่างจากตระกูลที่กำลังจะพินาศ คุณหญิงดารินกรีดร้องเสียงหลงขณะถูกเจ้าหน้าที่สวมกุญแจมือ เธอหันมามองฉันด้วยแววตาเคียดแค้นและตื่นตระหนก
กวินทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้น พยายามจะเอื้อมมือมาจับชายกระโปรงที่เปื้อนโคลนของฉัน “ลิตา… ช่วยผมด้วย… ผมขอร้อง…”
ฉันก้าวถอยหลัง ปล่อยให้มือของเขาคว้าได้เพียงความว่างเปล่า
“รู้จักที่ต่ำที่สูงซะกวิน” ฉันก้มลงมองเขาเป็นครั้งสุดท้าย ทิ้งช่อดอกไม้เจ้าสาวลงบนพื้นตรงหน้าเขา “ตอนนี้… ที่ของพวกคุณคือในคุก ขอให้สนุกกับงานแต่งที่ฉันจัดให้นะ”
ฉันหันหลังกลับ เดินควงแขนพ่อฝ่าฝูงชนและแสงแฟลชของนักข่าวออกจากงานไป ชุดที่เปื้อนคราบน้ำเน่าไม่ได้ทำให้ฉันดูต่ำต้อยลงเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับกลายเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ที่ฉันสามารถสลัดคราบตระกูลที่เน่าเฟะนี้ทิ้งไปได้ และเดินสู่อิสรภาพด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะที่แท้จริง.