บทที่ 1: คืนที่หนาวเหน็บและแสนโหดร้าย
อากาศในคืนนั้นหนาวเหน็บจนแทบจะกรีดลึกลงไปในกระดูก แต่ร่างกายของ “ลีโอ” ลูกชายตัวน้อยวัยเพียงสามวันของฉันกลับร้อนผ่าวราวกับถูกไฟสุม ร่างเล็กๆ ของเขาสั่นเทาอย่างน่าสงสารอยู่ในอ้อมแขนของฉัน ลมหายใจของเขาหนัก หอบถี่ และตามมาด้วยเสียงครางแผ่วเบาที่แทบจะฉีกหัวใจของคนเป็นแม่ให้ขาดสะบั้น
ฉันเพิ่งคลอดลูก ร่างกายยังคงอ่อนแอและแผลผ่าคลอดยังคงเจ็บปวดจนแทบขยับไม่ได้ ทุกครั้งที่ขยับตัว ความเจ็บปวดจะแล่นปลาบตั้งแต่หน้าท้องไปจนถึงกระดูกสันหลัง แต่ในวินาทีนั้น ฉันไม่สนใจความเจ็บปวดของตัวเองเลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่มีความหมายสำหรับฉันคือชีวิตของลูกชาย
ฉันเงยหน้าขึ้นมอง “ภคิน” สามีของฉันด้วยน้ำตานองหน้า ในขณะที่ลูกกำลังทรมาน เขากลับกำลังยืนส่องกระจก จัดคอเสื้อสูทให้เข้าที่ และฉีดน้ำหอมราคาแพงกลิ่นโปรดของเขา
“ภคิน… พาลูกไปโรงพยาบาลเถอะ ลีโอไข้สูงมาก ลูกหายใจไม่ออกแล้ว!” ฉันอ้อนวอน พยายามเอื้อมมือที่สั่นเทาไปจับชายเสื้อของเขา
แต่เขากลับสะบัดมือฉันออกอย่างเย็นชาจนฉันเกือบเสียหลักล้ม “แค่เด็กมีไข้ จะโวยวายทำไม รินทร์? เช็ดตัวเดี๋ยวก็หาย ผมมีธุระด่วน เจ้านายเรียกตัวไปคุยโปรเจกต์สำคัญที่โรงแรม ถ้าพลาดงานนี้ผมอาจจะตกงานก็ได้นะ!”
“โปรเจกต์สำคัญตอนตีสองเนี่ยนะ?!” ฉันตะโกนทั้งน้ำตา “ลูกกำลังจะตายนะภคิน! แกตื่นลืมตาดูสิว่าลูกหน้าซีดแค่ไหน!”
หน้าจอโทรศัพท์ของเขาสว่างวาบขึ้น เผยให้เห็นข้อความจาก “คุณเจสสิก้า” เจ้านายสาวพราวเสน่ห์… ‘ฉันเปิดห้องรอแล้วนะที่รัก รีบมาล่ะ’
ฉันรู้มาตลอดว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันเกินเลยกว่าเรื่องงาน แต่ฉันอดทนมาเสมอเพราะหวังว่าลูกจะทำให้เขากลับตัว แต่ฉันคิดผิด ภคินไม่แม้แต่จะปรายตามองลูกที่กำลังหอบหายใจรวยริน เขาก้าวออกจากห้องและปิดประตูใส่หน้าฉันอย่างเลือดเย็น ทิ้งให้ฉันและลูกเผชิญหน้ากับความเป็นความตายเพียงลำพัง
บทที่ 2: การต่อสู้ของคนเป็นแม่
ทันทีที่เสียงรถของเขาแล่นออกไป ฉันรู้ว่าฉันพึ่งพาใครไม่ได้อีกแล้ว ฉันกัดฟันกลืนความเจ็บปวด นำผ้าห่มผืนหนามาห่อตัวลีโอ ฝืนพยุงร่างที่บอบช้ำของตัวเองลุกขึ้นยืน เลือดสีแดงจางๆ เริ่มซึมออกมาจากแผ่นปิดแผลผ่าคลอด แต่ฉันไม่สน ฉันอุ้มลูกแนบอกและฝืนเดินกะเผลกออกไปเรียกรถแท็กซี่หน้าปากซอย ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปราย
เมื่อถึงโรงพยาบาล หมอและพยาบาลรีบพาลีโอเข้าห้อง ICU ทันที
“เด็กมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรงครับ ถ้ามาช้ากว่านี้แค่ยี่สิบนาที… เราอาจจะเสียเขาไป” คำพูดของหมอทำให้เรี่ยวแรงทั้งหมดของฉันเหือดหาย ฉันทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นหน้าห้องฉุกเฉิน ร้องไห้จนแทบขาดใจ
ในความสิ้นหวังนั้นเอง ความโกรธแค้นก็เริ่มก่อตัวขึ้น ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและกดโทรหาเบอร์ที่ฉันไม่ได้ติดต่อมานานถึง 5 ปี… เบอร์ของคุณพ่อ มหาเศรษฐีเจ้าของเครือข่ายธุรกิจระดับประเทศ ที่ฉันเคยตัดขาดและหนีออกจากบ้านมา เพียงเพราะต้องการมาใช้ชีวิตคู่กับผู้ชายเส็งเคร็งอย่างภคิน พ่อเคยเตือนฉันแล้วว่าผู้ชายคนนี้หวังแค่ปอกลอก แต่ฉันในตอนนั้นหูหนวกตาบอด
“พ่อคะ…” ฉันสะอื้นสุดเสียงเมื่อปลายสายรับ “รินทร์ขอโทษ… พ่อช่วยรินทร์ด้วย ช่วยลีโอด้วยค่ะ”
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมา ขบวนรถตู้หรูสีดำห้าคันก็แล่นมาจอดเทียบหน้าโรงพยาบาล ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับท็อปของประเทศที่พ่อส่งมา รีบเข้าไปดูแลลีโอทันที พร้อมกับกองทัพบอดี้การ์ดที่เข้ามาคุ้มกันฉัน พ่อเดินเข้ามาสวมกอดฉันที่กำลังร้องไห้จนตัวสั่น
“ไม่ต้องกลัวลูก พ่ออยู่นี่แล้ว… และใครที่มันทำกับลูกแบบนี้ มันจะต้องชดใช้อย่างสาสม”
บทที่ 3: ฝันร้ายของคนทรยศ
เช้าวันต่อมา ภคินกลับมาที่บ้านด้วยใบหน้าอิดโรยแต่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข หลังจากใช้เวลาทั้งคืนเริงรักกับเจ้านายสาว เขากะจะเปิดประตูเข้ามาเห็นฉันนั่งร้องไห้เลี้ยงลูกหัวฟูเหมือนทุกที เพื่อที่เขาจะได้วางอำนาจข่มเหงฉันต่อ
แต่สิ่งที่เขาพบคือ… บ้านที่ว่างเปล่า ข้าวของทุกอย่างของฉันและลูกหายวับไปราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ มีเพียงบอดี้การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทสีดำสองคนที่ยืนกอดอกรออยู่กลางบ้าน
“พวกแกเป็นใคร! เข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง! ออกไปนะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ!” ภคินโวยวาย
ยังไม่ทันที่บอดี้การ์ดจะขยับตัว โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เป็นสายจากเจสสิก้า ชู้รักของเขา
“ภคิน! เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น! บริษัทของเราถูกเทคโอเวอร์เมื่อเช้านี้! หุ้นทั้งหมดถูกกว้านซื้อโดยเครือข่ายธุรกิจยักษ์ใหญ่ และผู้บริหารชุดใหม่เพิ่งสั่งไล่ฉันออก! แถมพวกเขายังส่งหลักฐานการยักยอกเงินของเราสองคนให้ตำรวจด้วย ตอนนี้ตำรวจกำลังมาตามจับเรา! นายไปทำอีท่าไหนให้พวกมหาเศรษฐีนั่นโกรธแค้นฮะ!”
ภคินหน้าซีดเผือด โทรศัพท์ร่วงหลุดจากมือ เขารีบวิ่งกลับไปขึ้นรถ ขับตรงไปที่โรงพยาบาลรัฐที่ฉันเคยบอกไว้เมื่อคืน หวังจะใช้ลูกเป็นข้ออ้างขอความเห็นใจ แต่เมื่อไปถึง เขาไม่พบชื่อของฉันในระบบสอบถาม
จนกระทั่งเขาได้รับข้อความบอกพิกัดจากทนายความของฉัน เขาจึงตามมาถึงโรงพยาบาลเอกชนระดับ VVIP ที่แพงที่สุดในประเทศ
เมื่อเขาขึ้นมาถึงชั้นบนสุด เขาถูกบอดี้การ์ดขวางไว้หน้าห้องพักฟื้น ฉันเปิดประตูเดินออกมา สวมชุดคลุมไหมราคาแพง แผลของฉันได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และลีโอก็พ้นขีดอันตรายแล้ว
ภคินมองฉัน รอยช้ำบนใบหน้า และกองทัพคนคุ้มกันด้วยความตกตะลึง
“ร-รินทร์! นี่มันเรื่องอะไรกัน? ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้… แล้วคนพวกนี้…”
ฉันโยนซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะอัดเข้าที่หน้าอกของเขาอย่างแรง “ใบหย่า… และหมายศาลฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทั้งหมด รวมถึงการฟ้องร้องชู้รักของนายด้วย อ้อ… แล้วคดีฉ้อโกงที่นายทำไว้กับบริษัท ตอนนี้ตำรวจคงไปดักรอหน้านายที่บ้านแล้วล่ะ”
ภคินเบิกตากว้าง เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น “รินทร์! คุณเป็นใครกันแน่! คุณทำแบบนี้ได้ยังไง ผมเป็นสามีคุณนะ! ผมขอโทษ! เมื่อคืนผมไม่ได้ตั้งใจทิ้งลูก! ผมแค่คิดว่าลูกไม่เป็นอะไรมาก…”
“แค่รีบไปนอนกับเจ้านายจนหน้ามืดตามัว?” ฉันยิ้มเย็นชา แววตาไม่มีความรักหลงเหลืออยู่อีกต่อไป “รู้ไหมภคิน… เมื่อคืนตอนที่นายดึงมือออกจากการเกาะกุมของฉัน วินาทีที่นายหันหลังให้ลูกที่กำลังจะตาย… ความเป็นสามีและความเป็นพ่อของนาย ก็ตายไปพร้อมกันแล้ว”
“รินทร์! ผมขอร้อง! ผมกำลังจะติดคุก! ผมไม่มีเงินเหลือแล้ว เจสสิก้าก็ทิ้งผมไปแล้ว! เห็นแก่ลีโอเถอะนะ!” เขาคลานเข้ามาพยายามจะกอดขาฉัน แต่ถูกบอดี้การ์ดเตะเสยจนล้มกลิ้งไปกับพื้น
“อย่าเอ่ยชื่อลูกของฉันให้สกปรกปาก” ฉันมองลงไปที่เขาเหมือนมองเศษขยะ “ฉันเตือนนายแล้วภคิน คืนที่นายทิ้งพวกเรา… นายได้เลือกเดินลงนรกด้วยตัวเอง ขอให้สนุกกับฝันร้ายที่เหลือในชีวิตนะ เพราะมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น”
ฉันหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องอันอบอุ่น ปิดประตูใส่หน้าผู้ชายสารเลวคนนั้น ปล่อยให้เสียงร้องโหยหวนและเสียงร่ำไห้อย่างสิ้นหวังของอดีตสามีดังก้องอยู่ตามโถงทางเดิน… โดยที่ฉันไม่หันกลับไปมองอีกเลยตลอดกาล.