สัมผัสที่สั่นเทา: ความจริงที่ซ่อนอยู่หลังรอยน้ำตาของภรรยา และความลับที่ทำลายครอบครัวของผมจนย่อยยับ

หลังจากต้องเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศยาวนานถึงหกเดือนเต็ม ในที่สุดผมก็ได้กลับมาเหยียบแผ่นดินเกิดอีกครั้ง หัวใจของผมพองโตด้วยความตื่นเต้นที่จะได้พบหน้า “พิมพ์” ภรรยาสุดที่รัก ผู้หญิงที่เป็นดั่งโลกทั้งใบของผม ผมตั้งใจซื้อของขวัญมากมายและหวังว่าจะได้สวมกอดเธอให้สมกับความคิดถึงที่สะสมมาตลอดครึ่งปี

แต่สิ่งที่รอผมอยู่หลังประตูบานนั้น… กลับกลายเป็นฝันร้ายที่ฉีกกระชากหัวใจของผมออกเป็นชิ้นๆ

การกลับมาที่ผิดปกติ

ผมเปิดประตูเข้าไปในบ้านด้วยรอยยิ้มกว้าง แต่บ้านกลับเงียบสงัดผิดปกติ ข้าวของบางอย่างดูแปลกตาไป ผมเดินเข้าไปในครัวและพบพิมพ์กำลังยืนล้างจานอยู่

“พิมพ์… พี่กลับมาแล้วนะ!” ผมเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงดีใจสุดขีด

พิมพ์สะดุ้งสุดตัว ทัพพีในมือของเธอหล่นลงพื้นเสียงดังคล้ง เธอหันมามองผมด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง แต่แทนที่มันจะเป็นแววตาของความดีใจ มันกลับเต็มไปด้วยความหวาดผวา ร่างกายของเธอซูบผอมลงจนผิดหูผิดตา ใต้ตาคล้ำลึกราวกับคนไม่ได้นอนมาเป็นเดือน

ผมรีบก้าวเข้าไปหา กางแขนออกเพื่อจะสวมกอดเธอ แต่ทันทีที่ปลายนิ้วของผมแตะลงบนหัวไหล่ของเธอ… พิมพ์กลับหดตัวหนีและสั่นเทาอย่างรุนแรงราวกับลูกนกที่กำลังหวาดกลัวมัจจุราช เธอยกมือขึ้นบังศีรษะตัวเองโดยสัญชาตญาณ

“อ-อย่าทำอะไรพิมพ์เลยนะคะ… พิมพ์ขอโทษ พิมพ์จะรีบทำให้เสร็จเดี๋ยวนี้…” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

ผมยืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุด “พิมพ์… นี่พี่เอง พี่กวินไง เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงกลัวพี่ขนาดนี้?”

เธอค่อยๆ ลดมือลง เมื่อเห็นชัดๆ ว่าเป็นผม น้ำตาของเธอก็ไหลทะลักออกมา เธอพยายามฝืนยิ้มและบอกว่าเธอแค่ตกใจที่ผมกลับมาเร็วกว่ากำหนด แต่สัญชาตญาณของผมร้องเตือนว่า… มีบางอย่างผิดปกติอย่างร้ายแรงเกิดขึ้นในบ้านหลังนี้ตอนที่ผมไม่อยู่

ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้พรม

คืนนั้น พิมพ์นอนขดตัวอยู่ที่ริมเตียงอีกฝั่งและสะดุ้งตื่นทุกครั้งที่ผมขยับตัว รอยช้ำจางๆ ที่ข้อมือและรอยแดงที่ต้นคอของเธอเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้ผมไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมแกล้งบอกพิมพ์ว่าจะออกไปทำธุระที่บริษัท แต่ความจริงแล้ว ผมขับรถไปจอดซุ่มอยู่ปากซอยและแอบเดินกลับเข้ามาในบ้านทางประตูด้านหลัง ผมต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนที่ผมไม่อยู่

เพียงไม่ถึงชั่วโมง รถตู้คันหนึ่งก็มาจอดหน้าบ้าน คนที่ก้าวลงมาคือ “แม่ของผม” และ “เอก” น้องชายแท้ๆ ของผมเอง พวกเขามีกุญแจบ้านและไขเข้ามาอย่างถือวิสาสะ

ผมซ่อนตัวอยู่ในห้องเก็บของหลังบ้าน และได้ยินทุกคำพูดที่กรีดลึกลงไปในวิญญาณของผม

“นังพิมพ์! เสื้อผ้าฉันซักเสร็จหรือยัง! แล้วเงินเดือนที่ไอ้กวินโอนมาให้แกเดือนนี้ เอามาให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันจะเอาไปดาวน์รถให้ไอ้เอก!” เสียงของแม่ตวาดลั่นบ้าน

“แต่แม่คะ… เงินก้อนนั้นพี่กวินตั้งใจให้พิมพ์เก็บไว้จ่ายค่าผ่าตัดพ่อของพิมพ์นะคะ…” พิมพ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นสะอื้น

เพียะ!

เสียงตบหน้าดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยาะของเอกน้องชายผม “อย่ามาปากดีอ้างชื่อพี่กวิน! พี่กวินไม่อยู่ แกมันก็แค่คนใช้ในบ้านหลังนี้แหละ อ้อ… แล้วอย่าลืมนะ ถ้าแกเอาเรื่องที่ฉันแอบเข้าห้องแกตอนกลางคืนไปฟ้องพี่กวินล่ะก็ ฉันจะแฉว่าแกเป็นคนอ่อยฉันเอง ดูซิว่าผัวแกจะเชื่อแม่กับน้องชาย หรือเชื่อเมียชั้นต่ำอย่างแก!”

เลือดในกายของผมเย็นเฉียบ ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ครอบครัวที่ผมรักและไว้ใจที่สุด… แม่ที่ผมส่งเสียเลี้ยงดู และน้องชายที่ผมคอยช่วยเหลือมาตลอด กลับกลายเป็นปีศาจร้ายที่รวมหัวกันกดขี่ ทำร้ายร่างกาย และล่วงละเมิดภรรยาของผมในบ้านของผมเอง!

เหตุผลที่พิมพ์ตัวสั่นทุกครั้งที่ผมแตะต้องตัวเธอ ไม่ใช่เพราะเธอเกลียดผม… แต่เพราะเธอถูกทำร้ายจิตใจและร่างกายจนเกิดภาวะบอบช้ำทางจิตใจ (Trauma) และการที่ผมสัมผัสเธอ มันไปกระตุ้นความทรงจำอันเลวร้ายที่น้องชายของผมเคยพยายามจะล่วงเกินเธอ!

การแตกหักและบทลงโทษ

ความโกรธเกรี้ยวพุ่งทะลุขีดจำกัด ผมเตะประตูห้องเก็บของจนเปิดผางและก้าวเดินออกมากลางห้องโถง

แม่และเอกหันมามองผมด้วยความตกตะลึง ใบหน้าของพวกเขาซีดเผือดราวกับกระดาษ ในขณะที่พิมพ์ทรุดตัวลงร้องไห้อยู่บนพื้น มุมปากของเธอมีเลือดซึมออกมาจากการถูกตบ

“ก-กวิน… ลูกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?” แม่พูดตะกุกตะกัก พยายามจะปั้นยิ้มจอมปลอม

“กลับมาทันได้เห็นสันดานที่แท้จริงของพวกคุณไงล่ะ!” ผมตวาดลั่นจนบ้านทั้งหลังสะเทือน “ผมฝากให้พวกคุณดูแลภรรยาของผม แต่พวกคุณกลับทำกับเธอเหมือนสัตว์เดรัจฉาน! ขโมยเงิน ทำร้ายร่างกาย แถมยังพยายามจะล่วงละเมิดเมียผมอีก!”

“พี่กวิน! ฟังผมก่อน นังนี่มันอ่อยผมก่อนนะพี่!” เอกพยายามจะแก้ตัว

ผมไม่รอให้มันพูดจบ ผมพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อน้องชายและชกเข้าที่ใบหน้าของมันอย่างแรงจนมันล้มลงไปกองกับพื้น แม่กรีดร้องและพยายามจะเข้ามาห้าม

“ออกไปจากบ้านของผมเดี๋ยวนี้!!!” ผมชี้หน้าผู้เป็นแม่และน้องชายด้วยสายตาที่เด็ดขาดและไร้ซึ่งความผูกพันใดๆ อีกต่อไป “ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ผมไม่มีแม่และไม่มีน้องชายอีก เงินทุกบาททุกสตางค์ผมจะตัดทิ้งทั้งหมด และถ้าพวกคุณกล้ามาก้าวร่ายในชีวิตผมกับพิมพ์อีก ผมจะเอาเรื่องไปแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกายและลักทรัพย์!”

แม่พยายามจะร้องไห้อ้อนวอน แต่ผมไม่สนใจ ผมเดินไปเปิดประตูบ้านและโยนกระเป๋าของพวกเขาออกไปข้างนอกอย่างไม่ไยดี ปิดประตูใส่หน้าและล็อกกุญแจทุกบาน

การเยียวยาและการเริ่มต้นใหม่

เมื่อความวุ่นวายจบลง ผมเดินกลับมาหาพิมพ์ที่ยังคงนั่งสั่นตัวกอดเข่าร้องไห้อยู่บนพื้น ผมค่อยๆ คุกเข่าลงตรงหน้าเธอ ไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือไปสัมผัสเธอเพราะกลัวจะทำให้เธอตกใจอีก

“พิมพ์… พี่ขอโทษ” น้ำตาของลูกผู้ชายไหลอาบแก้มผม “พี่ขอโทษที่ทิ้งพิมพ์ไว้ พี่ขอโทษที่ปกป้องพิมพ์จากคนเลวๆ พวกนั้นไม่ได้ พี่มันแย่เอง”

พิมพ์เงยหน้าขึ้นมองผม เธอเห็นความเจ็บปวดและความจริงใจในดวงตาของผม เธอค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้ และเป็นฝ่ายโผเข้ากอดผมแน่นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ผมกลับมา เสียงร้องไห้ของเธอปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจที่ต้องทนแบกรับมาตลอดหกเดือน

ตั้งแต่วันนั้น ผมตัดขาดจากครอบครัวเดิมของผมอย่างถาวร ผมพาพิมพ์ไปพบจิตแพทย์เพื่อเยียวยาบาดแผลทางจิตใจ และย้ายบ้านไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จักเรา

มันอาจจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่พิมพ์จะหายจากอาการหวาดกลัว และกลับมายิ้มได้เต็มกว้างเหมือนเดิม แต่วันนี้… ผมให้คำมั่นสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่า ตราบใดที่ผมยังมีลมหายใจ ผมจะไม่มีวันปล่อยให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายผู้หญิงที่ผมรักได้อีกเป็นอันขาด.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *