ความอดทนสุดท้ายของหัวใจ: เมื่อฉันกลับบ้านมาเจอภรรยาที่กำลังท้องแก่ถูกครอบครัวของฉันโขกสับให้เป็นคนรับ

ใช้ แต่บทสรุปในคืนนั้นกลับเปลี่ยนชีวิตของเราสองคนไปตลอดกาล

เสียงฝีเท้าอันหนักอึ้งของฉันลากผ่านท่อนคอนกรีตหน้าบ้านหลังจากต้องหักโหมทำงานหนักในกะดึกยาวนานถึง 12 ชั่วโมงเต็ม ฉันชื่อ “นนท์” เป็นวิศวกรระบบที่ยอมทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อเก็บเงินสร้างอนาคตให้กับครอบครัวเล็กๆ ของฉัน สิ่งเดียวที่เป็นพลังใจให้ฉันสู้กับความเหนื่อยล้าในทุกๆ วันคือ “ริน” ภรรยาสุดที่รักของฉันที่ตอนนี้กำลังตั้งครรภ์แก่ได้ 8 เดือนเศษ ฉันตั้งใจว่าหลังจากผ่านพ้นวิกฤตการเงินช่วงนี้ไป ฉันจะพารินแยกตัวออกไปซื้อบ้านอยู่กันเองสองคนแม่ลูก

เนื่องจากช่วงนี้เศรษฐกิจย่ำแย่ แม่ พี่ชาย และพี่สะใภ้ของฉันเลิกกิจการและขอมาย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านทาวน์เฮ้าส์หลังเล็กๆ ของฉันชั่วคราว ตอนแรกฉันคิดว่าสายเลือดเดียวกันคงจะช่วยดูแลรินในยามที่ฉันต้องออกไปทำงานนอกบ้าน แต่ทว่า… สิ่งที่ฉันได้พบเห็นทันทีที่ผลักประตูบ้านเข้าไปในเช้ามืดวันนั้น กลับกลายเป็นภาพที่กรีดลึกเข้าไปในจิตใจของคนเป็นสามีจนแทบกระอักเลือด

ภายในห้องโถงกึ่งห้องครัวเต็มไปด้วยขยะ เศษอาหาร จานชามนับสิบใบถูกทิ้งไว้เกลื่อนกลาดราวกับเพิ่งผ่านงานปาร์ตี้มา และที่ใจกลางความสกปรกนั้น ร่างของริน ภรรยาของฉันที่ท้องแก่โย้จนเดินลำบาก กำลัง คุกเข่าอยู่บนพื้นปูน มืออันสั่นเทาของเธอกำลังใช้ผ้าขี้ริ้วซับคราบน้ำแกงที่หกเลอะเทอะ ใบหน้าของเธอซีดเผือดอิดโรยและมีหยาดน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มด้วยความเหนื่อยล้าและเจ็บปวดจากอาการปวดหลังอย่างรุนแรง

ในขณะเดียวกัน แม่ พี่ชาย และพี่สะใภ้ของฉันกลับนั่งอยู่บนโซฟาตัวโปรด พลางกินขนม จิบกาแฟ และดูทีวีเสียงดังอย่างสบายใจ โดยไม่มีใครคิดจะยื่นมือเข้ามาช่วยหญิงตั้งครรภ์คนนี้เลยแม้แต่น้อย

“เช็ดตรงนั้นให้สะอาดหน่อยสิริน! ท้องแค่นี้ทำเป็นสำออยเดินช้า จานชามในอ่างก็ยังไม่ได้ล้าง กับข้าวเช้าก็ยังไม่ได้ทำ นนท์มันอุตส่าห์แต่งงานเอาแกเข้ามาในบ้าน แกก็ต้องทำตัวให้มีประโยชน์สิ!” เสียงของแพรว พี่สะใภ้ใจยักษ์ตวาดใส่รินอย่างไร้ความปราณี โดยมีแม่ของฉันนั่งพยักหน้าเห็นดีเห็นงามอยู่ข้างๆ

ความอดทนที่สิ้นสุดลง

“พวกคุณทำอะไรกับภรรยาของผม!!!”

ฉันตะโกนสุดเสียงจนเส้นเลือดที่ลำคอปูดโปนด้วยความโกรธจัด เสียงของฉันทำให้ทุกคนในบ้านสะดุ้งสุดตัวและหันมามองด้วยความตกใจ รินเมื่อเห็นฉันกลับมา เธอก็ปล่อยโฮออกมาทันทีและพยายามจะพยุงท้องลุกขึ้น แต่ด้วยความเจ็บปวดทำให้เธอทรงตัวไม่อยู่และเกือบจะล้มลงไปบนพื้น ฉันรีบวิ่งเข้าไปประคองร่างของเธอไว้ในอ้อมแขนทันที หัวใจของฉันสลายเมื่อสัมผัสได้ถึงตัวที่สั่นเทาและความเย็นเฉียบจากร่างกายของริน

“ริน… พี่ขอโทษ พี่ขอโทษที่ปล่อยให้พวกมันทำกับรินแบบนี้” ฉันกอดเธอไว้แน่น น้ำตาของลูกผู้ชายไหลออกมาด้วยความรู้สึกผิด

แม่ของฉันลุกขึ้นยืนพลางทำสีหน้าไม่พอใจ “ไอ้นนท์! แกจะมาตะโกนใส่แม่ใส่พี่แบบนี้ได้ยังไง! แค่ให้เมียแกทำงานบ้านนิดๆ หน่อยๆ ทำเป็นเรื่องใหญ่โต ทีตอนแม่ท้องแก แม่ยังทำนาได้จนถึงวันคลอดเลย นังนี่มันสำออย!”

“ทำงานบ้านนิดหน่อยงั้นเหรอครับแม่?!” ฉันหันไปจ้องหน้าแม่และพี่ชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น “รินท้อง 8 เดือน! หมอบอกให้พักผ่อนเพราะเสี่ยงครรภ์เป็นพิษ แต่พวกคุณกลับนั่งดูทีวี ปล่อยให้คนท้องแก่คุกเข่าเช็ดขยะที่พวกคุณทำสกปรกไว้เนี่ยนะ? พวกคุณเห็นรินเป็นเมียผม หรือเห็นเธอเป็นทาสรับใช้กันแน่!”

“ไอ้นนท์ แกอย่ามาลามปามนะ!” นัท พี่ชายแท้ๆ ของฉันลุกขึ้นชี้หน้า “พวกเราเป็นครอบครัวของแกนะ เวลามีปัญหาแกก็ต้องช่วยสิ เมียแกก็แค่อาศัยใใบบุญเงินทองของแกอยู่ อย่ามาทำเป็นอวดดี!”

ความจริงที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ความโกรธในตอนแรกเปลี่ยนเป็นความนิ่งสนิทและเยือกเย็น ฉันพยุงรินไปนั่งบนเก้าอี้อย่างเบามือ ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าเอกสารที่ฉันเพิ่งถือกลับมาจากที่ทำงาน ฉันเปิดมันออกและดึงกระดาษปึกหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะกินข้าวต่อหน้าทุกคน

“พวกคุณบอกว่ารินมาอาศัยใบบุญเงินทองของผมงั้นเหรอครับ?” ฉันยกยิ้มเหยียดหยาม “พวกคุณคงยังไม่รู้สินะว่า เงินทุนทั้งหมดที่ผมใช้ซื้อบ้านหลังนี้ เงินที่ผมเอาไปใช้เป็นค่าสินสอด และเงินที่ผมคอยแอบโอนไปช่วยพยุงธุรกิจของพี่นัทจนรอดมาได้หลายครั้ง… มันไม่ใช่เงินของผมเลยแม้แต่บาทเดียว”

ทุกคนในบ้านชะงัก ขมวดคิ้วด้วยความสับสน

“แกหมายความว่ายังไง?” แม่ถามเสียงสั่น

“รินเป็นลูกสาวคนเดียวของอดีตประธานบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่เกษียณตัวไปแล้ว” ฉันประกาศความจริงที่ปิดบังมาตลอด “เธอแต่งงานกับผมเพราะเธอรักผมที่ตัวตน ไม่ใช่ที่ฐานะ เงินเก็บทั้งหมดในบัญชีของผมที่พวกคุณพยายามจะมาขอแบ่งไปใช้ แท้จริงแล้วเป็นทรัพย์สินส่วนตัวที่พ่อของรินมอบให้เราเป็นทุนตั้งตัว และที่ดินผืนที่บริษัทของพี่นัทกำลังจะไปเช่าเพื่อเปิดร้านใหม่… เจ้าของโฉนดตัวจริงก็คือริน!”

พี่ชายและพี่สะใภ้ของฉันหน้าซีดเผือดลงไปถึงตาตุ่มในพริบตา แพรวที่เคยปากดีถึงกับอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก

“เมื่อคืนนี้ รินส่งข้อความมาบอกผมว่าพวกคุณปฏิบัติต่อเธอยังไงตอนที่ผมไม่อยู่” ฉันพูดเสียงเรียบพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา “และกระดาษที่อยู่ตรงหน้าพวกคุณ คือเอกสารยกเลิกการให้ที่พักอาศัย และเอกสารปฏิเสธการให้เช่าที่ดินทำกินของบริษัทพี่นัท… ทุกอย่างถูกลงนามโดยรินอย่างถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วครับ”

จุดจบของคนพาลและชีวิตใหม่

“ไม่นะนนท์! พี่ขอร้อง! อย่าทำแบบนี้เลย!” นัททรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นทันทีพยายามจะเข้ามาจับมือฉัน “ถ้าพี่ไม่ได้เช่าที่ดินผืนนั้น ครอบครัวพี่ต้องล้มละลายแน่ๆ นะนนท์! แพรว… แกไปกราบขอโทษรินเดี๋ยวนี้เลย!”

แพรวรีบทรุดตัวลงคุกเข่าข้างๆ สามี ร้องไห้คร่ำครวญและพยายามเข้าไปกราบแทบฟุตบาทของริน “ริน พี่ขอโทษ! พี่ปากเสียเอง พี่จะไม่ทำอีกแล้ว ให้พวกพี่อยู่ที่นี่เถอะนะ!”

แม้แต่แม่ของฉันเองก็เริ่มหลั่งน้ำตาด้วยความกลัวว่าจะไม่มีเงินใช้ในยามแก่ชรา “นนท์… แม่เป็นแม่แกนะ แกจะไล่แม่ไปอยู่ที่ไหน…”

ฉันมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความกตัญญูที่ฉันเคยมีมันถูกทำลายลงด้วยภาพภรรยาท้องแก่ที่ต้องคุกเข่าร้องไห้บนพื้นบ้านของฉันเอง

“ตอนที่รินคุกเข่าร้องไห้ขอความเห็นใจจากพวกคุณ มีใครฟังเธอบ้างไหมครับ?” ฉันถามกลับด้วยเสียงที่สั่นเครือจากความเสียใจ “พวกคุณข้ามเส้นความเป็นมนุษย์ไปแล้ว และในฐานะสามี… หน้าที่หลักของผมคือการปกป้องภรรยาและลูกในท้อง ไม่ใช่การรองรับอารมณ์ของคนเห็นแก่ตัว”

ฉันหันไปส่งสัญญาณให้รถตู้VIPหรูคันหนึ่งที่เพิ่งขับมาจอดหน้าบ้าน บอดี้การ์ดสองคนเดินเข้ามาช่วยยกกระเป๋าเสื้อผ้าของฉันและรินขึ้นรถ ทรัพย์สินและบ้านหลังนี้ฉันตัดสินใจขายทอดตลาดทันทีเพื่อนำเงินทั้งหมดไปเริ่มต้นชีวิตใหม่

“บ้านหลังนี้ผมยกเลิกสัญญาเช่าแล้ว พวกคุณมีเวลาเก็บของออกไปภายใน 24 ชั่วโมง” ฉันพูดเป็นคำสุดท้ายก่อนจะอุ้มรินขึ้นรถตู้หรูอย่างทะนุถนอม

ประตูรถปิดลงพร้อมกับเคลื่อนตัวจากไปอย่างนิ่มนวล ทิ้งให้ครอบครัวที่แสนใจร้ายคุกเข่าร้องไห้อยู่กับกองขยะที่พวกเขาทำขึ้นมาเอง ชีวิตคู่ของเราสองคนอาจจะผ่านค่ำคืนที่มืดมิดและเจ็บปวดที่สุดมาได้ แต่เช้าวันใหม่ที่กำลังมาถึง… มันคือชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยความสุข ความปลอดภัย และความมั่งคั่งที่แท้จริงในฐานะครอบครัวที่สมบูรณ์แบบที่ไม่มีวันยอมให้ใครมารังแกได้อีกต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *