บทที่ 1: คำดูถูกที่กรีดลึกลงกลางใจ
“พี่กฤตจะทนคบกับยัยหมูตอนนั่นไปถึงเมื่อไหร่คะ? นิตาอายเพื่อนจะแย่แล้วที่มีพี่สาวสภาพเหมือนตุ่มเดินได้แบบนั้น”
“พี่ก็กำลังหาทางเลิกอยู่จ้ะ นิตาก็รู้ว่าพี่ทนคบกับณิชาเพราะสงสารเท่านั้นแหละ ใครจะไปรักผู้หญิงที่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนอ้วนฉุแบบนั้นลง… สู้เลเลขาคนสวยของพี่ก็ไม่ได้”
นั่นคือบทสนทนาที่ฉันบังเอิญได้ยินเมื่อสองปีก่อน ขณะยืนถือเค้กวันเกิดที่ตั้งใจทำเองกับมืออยู่หน้าประตูห้องนอนของ “กฤต” แฟนหนุ่มที่ฉันคบหาดูใจมาถึงสามปี แต่สิ่งที่ทำให้ฉันใจสลายยิ่งกว่าการถูกสวมเขา คือผู้หญิงที่กำลังนอนกอดซบเขาอยู่บนเตียงนั้นคือ “นิตา” น้องสาวแท้ๆ ของฉันเอง
เมื่อฉันผลักประตูเข้าไป ทั้งสองคนไม่ได้มีท่าทีตกใจหรือรู้สึกผิด นิตาเพียงแค่ดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าอก แสยะยิ้มมุมปาก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“ก็เห็นๆ กันอยู่นะพี่ณิชา ยอมรับความจริงเถอะ ผู้ชายเขารักคนที่ความสวยความงามทั้งนั้นแหละ พี่อ้วนจนเนื้อปลิ้นขนาดนี้ กฤตเขาฝืนใจกอดพี่ไม่ลงหรอก ขอบใจนะที่ดูแลเขามาตลอด… แต่หลังจากนี้ ฉันจะดูแลต่อเอง”
ฉันร้องไห้วิ่งกลับบ้าน หวังจะพึ่งพาพ่อแม่ แต่พวกท่านกลับบอกเพียงว่า “เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ก็ปล่อยน้องไปเถอะ นิตายังเด็กและสวยกว่าแก แกก็ไปลดน้ำหนักซะสิ จะได้หาผัวใหม่ได้ ผู้ชายเขาไม่ชอบคนอ้วนหรอก”
โลกทั้งใบพังทลาย ฉันเก็บกระเป๋าออกจากบ้านในคืนนั้น ตัดขาดจากครอบครัวที่เห็นแก่ตัว และผู้ชายที่ไร้หัวใจ ฉันสาบานกับตัวเองว่า ฉันจะไม่มีวันกลับไปเป็น “ณิชา ยัยหมูตอน” ให้ใครเหยียบย่ำอีก!
บทที่ 2: การเกิดใหม่ และ ชายผู้เป็นดั่งมัจจุราช
สองปีผ่านไป… หยาดเหงื่อ คราบน้ำตา และความมีระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด ได้หล่อหลอมให้ฉันกลายเป็นคนใหม่ น้ำหนักที่เคยมากถึง 85 กิโลกรัม ลดลงมาเหลือ 50 กิโลกรัม รูปร่างของฉันมีส่วนเว้าส่วนโค้ง กล้ามเนื้อหน้าท้องเฟิร์มกระชับ ผิวพรรณเปล่งปลั่งจากการดูแลตัวเองอย่างดี และที่สำคัญ ฉันประสบความสำเร็จในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินระดับท็อปของประเทศ
และนั่นทำให้ฉันได้พบกับ “ศิลา อัศวเมธากุล”
ศิลาคือประธานกรรมการบริหารของ อัศวกรุ๊ป มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่มีข่าวลือหนาหูว่าเขามีเบื้องหลังพัวพันกับโลกมืด ทุกคนในแวดวงธุรกิจต่างหวาดกลัวดวงตาที่เย็นชาและนิสัยที่เด็ดขาด ไร้ความปรานีของเขา ไม่มีใครกล้าสบตาเขาตรงๆ… ยกเว้นฉัน
ฉันเป็นคนเดียวที่กล้าโต้แย้งแผนการลงทุนของเขาด้วยเหตุผลที่เฉียบขาด ความกล้าหาญและความตรงไปตรงมาของฉันทำให้ศิลาประทับใจ จากความสัมพันธ์แบบเจ้านายและลูกจ้าง มันพัฒนาไปสู่ความเชื่อใจ และกลายเป็น “ความรัก” ที่ลึกซึ้ง ศิลาผู้ชายที่ทุกคนหวาดกลัว กลับกลายเป็นผู้ชายที่อ่อนโยนและปกป้องฉันจากทุกอันตราย
จนกระทั่งวันหนึ่ง ซองการ์ดแต่งงานสีทองหรูหราก็ถูกส่งมาที่โต๊ะทำงานของฉัน… งานแต่งงานของ นิตา และ กฤต
มีข้อความแนบมาในไลน์จากนิตาว่า “หวังว่าพี่จะกล้าโผล่มานะ ไม่ใช่มุดหัวอยู่แต่ในห้องเพราะอายหุ่นตัวเอง อ้อ… งานนี้แขกวีไอพีเพียบ อย่าใส่ชุดเน่าๆ มาล่ะ เดี๋ยวจะทำฉันขายหน้า”
ฉันกำโทรศัพท์แน่นจนข้อขาว ศิลาที่นั่งอ่านเอกสารอยู่บนโซฟาในห้องทำงานของฉันสังเกตเห็นความผิดปกติ เขาเดินเข้ามาซ้อนหลัง สวมกอดฉันไว้ แล้วหยิบโทรศัพท์ไปดู
ดวงตาสีเข้มของศิลาวาวโรจน์ขึ้นด้วยความโกรธจัดเมื่อเห็นข้อความนั้น เขาก้มลงจุมพิตที่ขมับของฉันเบาๆ แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
“ที่รัก… ดูเหมือนว่าเราจะต้องไปแสดงความยินดีกับครอบครัวของคุณสักหน่อยแล้วล่ะ จัดเตรียมชุดที่สวยที่สุดซะ ฉันจะทำให้พวกมันรู้ว่า การแตะต้องผู้หญิงของศิลา อัศวเมธากุล มันมีจุดจบยังไง”
บทที่ 3: การปรากฏตัวที่หยุดทุกลมหายใจ
ค่ำคืนของงานฉลองมงคลสมรสถูกจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวที่หรูหราที่สุดในกรุงเทพฯ กฤตและนิตายืนยิ้มแฉ่งต้อนรับแขกอยู่หน้าแบ็คดร็อป นิตาสวมชุดเจ้าสาวฟูฟ่องราคาแพงหูฉี่ เธอจงใจเชิญเพื่อนเก่าสมัยเรียนมามากมาย เพื่อหวังจะให้ทุกคนได้เห็นสภาพที่ตกต่ำและอ้วนฉุของฉัน
“นี่ณิชายังไม่มาอีกเหรอ สงสัยอายจนไม่กล้าออกจากบ้านมั้ง” นิตาหัวเราะคิกคักกับเพื่อนสาว
แต่แล้ว จู่ๆ บรรยากาศในงานก็เงียบกริบลงราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา รปภ. ของโรงแรมหลายสิบนายวิ่งกรูกันเข้ามาจัดระเบียบพื้นที่ทางเดิน ตามมาด้วยกลุ่มบอดี้การ์ดชุดดำร่างยักษ์กว่าสิบคนที่เดินเข้ามาเรียงแถว
เสียงซุบซิบดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก “นั่นมัน… คุณศิลา! ศิลา อัศวเมธากุล! เขามาทำไม? ครอบครัวเจ้าสาวรู้จักกับมาเฟียเบอร์หนึ่งของประเทศได้ยังไง!”
กฤตหน้าซีดเผือด เขารีบจัดเสื้อสูทและเตรียมจะวิ่งเข้าไปประจบประแจงศิลา เพราะบริษัทของกฤตกำลังจะล้มละลายและต้องการเงินทุนจากอัศวกรุ๊ปอย่างมาก
ศิลาก้าวเข้ามาในงานด้วยชุดสูททักซิโด้สีดำสนิทที่สั่งตัดพิเศษ ออร่าความน่าเกรงขามของเขาทำให้แขกทุกคนต้องแหวกทางให้ แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนอ้าปากค้างจนแทบหยุดหายใจ ไม่ใช่เพียงแค่ศิลา… แต่เป็นหญิงสาวที่ควงแขนเขามาต่างหาก
ฉันก้าวเดินเคียงข้างศิลาด้วยความมั่นใจ ฉันสวมชุดเดรสผ้าไหมสีแดงเลือดนกที่รัดรูปโชว์สัดส่วนโค้งเว้าอย่างสมบูรณ์แบบ ผ่าข้างสูงโชว์เรียวขาขาวเนียน เครื่องเพชรบนคอของฉันส่องประกายระยิบระยับสะท้อนแสงไฟ แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มอย่างโฉบเฉี่ยวและงดงามราวกับนางพญา
“น-นั่น… ณิชาเหรอ? เป็นไปไม่ได้!” เพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่งอุทานเสียงหลง
กฤตเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า ขาของเขาแข็งทื่อเมื่อเห็นผู้หญิงที่เขาเคยด่าว่า “หมูตอน” กลายเป็นเทพธิดาที่สวยจนแทบหยุดหายใจ และที่สำคัญ… เธอกำลังควงแขนผู้ชายที่มีอำนาจล้นฟ้าที่สุดในประเทศ!
บทที่ 4: ตอกหน้ากลางงานแต่ง
นิตาหน้าถอดสี ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความอิจฉาริษยาที่พุ่งปรี๊ดจนทนไม่ไหว เธอเดินกระแทกส้นเท้าเข้ามาหาฉัน ลืมตัวจนแสดงกิริยาไพร่ๆ ออกมา
“พ-พี่ณิชา! พี่ไปเช่าชุดที่ไหนมา! แล้วไปทำอีท่าไหนถึงได้เกาะแขนคุณศิลาเข้ามาในงานฉันได้ฮะ! ปล่อยมือจากเขานะ ยัยอ้วนเอ๊ย… อ๊ะ!”
ยังไม่ทันที่นิตาจะพูดจบ บอดี้การ์ดของศิลาก็ก้าวเข้ามาขวางพร้อมกับชักปืนในเสื้อสูทออกมาให้เห็นวับๆ นิตาผงะถอยหลังด้วยความกลัวจนเกือบสะดุดชายกระโปรงตัวเองล้ม
ศิลาดึงฉันเข้าไปโอบเอวแนบชิด สายตาของเขาที่มองนิตาและกฤตนั้นเย็นเยียบราวกับกำลังมองเศษขยะ
“ระวังปากของคุณด้วย นิตา” เสียงของศิลาทุ้มต่ำและน่าสะพรึงกลัว “ผู้หญิงที่คุณกำลังเห่าใส่ คือว่าที่ภรรยาของผม และเป็นนายหญิงแห่งอัศวกรุ๊ป หากคุณกล้าพูดคำหยาบคายใส่เธออีกแม้แต่คำเดียว ผมจะสั่งปิดปากคุณซะ”
คำว่า “ว่าที่ภรรยา” ทำให้ทั้งงานตกอยู่ในความเงียบงัน กฤตเข่าอ่อน ทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น เขาเงยหน้ามองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเสียดายและเว้าวอน
“ณิชา… พี่… พี่ไม่รู้ว่าณิชาจะสวยขนาดนี้ พี่ขอโทษ… พี่ถูกนิตาหลอกยั่ว พี่ไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งณิชานะ!” กฤตละล่ำละลัก พยายามจะคลานเข้ามาจับเท้าฉัน
นิตากรีดร้องลั่น “พี่กฤต! พี่พูดบ้าอะไรออกมา! ฉันเมียพี่นะ!”
ฉันก้มมองกฤตด้วยสายตาสมเพชร ก่อนจะยิ้มมุมปากเบาๆ
“อย่ามาแตะตัวฉันค่ะ กฤต… ฉันต้องขอบคุณพวกคุณสองคนด้วยซ้ำนะ ที่ทรยศฉันในวันนั้น เพราะถ้าฉันไม่สลัดปลิงดูดเลือดและเศษขยะออกจากชีวิต ฉันก็คงไม่มีวันได้พบกับเพชรเม็ดงามอย่างศิลา” ฉันหันไปสบตากับศิลา ซึ่งเขาก็ส่งยิ้มที่อบอุ่นที่สุดกลับมาให้ฉัน
ศิลาหันกลับไปมองกฤตที่กำลังนั่งหน้าซีด “อ้อ กฤต… โครงการร่วมทุนที่คุณยื่นเสนอมา ผมขอปฏิเสธ และผมได้สั่งให้ธนาคารในเครือของผมระงับสินเชื่อทั้งหมดของบริษัทคุณแล้ว เตรียมตัวล้มละลายและขึ้นศาลข้อหาฉ้อโกงได้เลย”
กฤตอ้าปากค้าง หน้ามืดจนแทบจะเป็นลม นิตาถึงกับทรุดลงไปนั่งร้องไห้ฟูมฟายกับพื้น แขกในงานต่างซุบซิบนินทาและเริ่มทยอยเดินออกจากงานไป เพราะไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนที่กล้าขัดแย้งกับศิลา
“และอีกอย่าง…” ศิลาพูดทิ้งท้าย เสียงดังกังวานไปทั่วห้องบอลรูม “โรงแรมนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของอัศวกรุ๊ป… ผมไม่อนุญาตให้พวกคุณจัดงานที่นี่ รปภ.! โยนพวกมันออกไปพร้อมกับเศษขยะในงานให้หมด!”
สิ้นเสียงคำสั่ง รปภ. ก็กรูกันเข้ามาลากตัวกฤตและนิตาที่กำลังกรีดร้องโวยวายออกไปจากงานแต่งของพวกเขาทีละคน ท่ามกลางความอับอายที่ไม่มีวันลบเลือนไปจากชีวิต
ฉันยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่โล่งเตียนในหัวใจ รอยแค้นที่เคยฝังลึกได้ถูกชำระล้างจนหมดสิ้น
“ไปกันเถอะครับ ที่รัก” ศิลากระซิบข้างหูฉัน “ผมจองดินเนอร์ส่วนตัวไว้ให้เราสองคนแล้ว คืนนี้เรามีเรื่องต้องฉลองกันอีกยาว”
ฉันยิ้มกว้าง ควงแขนผู้ชายที่ทรงอิทธิพลที่สุดและรักฉันที่สุด เดินออกจากซากปรักหักพังของงานแต่งงานที่ฉันเป็นคนทำลายมันด้วยตัวเอง ก้าวไปสู่อนาคตที่สว่างไสวและเต็มไปด้วยความรักที่แท้จริง.