เสียงฝีเท้าที่ก้าวลงมาจากบันไดหินอ่อนของคฤหาสน์สั่นสะท้านไปพร้อมกับความอดทนของฉันที่ขาดผึง ฉันมีปากเสียงกับ “ซินดี้” เพื่อนหญิงคนสนิทของสามีที่แม่สามีจงใจพาเข้ามาเหยียบในบ้าน… ไม่สิ พวกเขาพาเธอเข้ามาหยามเกียรติฉันถึงในห้องนั่งเล่น
“เธอมันก็แค่ปลิงที่เกาะลูกชายฉันกิน!” คุณหญิงนภา แม่สามีของฉันเชิดหน้าขึ้น เอ่ยถ้อยคำดูถูกขณะจิบชาอังกฤษ “ซินดี้ต่างหากที่คู่ควรกับแดเนียล ทั้งชาติตระกูลและฐานะ”
ฉันกำหมัดแน่น มองดูซินดี้ที่ยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ ความโกรธที่สะสมมานานทำให้ฉันพุ่งเข้าไปหาซินดี้ และก่อนที่สมองจะทันได้สั่งการห้าม…
เพียะ!!
เสียงตบหน้าดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องโถง แรงตบนั้นรุนแรงมากจนตัวเรือนเพชรของแหวนแต่งงานบิดมากดทับและบาดเข้าที่ฝ่ามือด้านในของฉัน เลือดสีสดค่อยๆ ซึมออกมาจากรอยแผล แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดในใจที่ฉันต้องทนมาตลอดหลายปี
ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วทั้งห้องโถงของคฤหาสน์นานถึงสามวินาที…
ซินดี้กุมแก้มที่แดงเถือกของตัวเองแล้วเริ่มบีบน้ำตาแสร้งทำเป็นร้องไห้โฮ จากนั้น… แม่สามีของฉันก็เหยียดยิ้มออกมา มุมปากของนางยกขึ้นอย่างพึงพอใจราวกับรอคอยจังหวะนี้มานานแสนนาน
เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องโถง “แดเนียล” สามีของฉันวิ่งเข้ามาหาพวกเรา เขามองเห็นซินดี้ร้องไห้ และมองเห็นเลือดที่ฝ่ามือของฉัน แต่แทนที่เขาจะถามภรรยาของตัวเอง เขากลับพุ่งเข้าไปประคองซินดี้และหันมาตวาดใส่ฉันลั่น
“ออกไปจากที่นี่ซะ!” แดเนียลตะโกน ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความรังเกียจในแบบที่เขามักจะใช้กับคนที่เขาคิดว่าต่ำต้อยกว่า “อย่ามาขึ้นเสียงและทำตัวต่ำทรามใส่แม่และเพื่อนของผม ในบ้านของแม่ผมนะ!”
ฉันยืนนิ่ง ปล่อยให้เลือดหยดลงบนพื้นหินอ่อนราคาแพง
บ้านของแม่เขาอย่างนั้นหรือ?
พวกเขาคิดมาตลอดว่าคฤหาสน์หลังนี้เป็นมรดกตกทอดจากพ่อของแดเนียลที่เพิ่งจ่ายปันผลออกมา พวกเขาคิดว่าเงินเดือนก้อนโตที่แดเนียลได้รับมาถลุงเล่นทุกเดือนคือ ‘เงินปันผลจากกองทุนครอบครัว’ ตามที่ทนายความกำมะลอบอก
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่เคยรู้เลยก็คือ เงินค่าใช้จ่ายรายเดือนกว่า 10,000 ดอลลาร์ (ราว 350,000 บาท) นั้น ฉันเป็นคนแอบส่งให้มาตลอด… และคฤหาสน์หลังนี้ ก็เป็นชื่อของฉัน!
ฉันชื่อ “แอนนา” ทายาทเพียงคนเดียวของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ ฉันปกปิดฐานะตัวเองเพราะอยากได้ความรักที่บริสุทธิ์ ฉันยอมทนให้แม่สามีโขกสับและยอมให้สามีทำตัวเย่อหยิ่งใส่ เพียงเพราะหวังว่าความดีจะชนะใจพวกเขา แต่ฉันคิดผิดมหันต์
ฉันหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเลือดที่ฝ่ามือช้าๆ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉัน มันเป็นรอยยิ้มที่แดเนียลไม่เคยเห็นมาก่อน
“เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ แดเนียล? บ้านของแม่คุณงั้นเหรอ?” ฉันถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยอำนาจ
“ก็ใช่น่ะสิ!” แม่สามีแทรกขึ้นมา “แกมันก็แค่อาศัยใบบุญลูกชายฉัน แกไม่มีสิทธิ์มาทำตัวกร่างที่นี่ เก็บเสื้อผ้าเน่าๆ ของแกแล้วไสหัวออกไปซะ!”
ฉันไม่ตอบโต้ด้วยคำหยาบคาย แต่ฉันล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากระโปรง และกดโทรออกหา ‘คุณวิฑูรย์’ ผู้จัดการทรัพย์สินส่วนตัวของฉัน เปิดสปีกเกอร์โฟนให้เสียงดังก้องไปทั่วห้อง
“สวัสดีครับคุณผู้หญิง มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ?” เสียงทุ้มทางการของวิฑูรย์ตอบกลับมา
“คุณวิฑูรย์คะ ช่วยระงับการโอนเงินรายเดือน 10,000 ดอลลาร์เข้าบัญชีของแดเนียลและคุณหญิงนภาตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป บล็อกบัตรเครดิตเสริมทุกใบ และช่วยส่งสำเนาโฉนดที่ดินของคฤหาสน์หลังนี้เข้าอีเมลของแดเนียลทีค่ะ”
“รับทราบครับคุณผู้หญิง ดำเนินการเดี๋ยวนี้ครับ”
แดเนียลขมวดคิ้ว “แอนนา… นี่คุณเล่นตลกอะไร? คุณโทรหาใคร?”
“ฉันไม่ได้เล่นตลก” ฉันเดินเข้าไปใกล้เขา จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มฉายแววสับสน “คุณคิดจริงๆ เหรอแดเนียล ว่ากองทุนล้มละลายของพ่อคุณจะเสกเงิน 10,000 ดอลลาร์มาให้คุณผลาญทุกเดือน? คุณคิดจริงๆ เหรอว่าแม่ของคุณมีปัญญาซื้อคฤหาสน์ราคา 5 ล้านดอลลาร์หลังนี้?”
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนอีเมลในโทรศัพท์ของแดเนียลดังขึ้น เขารีบเปิดดูทันที ใบหน้าที่เคยก้าวร้าวและเย่อหยิ่งของเขาซีดเผือดลงราวกับกระดาษ มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริก
“น-นี่มันอะไรกัน…” แดเนียลครางเสียงสั่น “โฉนดที่ดิน… ชื่อของแอนนา? ผู้โอนเงินรายเดือน… บริษัทของครอบครัวแอนนา?”
คุณหญิงนภาหน้าถอดสี รีบวิ่งมาดูหน้าจอโทรศัพท์ของลูกชาย ก่อนจะเบิกตากว้างและเข่าอ่อนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ส่วนซินดี้ที่เพิ่งถูกฉันตบไป ยืนอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก
ฉันถอดแหวนแต่งงานที่เปื้อนเลือดวงนั้นออก แล้วโยนมันทิ้งลงบนพื้นตรงหน้าแดเนียล เสียงแหวนเพชรกระทบพื้นหินอ่อนดังกังวานตอกย้ำความสัมพันธ์ที่แตกสลาย
“คุณบอกให้ฉันออกไปจาก ‘บ้านของแม่คุณ’ ใช่ไหม?” ฉันกอดอก เชิดหน้าขึ้นด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีทั้งหมดที่ฉันทวงคืนมา “แต่เสียใจด้วยนะแดเนียล เพราะกฎหมายระบุชัดเจนว่าที่นี่คือบ้านของฉัน และตอนนี้… พวกคุณทั้งสามคน มีเวลา 10 นาทีในการไสหัวออกไปจากบ้านของฉัน ก่อนที่รปภ. ส่วนตัวของฉันจะมาลากพวกคุณออกไปโยนทิ้งที่หน้าถนน!”
“แอนนา! ที่รัก! ผมไม่รู้… ผมขอโทษ! เราคุยกันก่อนได้ไหม!” แดเนียลพยายามจะพุ่งเข้ามาจับมือฉัน แต่ฉันก้าวถอยหลังด้วยความรังเกียจ
“หมดเวลาคุยแล้ว แดเนียล” ฉันหันหลังให้พวกเขา “อ้อ… แล้วอย่าลืมเก็บแหวนวงนั้นไปด้วยล่ะ เอาไปขายซะนะ เพราะต่อจากนี้ไป คุณจะไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียวจากฉันอีกแล้ว!”
ฉันเดินขึ้นบันไดไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้เสียงร้องไห้ฟูมฟาย เสียงโวยวายโทษกันเองของแดเนียลและแม่ของเขาดังก้องอยู่เบื้องหลัง มันเป็นซิมโฟนีแห่งความพินาศที่ไพเราะที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมา และมันคือจุดจบที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนที่กล้าทรยศความรักของฉัน.