ความลับใต้เงาอัลตราซาวด์: เมื่ออดีตสามีแอบทำหมันแล้วตราหน้าว่าฉันคบชู้ก่อนจะพาเมียน้อยมาขับ

ไล่ฉันกลางคลินิก แต่ผลตรวจของแพทย์กลับแฉความจริงที่ฉีกหน้าพวกสารเลวจนแหลกสลายទាំងเป็น

ความเย็นยะเยือกของเจลที่ทาลงบนหน้าท้องไม่ได้ทำให้ร่างกายของฉันสั่นเทาได้เท่ากับความเจ็บปวดที่เกาะกินอยู่ในหัวใจ ฉันชื่อ “รินรดา” และตอนนี้ฉันกำลังนอนอยู่บนเตียงตรวจในคลินิกฝากครรภ์VIPแห่งหนึ่ง พร้อมกับครรภ์แก่ที่เริ่มก่อตัวได้สองเดือนเศษ ทว่าข้างเตียงของฉันกลับไม่ได้มีสามีที่คอยกุมมือด้วยความดีใจ แต่กลับมีมนุษย์ใจร้ายสองคนที่ยืนมองฉันด้วยสายตาเหยียดหยาม

“ภาคิน” อดีตสามีที่แต่งงานกันมาสี่ปี ยืนกอดอกมองฉันราวกับฉันเป็นสิ่งปฏิกูล ข้างกายของเขามี “ดลยา” เลขานุการสาวคนใหม่ที่เขาเพิ่งเปิดตัวว่าเป็นชู้รักและกำลังจะชุบตัวขึ้นมาเป็นเมียแต่งคนต่อไป

ย้อนกลับไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ทันทีที่ฉันยื่นผลตรวจครรภ์ให้ภาคินดูด้วยความดีใจ แทนที่เขาจะเข้ามากอดฉัน เขากลับตบหน้าฉันอย่างแรงจนล้มคว่ำ พร้อมกับปาเอกสารใบรับรองแพทย์ฉบับหนึ่งใส่หน้าฉัน มันคือเอกสารที่ระบุว่า “ภาคินได้แอบไปผ่าตัดทำหมันชาย (Vasectomy) อย่างลับๆ ตั้งแต่เมื่อสองเดือนก่อน” โดยที่เขาไม่เคยบอกฉันเลย

“แอบไปเล่นชู้กับใครมาฮะนังริน! ฉันทำหมันไปแล้ว แกจะท้องได้ยังไง!” คำตวาดของเขาในวันนั้นยังดังก้อง ภาคินไม่ได้ฟังคำอธิบายใดๆ เขาใช้ข้ออ้างนี้ในการอายัดบัญชีธนาคารร่วมของเราที่ฉันเป็นคนหาเงินฝากไว้เกือบทั้งหมด เขาฮุบเงินก้อนนั้นไปปรนเปรอดลยา และในวันนี้ เขายังกล้าพาเมียน้อยคนนี้บุกเข้ามาในห้องตรวจอัลตราซาวด์ครั้งแรกของฉัน เพื่อหวังจะใช้ผลตรวจของหมอเป็นหลักฐานมัดตัวและบีบบังคับให้ฉันเซ็นใบหย่าเพื่อยึดคฤหาสน์หลังงาม

“เป็นยังไงล่ะรินรดา หลักฐานมันคาตาขนาดนี้ยังจะหน้าด้านอยู่อีกเหรอ” ดลยายิ้มเยาะพลางลูบแขนภาคินอย่างออกหน้าออกตา “คุณภาคินเขาทำหมันไปสองเดือนแล้ว เด็กในท้องของแกมันก็แค่ลูกชู้ แนะนำว่ารีบเซ็นใบหย่าแล้วไสหัวออกไปจากบ้านคุณภาคินซะเถอะ”

ภาคินเค่นหัวเราะอย่างสะใจ เขาหันไปพูดกับคุณหมอเจ้าของไข้ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “คุณหมอครับ ช่วยเช็คให้ละเอียดทีนะฮะ ดูซิว่าไอ้เด็กหน้าขนที่เป็นลูกชู้ในท้องของนังนี่มันโตไปถึงไหนแล้ว ผมจะได้เอาผลตรวจนี้ไปประจานให้คนทั้งโลกได้รับรู้ว่าแม่ของมันแพศยาขนาดไหน!”

ดลยาหัวเราะคิกคักพลางบดเบียดร่างกายเข้าหาภาคินอย่างผู้ชนะ ฉันทำได้เพียงนอนนิ่งๆ น้ำตาไหลรินอาบแก้ม สองมือโอบกอดท้องของตัวเองไว้แน่น ฉันรู้ดีว่าฉันไม่เคยทรยศเขา ฉันไม่เคยมีใครอื่น แต่ฉันก็ไม่สามารถหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ใดๆ มาอธิบายได้ว่าทำไมฉันถึงตั้งครรภ์ได้ในเมื่อสามีทำหมันไปแล้ว ในเวลานั้น… ฉันยังไม่รู้เลยว่า ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวและชวนช็อกที่สุดกำลังจะถูกเปิดเผยผ่านหน้าจออัลตราซาวด์นี้

หน้าจอที่เปลี่ยนความสะใจให้กลายเป็นความพินาศ

คุณหมอวัยกลางคนที่มีประสบการณ์สูงไม่ได้พูดย้อติตอบภาคิน ท่านเลื่อนหัวตรวจอัลตราซาวด์ไปบนหน้าท้องของฉันอย่างช้าๆ สายตาจ้องมองที่หน้าจอมอนิเตอร์อย่างละเอียด ทว่าเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา มือของคุณหมอที่กำลังเลื่อนอุปกรณ์อยู่ก็ชะงักกึก คิ้วของท่านขมวดเข้าหากันจนเป็นปม ใบหน้าของคุณหมอเริ่มถอดสีและซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

“คุณหมอคะ? มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า? หรือว่าภาพลูกชู้อันน่าเกลียดมันชัดเกินไป?” ดลยาแกล้งถามด้วยน้ำเสียงจิกกัด

คุณหมอไม่ได้ตอบดลยา แต่ท่านหันไปมองหน้าภาคินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาและสับสน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณภาคินครับ… คุณบอกว่าคุณแอบไปผ่าตัดทำหมันมาเมื่อสองเดือนก่อนใช่ไหมครับ?”

“ใช่ครับหมอ! ผมแอบไปทำที่คลินิกต่างจังหวัดมาเพื่อจะดัดหลังนังนี่แหละ ผลตรวจนั่นไม่มีทางพลาดชัวร์!” ภาคินตอบอย่างมั่นใจ

คุณหมอถอนหายใจยาวพลางกดปุ่มซูมภาพบนหน้าจอให้ขยายใหญ่ขึ้น “ถ้าอย่างนั้น คุณภาคินคงต้องเตรียมใจรับความจริงข้อนี้ไว้ให้ดีนะครับ… เด็กในครรภ์ของคุณรินรดามีอายุครรภ์ได้ประมาณ 9 สัปดาห์แล้ว และจากภาพที่ปรากฏ รวมถึงผลการคำนวณขนาดของถุงตั้งครรภ์… เด็กคนนี้ไม่ได้ปฏิสนธิเมื่อสองเดือนก่อนครับ”

“หมายความว่าไงหมอ?!” ภาคินขมวดคิ้ว

“หมายความว่า เด็กคนนี้ปฏิสนธิตั้งแต่ ‘สิบสัปดาห์ที่แล้ว’ ครับ ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่คุณจะเดินทางไปผ่าตัดทำหมันถึงเกือบหนึ่งเดือนเต็มๆ! และที่สำคัญที่สุด…” คุณหมอชี้ไปที่จุดเล็กๆ สองจุดบนหน้าจอ “นี่คือครรภ์แฝดครับ และเด็กแฝดทั้งสองคนนี้เป็นสายเลือดที่แท้จริงของคุณ 100% เพราะช่วงเวลานั้นคุณยังไม่ได้ทำหมัน!”

ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางห้องตรวจ ภาคินนิ่งค้างไปในทันที ร่างกายของเขาสั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองหน้าจออัลตราซาวด์ราวกับเห็นผี “ม-ไม่จริง… ลูกของผมงั้นเหรอ? รินท้องก่อนที่ผมจะทำหมันงั้นเหรอ?!”

“ใช่ครับ และอาการที่คุณคิดว่าตัวเองไม่มีน้ำยาหรือทำหมันสำเร็จแล้ว มันคือความเข้าใจผิดของคุณเองที่ไม่ได้มาตรวจเช็คจำนวนอสุจิตามนัดของแพทย์” คุณหมอพูดเสียงเรียบก่อนจะหันไปทางดลยาที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดจนเข่าอ่อน “แต่เรื่องที่น่าช็อกกว่านั้น… มันอยู่ตรงนี้ครับ”

คุณหมอเลื่อนหน้าจอไปยังอีกโฟลเดอร์หนึ่งซึ่งเป็นประวัติการตรวจโครโมโซมและเนื้อเยื่อที่ฉันเคยมาเจาะตรวจล่วงหน้าเนื่องจากครรภ์แฝดมีความเสี่ยงสูง

“คุณภาคินครับ คุณจำได้ไหมว่าตระกูลของคุณมีโรคทางพันธุกรรมที่เด่นชัดมาก คือภาวะนิ้วเกินที่มือซ้าย (Polydactyly) ซึ่งเป็นยีนเด่นที่จะส่งทอดสู่ลูกทุกคน และผลการสแกนความละเอียดสูงของเด็กแฝดคู่นี้… เด็กทั้งสองคนมีลักษณะนิ้วเกินที่มือซ้ายเหมือนคุณทุกประการครับ” คุณหมอยื่นผลพิมพ์ภาพสแกนสี่มิติให้ภาคินดู

กรรมตามทันในวินาทีที่สายเกินไป

ภาคินรับกระดาษแผ่นนั้นมามือสั่นระริก ภาพลูกแฝดในครรภ์ที่มีลักษณะเหมือนเขาไม่มีผิดเพี้ยนมันคือกำปั้นแห่งความจริงที่ชกเข้าหน้าเขาอย่างจัง ความจริงที่ว่ารินรดาไม่เคยคบชู้ ความจริงที่ว่าเธอซื่อสัตย์ต่อเขามาตลอด และความจริงที่ว่าเขากำลังจะได้เป็นพ่อคน… แต่เขาเลือกที่จะทำลายมันด้วยมือของตัวเอง

“ริน… รินครับ… พี่ขอโทษ…” ภาคินทรุดเข่าลงข้างเตียงตรวจของฉัน น้ำตาของลูกผู้ชายไหลพราก เขาพยายามจะยื่นมือมาจับมือของฉัน “พี่มันโง่เอง พี่มันหูเบา พี่โดนนังดลยามันเป่าหูทุกวันว่ารินมีคนอื่น พี่เลยประชดด้วยการแอบไปทำหมัน… พี่ขอโทษนะริน กลับบ้านของเราเถอะนะ พี่จะยกเงินทั้งหมดคืนให้ริน!”

ฉันมองภาคินที่กำลังคุกเข่าร้องไห้คร่ำครวญด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความรักทั้งหมดที่ฉันเคยมีให้เขาได้ตายไปตั้งแต่วินาทีที่เขาตบหน้าฉันและตราหน้าลูกในท้องว่าเป็นลูกชู้แล้ว

“บ้านของเรางั้นเหรอคะภาคิน?” ฉันพยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ โดยมีคุณหมอคอยช่วยประคอง “ไม่มีบ้านของเราอีกต่อไปแล้วค่ะ เพราะเงินในบัญชีร่วมที่คุณแอบถอนออกไปห้าสิบล้านน่ะ มันเป็นแค่เงินเศษส่วนน้อยของฉันเท่านั้น”

ภาคินชะงัก “หมายความว่ายังไง?”

ทันใดนั้น ประตูห้องตรวจก็ถูกผลักออกอีกครั้ง “คุณวิทูร” ทนายความประจำตระกูลของฉันเดินเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคนในชุดสูทสีดำ ทนายวิทูรยื่นซองเอกสารหนาปึกใบหนึ่งส่งให้ภาคิน

“คุณภาคินครับ นี่คือหมายศาลและคำสั่งอายัดทรัพย์สินด่วน” ทนายวิทูรกล่าวเสียงเฉียบขาด “คุณรินรดาคือทายาทโดยชอบธรรมของตระกูล ‘อัครเดชโภคิน’ มหาเศรษฐีที่ดินรายใหญ่ที่สุดในภาคกลาง คฤหาสน์ที่คุณอาศัยอยู่ รวมถึงบริษัทนำเข้าของคุณ แท้จริงแล้วใช้ชื่อของคุณรินรดาเป็นผู้ค้ำประกันและเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินตัวจริง และจากการที่คุณผันเงินในบัญชีร่วมไปให้ชู้รัก… ทางเราได้ยื่นฟ้องข้อหายักยอกทรัพย์, ล่วงละเมิดสิทธิ์, และฟ้องหย่าโดยเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินหนึ่งร้อยล้านบาทครับ”

ดลยาที่ยืนอยู่ข้างๆ เมื่อได้ยินว่าภาคินกำลังจะกลายเป็นบุคคลล้มละลายและมีหนี้สินล้นพ้นตัว เธอรีบปล่อยมือจากภาคิน ทิ้งกระเป๋าแบรนด์เนมที่ภาคินเคยซื้อให้ แล้ววิ่งหนีออกจากห้องตรวจไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองอดีตเจ้านายอีกเลย

“ไม่นะริน! อย่าทำแบบนี้กับพี่เลย! พี่เป็นพ่อของลูกนะ!” ภาคินกอดขาฉันไว้ ร้องไห้สะอื้นจนตัวโยนอย่างหมดสภาพมหาเศรษฐีหนุ่มกำมะลอ

ฉันดึงขาออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างไม่ใยดี จ้องมองเขาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่เย็นชา

“ในวันที่ฉันบอกว่าฉันท้อง คุณเลือกที่จะเชื่อความระแวงและทำร้ายฉัน วันนี้ความจริงกระจ่างแล้ว… แต่คุณไม่มีสิทธิ์ได้เป็นพ่อของเด็กสองคนนี้อีกต่อไป เด็กแฝดในท้องของฉันจะมีใช้นามสกุล ‘อัครเดชโภคิน’ และพวกเขาจะเติบโตมาโดยคิดว่าพ่อของพวกเขาได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว… ลาก่อนค่ะ ภาคิน”

ฉันเดินก้าวออกจากห้องตรวจอัลตราซาวด์ด้วยท่าทางที่สง่างามและเด็ดเดี่ยว โดยมีทีมบอดี้การ์ดและทนายความคอยเดินตามคุ้มกัน ทิ้งให้ภาคินคุกเข่าร้องไห้อยู่บนพื้นคลินิกราวกับสิ่งมีชีวิตที่ไร้ค่าที่สุด ความโลภ ความหูเบา และความใจร้ายของเขาได้ริบทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวิตของเขาหมดสิ้นแล้ว และต่อจากนี้ไป… ชีวิตใหม่ของฉันและลูกแฝดทั้งสองคนจะเริ่มต้นขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และมีความสุขที่สุด บนกองมรดกที่แท้จริงของฉัน โดยไม่มีเงาร้ายของคนทรยศอีกต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *