“สัญญาก่อนสมรสฉบับซ่อนเร้น” จนต้องหมดตัวและถูกอัปเปหิอย่างน่าสมเพช!
I. ภาพบาดตาในวันวิวาห์
เสียงระฆังโบสถ์ดังแว่วมาแต่ไกล บรรยากาศภายนอกเต็มไปด้วยแขกเหรื่อระดับมหาเศรษฐีและนักธุรกิจชั้นนำที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในงานแต่งงานแห่งปี ฉันสวมชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ที่ประดับด้วยลูกไม้ฝรั่งเศสราคาแพงระยับ กำลังเดินไปตามโถงทางเดินเพื่อตามหา ‘กฤต’ ว่าที่สามีของฉัน เรากำลังจะเข้าพิธีสาบานตนในอีกไม่ถึงสิบห้านาที
เมื่อฉันเดินมาถึงหน้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของเจ้าบ่าว ฉันตั้งใจจะเปิดประตูเข้าไปเพื่อเซอร์ไพรส์เขา แต่ทันทีที่ฉันผลักประตูบานหนานั้นออกไป ภาพตรงหน้ากลับกลายเป็นเซอร์ไพรส์ที่ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุน
กฤตกำลังยืนกอดรัดและจูบอย่างดูดดื่มกับ ‘นิตา’ เลขาสาวสวยของเขา ชุดสูททักซิโด้ของเขาหลุดลุ่ย มือของเขากำลังลูบไล้เรือนร่างของเธออย่างไม่เกรงกลัวสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เลยแม้แต่น้อย
ฉันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มือที่จับลูกบิดประตูเย็นเฉียบ แต่แทนที่ฉันจะร้องไห้ฟูมฟายหรือกรีดร้องอย่างที่ผู้หญิงคนอื่นอาจจะทำ ฉันกลับจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
II. คำเยาะเย้ยของชายผู้มักใหญ่ใฝ่สูง
เมื่อกฤตละริมฝีปากออกจากนิตาและหันมาเห็นฉัน เขากลับไม่มีท่าทีตกใจหรือรู้สึกผิดแม้แต่น้อย เขากระตุกยิ้มมุมปาก จัดคอเสื้อสูทให้เข้าที่ ขณะที่นิตายืนกอดอกและมองฉันด้วยสายตาเหยียดหยาม
“ตกใจงั้นเหรอ อลิสา?” กฤตพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง เขาเดินเข้ามาใกล้ฉัน มองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า “ภรรยาที่ไร้ประโยชน์เอ๋ย… เธอคิดจริงๆ หรือว่าผู้ชายอย่างฉันจะรักผู้หญิงจืดชืดอย่างเธอ?”
นิตาหัวเราะคิกคักอยู่ด้านหลัง ราวกับว่านี่คือเรื่องตลกที่พวกเขาร่วมกันแต่งขึ้น
ฉันยังคงเงียบ ปล่อยให้เขาพรั่งพรูความเลวทรามออกมาให้หมด
“ที่ฉันยอมแต่งงานกับเธอ ก็เพราะตำแหน่งผู้อำนวยการและหุ้นในบริษัทของพ่อเธอเท่านั้นแหละ” กฤตกระซิบข้างหูฉันด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “จำเอาไว้นะ เมื่อไหร่ที่ฉันโอนหุ้นของพ่อเธอมาเป็นชื่อฉันได้สำเร็จ ฉันจะฟ้องหย่าและเฉดหัวเธอทิ้งทันที เธอจะไม่ได้อะไรเลยแม้แต่สตางค์แดงเดียว!”
III. ข้อสัญญาที่พลิกชะตาชีวิต
“พูดจบหรือยัง?” ฉันถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนกฤตชะงักไปเล็กน้อย
ฉันไม่เสียเวลาเสียน้ำตาให้กับผู้ชายพรรค์นี้ ฉันหยิบสมาร์ทโฟนออกจากกระเป๋าถือใบเล็ก ปลดล็อคหน้าจอด้วยความใจเย็น และเปิดไฟล์เอกสาร PDF ที่ถูกประทับตราสีแดงจากทีมทนายความระดับท็อปของประเทศ
ฉันหันหน้าจอโทรศัพท์ไปตรงหน้าเขา บนนั้นคือ “สัญญาก่อนสมรส” ที่เขาเซ็นไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยไม่อ่านรายละเอียดให้ถี่ถ้วนเพราะมัวแต่หลงระเริงกับความโลภ
“คุณคงลืมไปว่า ในหน้า 42 วรรคที่ 3 มีการระบุ ‘เงื่อนไขการเพิกถอนสิทธิ์กรณีไร้ความซื่อสัตย์’ เอาไว้อย่างชัดเจน” ฉันเลื่อนหน้าจอให้เขาดูทีละบรรทัด “หากพบว่าฝ่ายชายมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบุคคลที่สาม ไม่ว่าจะก่อนหรือระหว่างการสมรส สิทธิในทรัพย์สิน หุ้น และตำแหน่งบริหารทั้งหมดจะถูกริบคืนทันที…”
ใบหน้าของกฤตที่เคยหยิ่งผยองเริ่มถอดสี เขาพยายามจะคว้าโทรศัพท์ของฉัน แต่ฉันดึงกลับมา
“…และที่สำคัญ” ฉันพูดต่อด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ “ผู้กระทำผิดจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดงานแต่งงานทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งงานนี้พ่อฉันทุ่มเงินไปกว่า 50 ล้านบาท ขอให้โชคดีกับการหาเงินมาใช้หนี้นะ”
IV. รุ่งสางแห่งความพินาศ
งานแต่งงานถูกยกเลิกกลางคัน แขกทุกคนได้รับแจ้งว่ามีเหตุขัดข้องทางกฎหมาย ฉันเดินออกจากโบสถ์ด้วยหัวใจที่เบาสบาย ทิ้งให้กฤตยืนตัวสั่นเทาอยู่กับนิตาที่เริ่มโวยวายเมื่อรู้ว่าผู้ชายที่เธอเกาะติดกำลังจะกลายเป็นคนล้มละลาย
เมื่อรุ่งสางมาเยือน มันคือจุดจบอย่างเป็นทางการของอาณาจักรจอมปลอมที่กฤตพยายามสร้างขึ้น ทีมทนายความของพ่อฉันทำงานอย่างรวดเร็วและไร้ความปรานี
ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หนังสือปลดออกจากตำแหน่ง “ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร” ถูกส่งตรงถึงอีเมลของเขา สิทธิประโยชน์ทั้งหมด รถประจำตำแหน่ง คอนโดหรู คลับการ์ด ถูกอายัดและริบคืนในทันที และบิลเรียกเก็บค่าจัดงานแต่งงานจำนวน 50 ล้านบาทก็ถูกส่งไปที่บ้านของเขา พร้อมคำขู่ฟ้องร้องหากไม่ชำระภายใน 7 วัน
V. บทสรุปของคนทรยศ
เช้าวันจันทร์ ณ สำนักงานใหญ่ของบริษัท พนักงานทุกคนต่างยืนซุบซิบกันเต็มโถงล็อบบี้
กฤตพยายามจะบุกเข้ามาในบริษัทเพื่อขอเข้าพบพ่อของฉัน เขาโวยวายและอ้างสิทธิ์ที่ไม่มีอยู่จริง แต่กฎหมายก็คือกฎหมาย
ฉันยืนถือแก้วกาแฟพรีเมียมอยู่บนระเบียงชั้นลอยชั้นสอง มองลงมายังเบื้องล่างด้วยความเงียบสงบ
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทรูปร่างกำยำสี่คน เข้าควบคุมตัวกฤตอย่างเด็ดขาด พวกเขายัดกล่องกระดาษที่บรรจุของใช้ส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ ใส่มือเขา ก่อนจะลากชายที่เคยเย่อหยิ่งที่สุดในบริษัท เดินผ่านสายตาของพนักงานนับร้อยที่กำลังมองเขาด้วยความสมเพช
กฤตเงยหน้าขึ้นมามองฉันที่ชั้นลอย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความอัปยศอดสู เขาอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา รปภ. ผลักเขาออกไปพ้นประตูบานเลื่อนแก้วของบริษัท และโยนเขาทิ้งไว้บนทางเท้าอย่างไม่ไยดี
นิตาไม่ได้อยู่เคียงข้างเขาอีกต่อไป เธอหนีไปตั้งแต่รู้ว่าเขาหมดตัว
ฉันจิบกาแฟรสชาติกลมกล่อม หันหลังเดินกลับเข้าห้องทำงานเพื่อเตรียมตัวสืบทอดบริษัทของพ่ออย่างเต็มภาคภูมิ
บางคนอาจมองว่าความเงียบคือความอ่อนแอ แต่สำหรับฉัน… ความเงียบคือการเตรียมพร้อมที่จะเชือดเฉือนศัตรูให้ตายทั้งเป็น โดยไม่ต้องเปลืองแรงแม้แต่น้อย.