—แต่เขาต้องชดใช้อย่างสาสมเมื่อรู้ว่าผู้ป่วย VIP ที่เขาต้องคุกเข่าอ้อนวอนคือฉัน!
นี่คือเรื่องราวความรัก การทรยศ และการล้างแค้นที่สะเทือนใจที่สุด ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของความเจ็บปวดและความจริงที่ถูกเปิดเผยภายใต้หน้ากากของคนในเครื่องแบบสีขาว
ฝันร้ายในชุดคลุมคลอด
ฉันชื่อ “รินรดา” อายุสามสิบปี วินาทีนั้นฉันคิดว่าฉันกำลังจะตาย…
ความเจ็บปวดแล่นริ้วทั่วท้องน้อยอย่างรุนแรงจนฉันต้องทรุดลงไปนอนคุดคู้บนพื้นหินอ่อนที่เย็นเฉียบของบ้าน ฉันเอื้อมมืออันสั่นเทาไปสัมผัสที่ต้นขา และเมื่อยกมือขึ้นดู มันชุ่มไปด้วยของเหลวสีแดงฉาน “เลือด” กำลังไหลซึมลงมาตามชุดคลุมสำหรับคนท้องสีขาวจนเป็นวงกว้าง ฉันตั้งครรภ์ได้แปดเดือนกว่าแล้ว และนี่คือสัญญาณอันตรายขั้นวิกฤต
“หมออนาวิน” สามีของฉันที่เป็นศัลยแพทย์ชื่อดังระดับประเทศ เดินเข้ามาในห้อง เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดสะอ้าน รีดเรียบกริบ ไม่มีรอยยับแม้แต่น้อย
ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความหวังสุดท้าย น้ำตาไหลพราก “วิน… ช่วยลูกด้วย… รินตกเลือด… วิน พาไปโรงพยาบาลที…”
แต่สิ่งที่อนาวินทำ ได้ทำลายชีวิตคู่และหัวใจของฉันจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี
เขาไม่รีบร้อนเข้ามาประคองฉัน เขาไม่แม้แต่จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรเรียกส่วนกลางหรือรถพยาบาลฉุกเฉิน ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกหรือความกลัวว่าตนเองกำลังจะสูญเสียลูกและภรรยาไป
อนาวินหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับฝุ่นที่รองเท้าอย่างใจเย็น ยืนค้ำหัวมองฉันที่กำลังนอนทรมานอยู่บนพื้นราวกับเป็นเพียงเศษขยะชิ้นหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่โหดร้ายที่สุดเท่าที่ผู้หญิงท้องคนหนึ่งจะได้ยินในชีวิต:
“คุณควรจะยอมทำแท้งและผ่าตัดมดลูกทิ้งไปตั้งแต่หลายปีก่อน รินรดา… ถ้าคุณทำแบบนั้น คุณคงช่วยเซฟพวกเราทุกคน โดยเฉพาะ ‘เกล’ ไม่ให้ต้องรอนานขนาดนี้”
ความจริงอันโหดร้ายและการทอดทิ้ง
“เกล…?” ฉันเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก
“ใช่ เกลกำลังรอปลูกถ่ายไต และมดลูกที่มีปัญหาของคุณก็ทำให้ผมเสียเวลาปั๊มเงินไปช่วยเธอ” ออนาวินพูดด้วยสายตาเหยียดหยาม “เด็กในท้องนี่ก็คงไม่รอดหรอก ดูเลือดสิ… ผมต้องรีบไปเคลียร์เคสให้เกลที่โรงพยาบาล ส่วนคุณ… ก็นอนทบทวนความดื้อรั้นของตัวเองอยู่ตรงนี้แล้วกันนะ”
เขาก้าวข้ามร่างของฉันที่นอนจมกองเลือด เดินเปิดประตูออกไป ทิ้งให้ฉันอยู่กับความมืดและความเงียบ เสียงเครื่องยนต์รถหรูของเขาแล่นห่างออกไป เป็นเสียงที่ตอกย้ำว่าผู้ชายคนนี้พยายามปล่อยให้ฉันและลูกตายเพื่อที่เขาจะได้ไปอยู่กับชู้รัก
แต่หัวใจของคนเป็นแม่ไม่ยอมแพ้ ฉันใช้แรงเฮือกสุดท้ายคลานไปหยิบโทรศัพท์สำรองที่ซ่อนอยู่ใต้โซฟา กดสายตรงหา “คุณพ่อ” ของฉัน… ชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการแพทย์และการลงทุนของเอเชีย ซึ่งฉันยอมปิดบังฐานะที่แท้จริงเพื่อมาแต่งงานกับหมอไร้หางเสือคนนี้
“คุณพ่อ… ช่วยรินด้วย…” นั่นคือคำพูดสุดท้ายก่อนที่สติของฉันจะดับวูบไป
สามสัปดาห์ต่อมา: วันพิพากษา
ณ โรงพยาบาลเอกชนเครือเมดิคอลกรุ๊ปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
หมออนาวินกำลังเดินตรวจวอร์ดด้วยท่าทางสง่างาม เขากำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการ และเขาก็เพิ่งย้าย “เกล” ชู้รักของเขาเข้ามาอยู่ในห้องพักฟื้น VIP เพื่อเตรียมรับการอุปถัมภ์จากบริษัทยักษ์ใหญ่ที่กำลังจะเข้ามาเทคโอเวอร์โรงพยาบาล
“หมออนาวินครับ!” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก “ท่านประธานใหญ่ของเครือเมดิคอลและลูกสาวที่เป็นเจ้าของเงินทุนทั้งหมด เดินทางมาถึงแล้ว! พวกเขาต้องการพบคุณด่วนที่สุด คดีเรื่องตำแหน่งของคุณและเคสของคนไข้ที่ชื่อเกล ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเธอเพียงคนเดียว!”
อนาวินยิ้มกว้าง รีบจัดเสื้อกาวน์สีขาวให้เข้าที่ “ครับผอ. ผมจะทำให้อิมเพรสที่สุดครับ”
อนาวินและผู้อำนวยการเดินเข้าไปในห้องประชุมสุดหรู บนเก้าอี้ประธานตัวใหญ่ มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งหันหลังให้พวกเขา รอบข้างมีบอดี้การ์ดและทนายความนับสิบคนคอยคุ้มกัน
“สวัสดีครับท่านประธาน” อนาวินค้อมศีรษะลงอย่างนอบน้อมที่สุดเท่าที่เคยทำมาในชีวิต “ผมหมออนาวิน ยินดีที่จะดูแลและรับใช้คุณหนูอย่างเต็มที่ครับ”
เก้าอี้หนังตัวใหญ่ค่อยๆ หมุนกลับมาช้าๆ
ทันทีที่เห็นใบหน้าของผู้หญิงที่เป็นประธานสูงสุด… อนาวินถึงกับตาค้าง หน้าซีดเผือดราวกับคนตาย ขาของเขาไร้ความรู้สึกจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่
ผู้หญิงที่สวมชุดสูทสีแดงเพลิง ดูหรูหรา และเปี่ยมด้วยอำนาจล้นฟ้า… คือ “รินรดา” ภรรยาที่เขาปล่อยให้ตกเลือดตายเมื่อสามสัปดาห์ก่อน!
แม้ร่างกายจะยังไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สายตาของฉันที่จ้องมองเขานั้น เปลี่ยนไปเป็นสายตาของพญากษัตริย์ที่พร้อมจะเหยียดคนทรยศให้จมดิน
“ริน… รินรดา?! เธอ… เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?!” อนาวินอุทานเสียงหลง
บทเรียนของคนใจยักษ์
ฉันยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะเสียงดัง “กึก!” จนอนาวินสะดุ้ง
“ฉันควรจะเรียกคุณว่า ‘หมออนาวิน’ หรือ ‘ฆาตกร’ ดีล่ะ?” ฉันเอ่ยน้ำเสียงเรียบแต่ทรงพลัง “คุณคิดว่าฉันจะตายอยู่บนพื้นห้องวันนั้นใช่ไหม? เสียใจด้วยนะที่คุณพ่อของฉันส่งทีมแพทย์มือหนึ่งมาช่วยฉันและ ‘ลูกสาว’ ของฉันได้ทันเวลา ยัยหนูปลอดภัยดี และตอนนี้เธอก็กำลังนอนอยู่ในตู้อบภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลที่ฉันเป็นเจ้าของ”
“เจ้าของ…?” อนาวินทวนคำ ตัวสั่นเทา
ทนายความส่วนตัวของฉันก้าวออกมาข้างหน้าพลางกางเอกสาร “นายอนาวิน นี่คือเอกสารยกเลิกสัญญาจ้างและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมของคุณในทุกโรงพยาบาลในเครือข่าย เนื่องจากพฤติกรรมจงใจละทิ้งผู้ป่วยในภาวะวิกฤตและความประพฤติเสื่อมเสียรุนแรง”
“ไม่นะ! ริน! ผมขอโทษ!” อนาวินทรุดเข่าลงกระแทกพื้นหินอ่อนต่อหน้าผอ.และบอดี้การ์ดทุกคน เขาคลานเข้ามาพยายามจะกราบแทบเท้าฉัน “วันนั้นผมหน้ามืดบดบังตา! ผมรักคุณนะริน! อย่าทำลายอนาคตของผมเลย!”
ฉันมองเขาด้วยความสมเพช “อนาคตของคุณงั้นเหรอ? มันจบลงตั้งแต่วินาทีที่คุณก้าวข้ามร่างของฉันไปแล้ว อนาวิน”
ฉันลุกขึ้นยืน เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขาที่กำลังคุกเข่าร้องไห้อย่างหมดสภาพ
“อ้อ… แล้วเรื่องชู้รักของคุณที่ชื่อเกลล่ะก็” ฉันยิ้มบางๆ “ฉันสั่งย้ายเธอออกจากห้อง VIP ไปอยู่ห้องอนาถารวมแล้ว และเนื่องจากค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดที่ผ่านมา คุณใช้บัญชีโรงพยาบาลจ่าย ฉันจึงสั่งฟ้องร้องข้อหายักยอกทรัพย์ และสั่งระงับการเปลี่ยนถ่ายไตของเธอทุกกรณีในโรงพยาบาลแถบนี้”
“รินรดา! คุณมันใจร้าย! คุณมันนางเดวิล!” อนาวินตะโกนร้องไห้ด้วยความคลั่งเมื่อเห็นว่าทุกอย่างที่เขาสร้างมา ทั้งเงิน ตำแหน่ง และชู้รัก กำลังพังทลายลงไปต่อหน้าต่อตา
“ฉันแค่ทำตามที่คุณบอกไง… ‘คุณควรจะเซฟพวกเราทุกคน’ และวันนี้ฉันเซฟตัวเองและลูกสาวของฉันออกมาจากอสูรกายในคราบเสื้อกาวน์ขาวแบบคุณได้แล้ว”
ฉันหันหลังเดินออกจากห้องประชุม บอดี้การ์ดเข้ามาชาร์จตัวอนาวินและลากเขาออกไปส่งให้ตำรวจที่รออยู่ด้านล่างคดีพยายามฆ่าโดยงดเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ฉันเดินตรงไปยังห้องอภิบาลทารกแรกเกิด มองผ่านกระจกเข้าไปเห็นลูกสาวตัวน้อยที่กำลังหลับใหลอย่างปลอดภัย น้ำตาแห่งความสุขไหลออกมา ชีวิตคู่ที่พังทลายด้วยรอยเลือดในวันนั้น ถูกแทนที่ด้วยชีวิตใหม่ที่ทรงคุณค่า และไม่มีใครหน้าไหนจะมารังแกพวกเราได้อีกต่อไปชั่วชีวิต.