แผนทารุณใต้ควันเหล็กเร่าร้อน: เมื่อแม่สามีถือเหล็กเผาไฟจ่อหน้าท้อง 8 เดือนและใช้ใบแจ้งตายปลอมมาบีบขู่ขโมยลูก

 แต่ต้องกรีดร้องสิ้นสติเมื่อผู้พิทักษ์ตัวจริงพังประตูเข้ามาทวงแค้น

สายลมหนาวของค่ำคืนพายุโหมกระหน่ำไม่ได้ทำให้อุณหภูมิในห้องครัวลดลงเลยแม้แต่น้อย ทว่าความร้อนระอุที่กำลังแผ่ออกมากลับมาจาก “แท่งเหล็กเผาไฟ” ในมือของหญิงวัยกลางคนผู้มีใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโลภและริษยา ฉันชื่อ “มนัสวี” และตอนนี้ฉันกำลังยืนตัวสั่นเทา หลังชนฝาผนังห้องครัวที่ไร้ทางหนี สองมือโอบกอดท้องแก่ใกล้คลอด 8 เดือนของตัวเองไว้ด้วยความรักและสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่หวาดกลัวอย่างขีดสุด

ตรงหน้าของฉันคือ “คุณนายดาริน” แม่สามีใจยักษ์ที่เกลียดชังฉันมาตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าบ้านหลังนี้ เพียงเพราะฉันเป็นลูกกำพร้าที่ไม่มีสินสอดทองหมั้นมาประเคนให้ตระกูลไฮโซของเธอ ยิ่งเมื่อ “ร้อยเอกอัคคี” สามีของฉันซึ่งเป็นทหารหน่วยรบพิเศษถูกส่งตัวไปปฏิบัติภารกิจลับสุดยอดในเขตชายแดนและขาดการติดต่อไปนานกว่าสามเดือน คุณนายดารินก็ยิ่งเผยธาตุแท้ความอำมหิตออกมาอย่างไร้ความปราณี

“ตวัดลายเซ็นต์ของแกซะถ้านังมนัสวี! ไม่อย่างนั้นเหล็กแดงๆ แท่งนี้จะดาดลงบนท้องของแก ทารกข้างในจะได้สุกไปพร้อมกับแม่แพศยาอย่างแก!” คุณนายดารินแผดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพลางโยนเอกสารสองฉบับลงบนโต๊ะกินข้าวขัดมัน

ฉบับแรกคือ “ใบแจ้งการเสียชีวิตในหน้าที่” ของร้อยเอกอัคคี ที่มีตราประทับปลอมของกองทัพ ทันทีที่ฉันเห็นชื่อของสามี น้ำตาก็ไหลพรากราวกับเขื่อนแตก หัวใจแตกสลายจนแทบหมดแรงทรงตัว ส่วนฉบับที่สองคือ “หนังสือมอบอำนาจและการสละสิทธิ์ความเป็นผู้ปกครอง” ที่ระบุว่าฉันจะยกลูกในท้องให้เป็นสิทธิ์ขาดของคุณนายดารินแต่เพียงผู้เดียว พร้อมทั้งโอนย้ายเงินกองทุนและที่ดินมรดกทั้งหมดที่คุณพ่อของอัคคีเคยยกให้ฉันล่วงหน้าเข้าบัญชีส่วนตัวของเธอ

“อัคคีตายแล้ว! เขาไม่กลับมาปกป้องแกแล้วนังโง่!” คุณนายดารินขยับแท่งเหล็กแดงก่ำที่เพิ่งเผาจากเตาแก๊สเข้ามาใกล้หน้าท้องอันนูนเด่นของฉัน ควันความร้อนโชยขึ้นมาจนฉันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตาย “ถ้าแกเซ็น แกจะได้ไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้พร้อมเงินไม่กี่บาท แต่ถ้าแกปฏิเสธ… ฉันจะทำให้แกและลูกในท้องกลายเป็นเถ้าถ่านอยู่ในห้องครัวนี้แหละ!”

ความหวังที่ริบหรี่และควันไฟแห่งความโลภ

ฉันมองแท่งเหล็กที่อยู่ห่างจากหน้าท้องเพียงไม่กี่นิ้วด้วยความทรมาน สองขาอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปคุกเข่า ฉันรู้ดีว่าใบแจ้งตายนั้นอาจจะเป็นของปลอมเพราะคุณนายดารินต้องการฮุบสมบัติและแย่งลูกของฉันไปเปิดทางให้ลูกชายคนรองของเธอได้สืบทอดตระกูล แต่ความจริงที่ว่าฉันอยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่ที่คนรับใช้ถูกไล่ออกไปหมดในคืนนี้ ทำให้ฉันไร้ทางสู้โดยสิ้นเชิง

“ฉัน… ฉันยอมแล้วค่ะ…” ฉันกระซิบเสียงสั่นเครือ หยดน้ำตาแห่งความอัปยศหยดลงบนโต๊ะไม้ มืออันสั่นเทาเอื้อมไปหยิบปากกาช้าๆ ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษขาวเพื่อชดเชยชีวิตของลูกในท้อง

คุณนายดารินยกยิ้มอย่างผู้ชนะ แววตาเต็มไปด้วยความสะใจที่กำลังจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอต้องการ

ทว่า… ก่อนที่น้ำหมึกจะลากเป็นเส้นสาย

โครม!!!!

การทวงแค้นของพญายมในชุดพราง

เสียงระเบิดพังทลายของประตูหน้าบ้านดังสนันหวั่นไหวราวกับแผ่นดินแยก บานประตูไม้สักหนาทึบหลุดกระเด็นเข้ามาในห้องโถง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารพรางที่เปื้อนไปด้วยโคลนและคราบเลือด ใบหน้าของเขาคมกริบ ดุดัน และดวงตาสีเหล็กคู่นั้นสะท้อนรังสีฆ่าฟันที่รุนแรงจนอากาศในห้องครัวจับตัวเป็นน้ำแข็ง

“อัคคี…!” ฉันกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจจนแทบสิ้นสติ

“ไอ้อัคคี?! แกยังไม่ตายงั้นเหรอ?!” คุณนายดารินอุทานเสียงหลง มือที่ถือแท่งเหล็กสั่นระริกจนเกือบหล่นพ้นมือ

ร้อยเอกอัคคีไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว เขาพุ่งตัวเข้ามาประดุจเสือดาวโคร่ง มือหนาราวกับคีมเหล็กคว้าเข้าที่ข้อมือของคุณนายดารินแล้วบิดอย่างแรงจนเสียงกระดูกลั่นดัง กร๊อบ! แท่งเหล็กเผาไฟร่วงหล่นลงพื้นส่งเสียงฉ่า อัคคีผลักร่างของแม่แท้ๆ ของตัวเองกระเด็นไปกระแทกกับเคาน์เตอร์ครัวอย่างไม่ใยดี ก่อนจะรีบคว้าตัวฉันเข้ามาโอบกอดไว้ในอ้อมแขนอันกว้างใหญ่และปลอดภัยที่สุด

“ริน… พี่กลับมาแล้ว พี่ขอโทษที่ทำให้รินต้องเจอเรื่องแบบนี้” อัคคีพรมจูบลงบนหน้าผากของฉัน น้ำตาของนายทหารผู้แข็งแกร่งหลั่งไหลออกมาเมื่อเห็นเมียรักตัวสั่นเทาและมีรอยช้ำที่ข้อมือ

“อัคคี! แกกล้าดียังไงมาทำร้ายแม่แท้ๆ ของแกเพราะนังผู้หญิงชั้นต่ำคนนี้ฮะ!” คุณนายดารินกรีดร้องพลางกุมข้อมือที่หักด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น

อัคคีหันกลับไปมองสตรีที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ด้วยสายตาที่เย็นชาและเกลียดชังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เขาหยิบใบแจ้งตายปลอมบนโต๊ะขึ้นมาฉีกเป็นชิ้นๆ แล้วปาใส่หน้าเธอ

“แม่คิดว่าแผนการสกปรกของแม่จะสำเร็จงั้นเหรอ?” อัคคีพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนคุณนายดารินต้องตัวสั่น “หน่วยเหนือของผมจับสัญญาณการติดต่อลึกลับระหว่างแม่กับกลุ่มผู้มีอิทธิพลชายแดนได้ตั้งนานแล้ว แม่จงใจส่งข้อมูลที่อยู่ของหน่วยรบผมให้ศัตรูเพื่อหวังจะให้ผมตายในหน้าที่ และรีบทำใบแจ้งตายปลอมนี้ขึ้นมาเพื่อยึดสมบัติของริน!”

จุดจบใต้กฎหมายและกรรมสนอง

คุณนายดารินหน้าซีดเผือดราวกับคนตายเมื่อความลับขั้นสูงสุดถูกเปิดเผย “ม-ไม่จริง! แกไม่มีหลักฐาน!”

“หลักฐานทั้งหมดอยู่ในมือของศาลทหารแล้วครับ คุณนายดาริน”

เสียงทุ้มเฉียบขาดของทหารพระธรรมนูญและเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร (สห.) กว่าสิบนายก้าวเข้ามาล้อมห้องครัวไว้ทุกทิศทาง อาวุธครบมือของเจ้าหน้าที่จ่อตรงไปที่สตรีใจบาป

“ข้อหากบฏต่อความมั่นคง, พยายามฆ่าเจ้าพนักงาน, ปลอมแปลงเอกสารราชการ, และทารุณกรรมหญิงตั้งครรภ์… โทษสูงสุดคือประหารชีวิตและยึดทรัพย์สินทั้งหมดเข้าส่วนกลางของกองทัพครับ” นายทหารพระธรรมนูญประกาศคำสั่งศาลด่วนที่สุด

บอดี้การ์ดและเจ้าหน้าที่ สห. เข้าล็อกตัวคุณนายดารินทันที เธอเริ่มกรีดร้องเสียงหลง ร้องไห้โฮคร่ำครวญและพยายามกราบกรานขอความเมตตาจากลูกชายแท้ๆ ของเธอ “อัคคี! แม่ขอโทษ! แม่ทำไปเพราะอยากให้ตระกูลของเรามั่นคง! อัคคี ช่วยแม่ด้วย!”

ร้อยเอกอัคคีหันหลังกลับ โอบอุ้มร่างของฉันขึ้นมาในอ้อมแขนโดยไม่แม้แต่จะปรายตาไปมองคนทรยศ “ในวันที่แม่ถือเหล็กไฟจ่อท้องภรรยาและลูกของผม แม่เคยนึกถึงคำว่าแม่บ้างไหม? ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป… ผมไม่มีแม่ชื่อดารินอีกต่อไป ลากตัวเธอออกไป!”

เสียงกรีดร้องของคุณนายดารินค่อยๆ ห่างออกไปพร้อมกับเสียงไซเรนของรถตำรวจทหารที่ดังสนั่นคฤหาสน์ ก่อนที่ความมืดมิดของค่ำคืนพายุจะพัดพาเอาความชั่วร้ายออกไปจากชีวิตของเราตลอดกาล

อัคคีพารินขึ้นไปพักผ่อนบนห้องนอนชั้นบนที่ปลอดภัย ลูบหน้าท้องที่นูนเด่นด้วยความรักและสัญญากับลูกในท้องช้าๆ “ปลอดภัยแล้วนะลูกรัก พ่ออยู่ตรงนี้แล้ว”

ชีวิตใหม่ของเราสองคนแม่ลูกและสามีผู้พิทักษ์กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างสง่างาม บนฐานันดรและความมั่งคั่งที่แท้จริงที่ไม่มีใครสามารถมาพรากมันไปได้อีกต่อไป ชัยชนะและความบริสุทธิ์ของความรักชนะทุกสิ่งอย่างสมบูรณ์แบบในที่สุด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *