แต่ต้องกรีดร้องสิ้นสติในเช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อลูกกุญแจไขเข้าบ้านไม่ได้อีกต่อไป
เสียงผ้าเนื้อดีที่ถูกฉีกขาดดัง แควก! มันบาดลึกเข้าไปในความเงียบของห้องครัวหรูสไตล์โมเดิร์น ชิ้นส่วนของชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ที่ฉันเพิ่งซื้อมาเพื่อเตรียมใส่ไปงานเลี้ยงฉลองครบรอบวันแต่งงานร่วงหล่นลงบนพื้นหินอ่อนราวกับเศษขยะ ฉันชื่อ “นรา” และสตรีที่กำลังยืนถือเศษผ้าในมือด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความสะใจคือ “ลอเรน” แม่สามีชาวต่างชาติผู้หยิ่งยโสที่มองฉันเป็นเพียงกาฝากในชีวิตของลูกชายเธอมาโดยตลอด
“จำใส่หัวแกไว้ซะ นังนรา! ลูกชายของฉันเป็นคนจ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์ในบ้านหลังนี้! แกไม่มีสิทธิ์เอาเงินของลูกชายฉันไปซื้อเสื้อผ้าแพงๆ มาประดับตัวเพื่อชุบตัวเป็นคุณนายหรอกนะ!” ลอเรนแผดเสียงตวาดใส่หน้าฉันพลางโยนเศษผ้าสีขาวที่เหลือใส่หน้าฉันอย่างเหยียดหยาม
ฉันไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้กรีดร้องโวยวาย แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของฉันเย็นเฉียบจนเป็นน้ำแข็งคือร่างของ “ภัทร” สามีที่ฉันร่วมทุกข์ร่วมสุขและแต่งงานกันมาสามปี เขายืนอยู่ข้างๆ แม่ของเขา เขากอดอก นิ่งเฉย และเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ภัทรไม่ได้พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว ไม่มีการปกป้องภรรยา ไม่มีการห้ามปรามมารดาของตน สายตาที่เยือกเย็นและเพิกเฉยของเขาในวินาทีนั้นมันบอกฉันอย่างชัดเจนว่า ความรักและชีวิตคู่ของเราได้จบสิ้นลงแล้ว และก้อนเนื้อในอกของฉันก็เปลี่ยนจากความเจ็บปวดกลายเป็นแผนการทวงคืนที่เลือดเย็นที่สุด
เช้าวันใหม่กับเสียงลูกกุญแจที่ไร้ความหมาย
ในเช้าวันรุ่งขึ้น เวลาประมาณเจ็ดนาฬิกา เสียงรถยนต์สปอร์ตหรูของภัทรแล่นเข้ามาจอดที่หน้าประตูรั้วคฤหาสน์ หลังจากที่เขาพาแม่ของเขาออกไปทานอาหารค่ำและค้างคืนที่โรงแรมหรูเพื่อประชดฉัน ภัทรเดินตรงมาที่ประตูหน้าบ้านด้วยท่าทางมั่นใจตามปกติ เขาลูกกุญแจสีทองเหลืองราคาแพงออกจากกระเป๋า สอดเข้าไปในแม่กุญแจดิจิตอลอัจฉริยะแล้วพยายามจะหมุน
ตื๊ด… ตื๊ด… เสียงเตือนสีแดงกระพริบ [ACCESS DENIED]
ภัทรขมวดคิ้ว เขาพยายามกดรหัสผ่านประจำตัวที่เขาเคยใช้ทุกวัน แต่หน้าจอกลับขึ้นข้อความปฏิเสธการเข้าเมือง เขาลองใส่กุญแจสำรองซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กลไกภายในถูกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ลอเรนที่เดินตามหลังมาเริ่มบ่นด้วยความหงุดหงิด “ภัทร! ทำไมยังไม่เปิดประตูอีกล่ะ แม่ร้อนจะแย่อยู่แล้วนะ นังนรามันแอบล็อคประตูจากด้านในหรือเปล่า?”
ในเวลานั้นเอง ฉันนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ภายในห้องโถงที่เย็นฉ่ำ มือหนึ่งถือแก้วกาแฟอุ่นๆ อีกมือหนึ่งถือแท็บเล็ตที่กำลังเปิดระบบกล้องวงจรปิดหน้าบ้าน ฉันมองเห็นใบหน้าที่เริ่มลนลานของภัทรและใบหน้าที่บูดบึ้งของลอเรนผ่านหน้าจออย่างชัดเจน ฉันกดเปิดระบบอินเตอร์คอมสื่อสารเสียงทางไกล แล้วกระซิบผ่านไมโครโฟนด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยแต่เยือกเย็นจนคนฟังต้องขนลุก
“ลอเรน… บ้านหลังนี้ไม่เคยเป็นของลูกชายคุณเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียวค่ะ”
หน้ากากมหาเศรษฐีจอมปลอมที่หลุดออก
“นรา! นี่แกทำบ้าอะไร! เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ! นี่มันบ้านของฉัน เงินทุกบาทที่สร้างบ้านหลังนี้มันเป็นเงินของฉัน!” ภัทรตะโกนใส่กล้องวงจรปิดด้วยความโกรธจัดและสับสน
ฉันหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะกดปุ่มเปิดประตูบานเล็กด้านข้างเพื่อให้พวกเขาเข้ามาได้แค่บริเวณเขตรั้ว แต่ไม่สามารถก้าวเข้ามาในตัวบ้านได้ ฉันเดินออกไปยืนที่ระเบียงชั้นสอง มองลงมาที่สองแม่ลูกที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความโมโห
“ภัทร… นายยังกล้าโกหกแม่ของนายอยู่อีกเหรอ?” ฉันโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินหนาปึกลงมาจากระเบียง แฟ้มนั้นตกลงตรงหน้าเท้าของลอเรนพอดี ลอเรนรีบคว้ามันขึ้นมาเปิดดูด้วยความกระหายรู้ และทันทีที่สายตาของเธออ่านข้อความในกระดาษ ใบหน้าของคุณนายลอเรนก็ซีดเผือดลงไปถึงตาตุ่ม
“น-นี่มันอะไรกัน… เอกสารสิทธิ์ที่ดิน โฉนดคฤหาสน์… ทั้งหมดเป็นชื่อของ ‘นรา อัครเดชโภคิน’ ?” ลอเรนอุทานเสียงหลง มือที่ถือกระดาษสั่นระริก เธอนหันขวับไปมองลูกชายของตัวเอง “ภัทร! นี่มันหมายความว่ายังไง! ไหนแกบอกแม่ว่าแกเป็นคนซื้อบ้านหลังนี้ให้ยัยนราอาศัยอยู่ไง!”
“นั่นคือเรื่องโกหกเรื่องแรกค่ะลอเรน” ฉันพูดเสียงกร้าว “ลูกชายแสนดีของคุณเข้ามาในชีวิตฉันตอนที่บริษัทสตาร์ทอัพของเขากำลังจะล้มละลาย คฤหาสน์หลังนี้ ทรัพย์สินทุกชิ้น รถสปอร์ตคันที่เขาขับ หรือแม้แต่เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่เขาใส่ไปอวดสังคม ทั้งหมดถูกซื้อด้วยเงินกองทุนมรดกของตระกูลฉัน! ฉันให้เกียรติเขาโดยการให้เขาเป็นคนถือบัตรเครดิตเสริมและดูแลค่าใช้จ่ายในบ้าน แต่นึกไม่ถึงเลยว่าพวกคุณจะเอาความใจดีของฉันไปตีค่าว่าเป็นความอ่อนแอ!”
ความลับขั้นสุดยอดและจุดจบของคนทรยศ
ภัทรหน้าถอดสี เขาคุกเข่าลงกับพื้นปูนหน้าบ้านทันที พยายามส่งเสียงอ้อนวอน “นรา! ผมขอโทษ! ผมแค่ไม่อยากให้แม่มองว่าผมไม่มีน้ำยา ผมเลยต้องโกหกแม่ไปแบบนั้น! อัญเชิญถอนคำสั่งล็อคบ้านเถอะนะ เราเป็นสามีภรรยากันนะนรา!”
“สามีภรรยางั้นเหรอ? แต่นั่นมันก็แค่เรื่องโกหกเรื่องแรกที่คุณทำไว้กับฉันนะภัทร” ฉันยกยิ้มมุมปากก่อนจะกดเปิดหน้าจอแท็บเล็ตอีกครั้งเพื่อส่งไฟล์ภาพและเอกสารบางอย่างเข้าโทรศัพท์มือถือของลอเรน
“ลอเรน ลองดูเรื่องโกหกเรื่องที่สองของลูกชายคุณสิคะ”
ลอเรนเปิดโทรศัพท์ดู ทันใดนั้นเธอก็กรีดร้องออกมาด้วยความช็อกและแทบจะล้มพับลงไปกองกับพื้น ภาพในหน้าจอคือเอกสารการโอนย้ายเงินอย่างลับๆ จากบัญชีบริษัทที่ภัทรดูแลอยู่ ไปยังบัญชีส่วนตัวของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ซึ่งก็คือ “มินตรา” ชู้รักที่คุณภัทรแอบเลี้ยงดูมานานกว่าสองปี ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีภาพถ่ายการจดทะเบียนสมรสซ้อนในต่างประเทศที่ภัทรแอบทำอย่างผิดกฎหมายเพื่อหวังจะสูบเงินจากฉันไปสร้างอนาคตใหม่กับผู้หญิงคนนั้น
“ภัทร! แกทำแบบนี้ได้ยังไง! แกหลอกแม่ว่าแกซื่อสัตย์ แกหลอกแม่ว่าเงินทั้งหมดมาจากน้ำพักน้ำแรงของแก!” ลอเรนทุบตีลูกชายของตัวเองด้วยความโกรธและความอัปยศอดสูที่ได้รับในวันนี้
“ตอนนี้ทีมกฎหมายและเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเดินทางมาที่นี่ค่ะภัทร” ฉันประกาศคำตัดสินขั้นเด็ดขาด “ฉันได้ยื่นฟ้องหย่าข้อหาล่วงละเมิดสิทธิ์, ยักยอกทรัพย์สินสินสมรส, และฟ้องล้มละลายบริษัทของนายเรียบร้อยแล้ว เงินทุกบาททุกสตางค์ที่นายเคยชุบตัวจากฉัน นายต้องชดใช้คืนมาให้หมด… รวมถึงชุดเดรสสีขาวที่แม่ของนายฉีกขาดเมื่อคืนนี้ด้วย!”
ทันใดนั้น ประตูรั้วด้านนอกก็ถูกผลักออก เจ้าหน้าที่ตำรวจและทนายความส่วนตัวของฉันก้าวเข้ามาพร้อมกับหมายศาลด่วนที่สุด พวกเขาเข้าควบคุมตัวภัทรทันทีท่ามกลางเสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างหมดสภาพมหาเศรษฐีหนุ่มกำมะลอ ส่วนลอเรนก็ถูกบอดี้การ์ดลากตัวออกไปนอกเขตรั้วคฤหาสน์ตัวเปล่า ไม่มีเสื้อผ้าหรูหรา ไม่มีเครื่องประดับราคาแพงเหลือติดตัวอีกต่อไป
ฉันมองภาพคนทรยศทั้งสองคนที่ถูกขับไล่ออกจากชีวิตของฉันผ่านหน้าจอกล้องวงจรปิดช้าๆ ก่อนจะกดปิดหน้าจอลงอย่างราบเรียบ ชุดเดรสสีขาวอาจจะถูกฉีกขาดไปแล้ว แต่ชีวิตใหม่ของฉันหลังจากนี้จะถูกแต่งแต้มด้วยความสุข ความมั่งคั่ง และอิสรภาพที่แท้จริง โดยไม่มีวันยอมให้คนลวงโลกหน้าไหนมาเหยียบย่ำเกียรติของฉันได้อีกต่อไป