บทที่ 1: ความตายสีขาวและคำบอกลาที่เลือดเย็น
หกสัปดาห์ก่อน อากาศหนาวติดลบจนกระดูกแทบแหลกสลาย พายุหิมะพัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งรอบกระท่อมพักตากอากาศบนภูเขาที่ห่างไกล
ฉันชื่อ “รินทร์” ยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าประตูที่เปิดอ้ากว้าง สวมเพียงชุดนอนบางๆ ในอ้อมแขนของฉันคือ “ลีโอ” ลูกชายตัวน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้เพียงสองสัปดาห์ เขากำลังร้องไห้จ้าเพราะความหนาวเหน็บที่พัดเข้ามาปะทะร่างเล็กๆ
ตรงหน้าของฉันคือ “กวิน” สามีที่ฉันรักและไว้ใจที่สุด เขากำลังสวมเสื้อโค้ทขนสัตว์ราคาแพง แววตาของเขาที่เคยมองฉันด้วยความรัก บัดนี้ว่างเปล่าและเยือกเย็นยิ่งกว่าพายุหิมะด้านนอก
“กวิน… คุณจะทำอะไร? รถของเราสตาร์ทไม่ติด พายุเข้าหนักขนาดนี้ เราต้องรอให้คนมาช่วยนะ” ฉันอ้อนวอน น้ำตาไหลอาบแก้มและจับตัวเป็นน้ำแข็งในทันที
เขากระชากแขนฉันและผลักร่างของฉันพร้อมลูกน้อยออกไปนอกประตู ขาของฉันทรุดลงไปในกองหิมะที่หนาทึบ ความเย็นยะเยือกกัดกินผิวหนังจนแสบร้อน
“รถไม่ได้เสียหรอกรินทร์ ผมแค่ตัดสายไฟทิ้งเองแหละ” กวินแสยะยิ้ม ก้มลงมองฉันราวกับมองเศษขยะ “ผมเบื่อชีวิตครอบครัวจอมปลอมนี่เต็มทีแล้ว และที่สำคัญ… ผมต้องการอิสระพร้อมกับเงินในบัญชีของคุณ”
“กวิน! อย่าทำแบบนี้! ลูกกำลังจะแข็งตายนะ!” ฉันกรีดร้อง พยายามจะคลานกลับเข้าไปในบ้าน แต่เขาใช้เท้าถีบประตูจนปิดสนิท
ก่อนที่ประตูจะปิดลงสนิท คำพูดสุดท้ายของเขาได้กรีดลึกลงไปในวิญญาณของฉัน
“คุณไม่เป็นไรหรอก รินทร์… คุณเป็นคนเอาตัวรอดเก่งเสมอ”
คลิก. เสียงล็อกประตูดังขึ้น ทิ้งให้ฉันและลูกน้อยเผชิญหน้ากับมัจจุราชสีขาวท่ามกลางความมืดมิด เขาคิดว่าเราจะตายอยู่กลางป่าหิมะ และเขาก็จะกลายเป็นพ่อหม้ายผู้โศกเศร้าที่ได้รับมรดกทั้งหมด แต่เขาประเมินสัญชาตญาณความเป็นแม่ของฉันต่ำเกินไป
ด้วยแรงฮึดสู้สุดท้าย ฉันถอดเสื้อของตัวเองห่อตัวลูกน้อยไว้ กอดเขาแนบอกเพื่อถ่ายเทไออุ่น และเดินฝ่าพายุหิมะไปตามรอยล้อรถ จนกระทั่งเจอแสงไฟจากบ้านของคนตัดไม้ ฉันรอดมาได้… และตลอดหกสัปดาห์ที่นอนรักษาตัวจากแผลหิมะกัด ไฟแค้นในใจฉันก็ลุกโชนจนหลอมละลายทุกความอ่อนแอ
บทที่ 2: งานวิวาห์จอมปลอม
กลับมาที่ปัจจุบัน…
แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลสาดส่องไปทั่วห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว กลิ่นดอกกุหลาบสีขาวนับหมื่นดอกอบอวลไปทั่ว แขกเหรื่อในชุดราตรีและสูททักซิโด้กำลังชนแก้วแชมเปญกันอย่างสนุกสนาน
นี่คืองานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ระหว่าง “กวิน” นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง (ที่เพิ่งตั้งตัวเป็นโสด) และ “อลิซ” ทายาทสาวของตระกูลมหาเศรษฐี
ฉันก้าวเข้ามาในงานอย่างเงียบเชียบ ยืนอยู่ทางด้านหลังสุดของห้องโถง สวมชุดเดรสสีดำสนิทที่ตัดกับความสว่างไสวของงานราวกับเป็นเงามืด บนหน้าอกของฉัน มีสายรัดเด็กที่อุ้ม “น้องลีโอ” ซึ่งกำลังหลับปุ๋ยอย่างปลอดภัยและอบอุ่น ลีโอแข็งแรงดี และวันนี้เขาจะได้เป็นพยานในการล่มสลายของพ่อที่แท้จริง
ฉันยืนมองกวินที่กำลังหัวเราะร่าเริงอยู่บนเวที เขาดูหล่อเหลา สมบูรณ์แบบ และไม่มีร่องรอยของความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย เขากำลังใช้เงินที่ขโมยไปจากฉัน มาเนรมิตงานแต่งงานในฝันให้กับผู้หญิงอีกคน
จู่ๆ สายตาของกวินก็กวาดมาที่ด้านหลังของห้องโถง… และหยุดชะงักที่ฉัน
รอยยิ้มกว้างที่ประดับอยู่บนใบหน้าของเขามลายหายไปในเสี้ยววินาที ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับเห็นผี ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสยดสยอง แก้วแชมเปญในมือของเขาสั่นเทาจนของเหลวสีทองหกเลอะเสื้อสูทราคาแพง
เขารีบกระซิบฝากฝังบางอย่างกับเจ้าสาว ก่อนจะรีบก้าวลงจากเวทีและเดินจ้ำอ้าวฝ่าฝูงชนตรงมาหาฉันที่มุมมืด
บทที่ 3: การเผชิญหน้า
กวินเดินเข้ามาใกล้ คว้าแขนฉันอย่างแรงและพยายามดึงฉันออกไปที่ระเบียงทางเดินเพื่อหลบสายตาคน
“รินทร์… ป-เป็นไปไม่ได้…” เสียงของเขาสั่นพร่าและแหบแห้ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดผวาเมื่อมองเห็นลูกน้อยที่หายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอบนหน้าอกของฉัน “คุณ… คุณมาทำอะไรที่นี่?” เขาถามด้วยเสียงกระซิบที่ลอดไรฟัน
ฉันสะบัดแขนออกอย่างแรง ไม่มีความกลัว ไม่มีความเจ็บปวดเหลืออยู่อีกต่อไป ฉันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ขี้ขลาดของเขา แล้วส่งยิ้มที่เย็นเยียบยิ่งกว่าพายุหิมะในคืนนั้น
ฉันขยับเข้าไปใกล้ใบหูของเขา แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบขาด
“มามอบสิ่งที่คุณลืมเอาไว้… และมาทวงคืนสิ่งที่คุณขโมยไป”
“คุณหมายความว่ายังไง! ออกไปเดี๋ยวนี้นะรินทร์ ไม่งั้นผมจะให้ รปภ. โยนคุณออกไป!” กวินขู่ฟ่อ แม้ร่างกายจะสั่นเป็นลูกนก
“โยนฉันออกไปเหรอ?” ฉันแค่นหัวเราะ “เสียใจด้วยนะกวิน… วันนี้คนที่จะถูกโยนออกไป ไม่ใช่ฉัน”
ทันใดนั้นเอง… เสียงดนตรีบรรเลงในงานก็หยุดลงอย่างกะทันหัน
บทที่ 4: เมื่อดนตรีหยุดลง และความจริงเปิดเผย
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องแกรนด์บอลรูม แขกทุกคนหันมองหน้ากันด้วยความงุนงง เจ้าสาวบนเวทีขมวดคิ้วและเรียกหาพนักงาน
แต่แทนที่เพลงจะดังขึ้นใหม่ หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดยักษ์สามจอบนเวทีที่เตรียมไว้สำหรับฉายพรีเวดดิ้ง กลับสว่างวาบขึ้น
ภาพที่ปรากฏบนจอ ไม่ใช่ภาพหวานแหววของบ่าวสาว… แต่มันคือภาพจากกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วที่ฉันแอบติดตั้งไว้ที่หน้าประตูกระท่อมบนภูเขาในคืนนั้น!
วิดีโอถูกเปิดพร้อมระบบเสียงที่ดังก้องไปทั่วงาน: (ภาพในจอ: กวินกำลังผลักรินทร์ที่อุ้มลูกน้อยออกไปกลางพายุหิมะ) “กวิน! อย่าทำแบบนี้! ลูกกำลังจะแข็งตายนะ!” เสียงกรีดร้องของฉันในวิดีโอดังบาดหัวใจแขกทุกคน “ผมเบื่อชีวิตครอบครัวจอมปลอมนี่เต็มทีแล้ว และที่สำคัญ… ผมต้องการอิสระพร้อมกับเงินในบัญชีของคุณ” เสียงของกวินดังกังวาน ชัดเจนทุกถ้อยคำ “คุณไม่เป็นไรหรอก รินทร์… คุณเป็นคนเอาตัวรอดเก่งเสมอ”
ตามด้วยภาพของกวินที่ยืนยิ้มเยาะและเตะหิมะใส่หน้าฉัน ก่อนจะปิดประตูล็อกอย่างแน่นหนา
เสียงหอบหายใจด้วยความตกตะลึงดังระงมไปทั่วงาน แขกบางคนเอามือปิดปากด้วยความช็อก อลิซ เจ้าสาวผู้สูงศักดิ์ ปล่อยช่อดอกไม้ร่วงลงพื้นและปิดหน้าร้องไห้ด้วยความรับไม่ได้
กวินหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เขาหันซ้ายหันขวาเหมือนหนูติดจั่น “ป-ปิดมัน! ปิดจอนั่นเดี๋ยวนี้! มันเป็นของปลอม! นังนี่มันตัดต่อคลิป!” เขาตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
“มันไม่ใช่แค่คลิปหรอกกวิน” ฉันก้าวออกมาจากมุมมืด เดินตรงไปที่กลางงาน ทุกสายตาจับจ้องมาที่ฉันและลูกน้อย
ฉันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะชูขึ้นสูง
“นี่คือเอกสารการโอนเงินผิดกฎหมายที่คุณปลอมลายเซ็นฉัน เพื่อยักยอกเงินมรดกทั้งหมดไปซื้อแหวนเพชรและจัดงานแต่งงานหลอกๆ นี่!” ฉันประกาศเสียงกร้าว “ฉันคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย และทะเบียนสมรสของเรายังไม่เคยถูกยกเลิก! ผู้ชายคนนี้คืออาชญากรที่พยายามฆ่าลูกเมียตัวเองเพื่อฮุบสมบัติ!”
ประตูบานใหญ่ของห้องบอลรูมถูกผลักออกอย่างแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบหลายสิบนายก้าวเข้ามาพร้อมกับหมายจับ
“นายกวิน คุณถูกจับกุมในข้อหาพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ปลอมแปลงเอกสาร และฉ้อโกงทรัพย์สิน” ตำรวจประกาศเสียงดังลั่นก่อนจะพุ่งตรงเข้ามารวบตัวกวิน จับเขากดลงกับโต๊ะและสวมกุญแจมือ
“รินทร์! รินทร์ ผมขอโทษ! ผมไม่ได้ตั้งใจ! ยกโทษให้ผมด้วย! เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ!” กวินแหกปากร้องโหยหวน น้ำตาหูน้ำตาตาไหลอาบแก้มขณะถูกตำรวจลากตัวออกไปท่ามกลางสายตาสมเพชรและเสียงด่าทอของแขกทั้งงาน
อลิซเดินเข้ามากระชากคอเสื้อกวินและตบหน้าเขาฉาดใหญ่จนเลือดกบปาก “ไอ้สารเลว! แกทำลายชีวิตฉัน!”
บทสรุป: ผู้รอดชีวิต
ฉันยืนนิ่ง มองดูอดีตสามีที่กำลังถูกลากตัวออกไปสู่นรกที่เขาสร้างขึ้นเอง
กวินเคยพูดถูกอยู่อย่างหนึ่ง… ฉันเป็นคนเอาตัวรอดเก่งเสมอ
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งถูกผลักลงสู่ขุมนรกพร้อมกับลูกของเธอ เธอจะไม่เพียงแค่รอดชีวิตกลับมา… แต่เธอจะกลับมาในฐานะมัจจุราชที่จะเผาผลาญทุกอย่างของคนที่ทำร้ายเธอจนเป็นจุณ
ฉันก้มลงมองลีโอที่ยังคงนอนหลับพริ้มอย่างปลอดภัยบนหน้าอกของฉัน ฉันลูบหัวลูกเบาๆ รอยยิ้มที่แท้จริงปรากฏขึ้นบนใบหน้าเป็นครั้งแรกในรอบหกสัปดาห์
ฉันหมุนตัวเดินออกจากห้องแกรนด์บอลรูมที่กำลังวุ่นวาย ก้าวออกไปสู่อากาศบริสุทธิ์ยามค่ำคืน พายุหิมะในชีวิตของฉันได้สงบลงแล้ว และจากนี้ไป… จะมีเพียงฤดูใบไม้ผลิที่งดงามสำหรับฉันและลูกตลอดกาล.