ฉันอุ้มท้อง 7 เดือนไปงานหมั้นพี่ชาย แต่พ่อกลับขโมยกุญแจรถเบนซ์ของฉันไปประเคนให้ว่าที่ลูกสะใภ้ และทำร้ายสามีฉัน…

ก่อนที่ตำรวจจะมาถึงและทำให้ทั้งงานเงียบสนิท!

I. งานหมั้นที่ซ่อนความเน่าเฟะ

ฉันชื่อ “ริน” กำลังตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน ในคืนนั้น ฉันและ “นนท์” สามีที่แสนดีของฉัน ได้ไปร่วมงานหมั้นสุดหรูของ “เอก” พี่ชายแท้ๆ ของฉัน งานนี้จัดขึ้นที่ห้องบอลรูมของโรงแรมระดับห้าดาว ทุกอย่างถูกประดับประดาด้วยดอกไม้ราคาแพงและแสงไฟระยิบระยับ แขกเหรื่อระดับวีไอพีและเครือญาติมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

ครอบครัวของฉันมีค่านิยมที่ฝังรากลึกคือ “ลูกชายคือพระเจ้า ส่วนลูกสาวคือเครื่องมือ” พ่อของฉันมักจะทุ่มเททุกอย่างให้เอกเสมอ ในขณะที่ฉันต้องดิ้นรนสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตัวเองจนประสบความสำเร็จและมีบริษัทเป็นของตัวเอง ฉันขับรถ Mercedes-Benz S-Class ที่หาเงินซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรง ส่วนพี่ชายของฉันยังคงแบมือขอเงินพ่อและใช้ชีวิตเหยียบย่ำคนอื่นไปวันๆ

ตอนที่เรามาถึงงาน พ่อเดินมาหาฉันและทำทีเป็นขอกุญแจรถเบนซ์ของฉันไปให้พนักงานรับรถ (Valet) ไปจอดในโซนวีไอพี ฉันไม่ได้คิดระแวงอะไร จึงยื่นกุญแจให้เขาไป โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของความบ้าคลั่งในคืนนี้

II. ของขวัญจอมปลอมบนเวที

เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญของงาน พ่อของฉันเดินขึ้นไปบนเวทีด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เขาจับไมค์และประกาศก้องถึงความรักที่เขามีต่อพี่ชายและ “เมย์” ว่าที่ลูกสะใภ้ไฮโซที่ครอบครัวของเธอมีหน้ามีตาทางสังคม

“เพื่อเป็นการต้อนรับหนูเมย์เข้าสู่ครอบครัวของเรา พ่อมีของรับขวัญชิ้นพิเศษที่จะมอบให้!” พ่อประกาศเสียงดังด้วยความภาคภูมิใจ

แขกทุกคนปรบมือเกรียวกราว พ่อล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสูทและชู กุญแจรถ Mercedes-Benz ขึ้นมาเหนือหัว เมย์ทำท่าทางดีใจจนเนื้อเต้นและโผเข้ากอดพ่อของฉัน

แต่เมื่อฉันเพ่งมองไปที่กุญแจดอกนั้น หัวใจของฉันก็เต้นรัวด้วยความโกรธจัด… พวงกุญแจหนังสีน้ำตาลที่มีตัวอักษรย่อ ‘R&N’ (รินและนนท์) สลักอยู่ มันคือกุญแจรถของฉัน! รถที่ฉันซื้อมาด้วยชื่อบริษัทของตัวเอง!

III. การเผชิญหน้าที่ไม่มีการประนีประนอม

ฉันไม่ทนอีกต่อไป ฉันลุกขึ้นยืน เอามือประคองท้องที่นูนใหญ่ของตัวเอง แล้วเดินตรงดิ่งไปที่หน้าเวทีท่ามกลางสายตาของแขกนับร้อย นนท์รีบเดินตามฉันมาติดๆ ด้วยความความเป็นห่วง

“พ่อคะ นั่นมันกุญแจรถของริน!” ฉันพูดเสียงดังฟังชัด ทะลุผ่านเสียงดนตรีที่กำลังบรรเลง

บรรยากาศในงานเริ่มเงียบลง พ่อหน้าเสียไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบก้าวลงจากเวทีมาหาฉันและกระซิบด้วยน้ำเสียงข่มขู่ “หุบปากซะริน! พ่อแค่ขอยืมมาทำหน้าทำตาหน่อย เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อค่อยเอาเงินไปดาวน์รถคันใหม่ให้ แกมีเงินตั้งเยอะแยะ แค่รถคันเดียวจะหวงไปทำไม พี่แกกำลังจะแต่งงานนะ!”

“รินไม่ยอมค่ะ เอากุญแจคืนมาเดี๋ยวนี้” ฉันยื่นมือออกไป “รถคันนั้นเป็นชื่อบริษัทริน พ่อไม่มีสิทธิ์เอาไปยกให้คนอื่นหน้าด้านๆ แบบนี้!”

เมย์ที่ยืนอยู่บนเวทีเริ่มหน้าเสียและมองหน้าเอกด้วยความอับอาย เสียงซุบซิบของแขกในงานเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ

IV. ความรุนแรงและการปกป้อง

การถูกหักหน้าต่อหน้าสังคมคือสิ่งที่พ่อของฉันเกลียดที่สุด ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เขาพุ่งตัวเข้ามาหาฉันพร้อมกับเงื้อมือขึ้น “นังลูกเนรคุณ! แกกล้าฉีกหน้าฉันเหรอ!”

แต่ก่อนที่มือของเขาจะถึงตัวฉัน นนท์ สามีของฉันรีบก้าวเข้ามาขวางหน้าและใช้ตัวบังฉันกับลูกในท้องเอาไว้

“อย่าทำร้ายภรรยาผมนะครับ!” นนท์พูดเสียงแข็ง

ด้วยความบันดาลโทสะ พ่อกระชากคอเสื้อของนนท์และ ผลักเขาอย่างแรงจนกระเด็นไปกระแทกกับผนังห้องจัดเลี้ยง เสียงแก้วแชมเปญบนโต๊ะใกล้ๆ ร่วงแตกกระจายเต็มพื้น นนท์ล้มลงไปกองกับพื้น แขกในงานต่างส่งเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจกลัว เอกกับเมย์ยืนช็อกทำอะไรไม่ถูก

พ่อชี้หน้าด่านนท์ “แกมันก็แค่ไอ้ลูกเขยกระจอก อย่ามาสอดเรื่องของครอบครัวฉัน!”

V. 20 นาทีแห่งการรอคอยและการเอาคืน

ฉันมองสามีที่พยายามยันตัวลุกขึ้น มือของฉันสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธที่พุ่งทะลุขีดจำกัด ฉันไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย ไม่ได้กรีดร้อง ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าและกดโทรออกทันที

“สวัสดีค่ะ ฉันต้องการแจ้งความ มีเหตุทำร้ายร่างกายและพยายามลักทรัพย์ที่โรงแรม…” ฉันบอกรายละเอียดสถานที่อย่างใจเย็นและชัดเจน

พ่อหัวเราะเยาะ “แกคิดว่าตำรวจจะกล้าทำอะไรคนอย่างฉันงั้นเหรอ? เอาสิ! เรียกมาเลย!” เขาหยิ่งผยองในบารมีจอมปลอมของตัวเองและสั่งให้ออร์แกไนเซอร์เปิดเพลงต่อ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่แขกหลายคนเริ่มทยอยเดินออกจากงานไปเงียบๆ เพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับความรุนแรง

20 นาทีต่อมา… ประตูห้องจัดเลี้ยงบานใหญ่ถูกเปิดออก เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ 4 นายเดินเข้ามาในห้อง เสียงดนตรีหยุดลงกะทันหัน บรรยากาศในห้องบอลรูมที่เคยครึกครื้น เงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มตก

“ใครคือผู้แจ้งเหตุครับ?” นายตำรวจถาม

ฉันยกมือขึ้น “ฉันเองค่ะ ผู้ชายคนนั้น (ฉันชี้ไปที่พ่อ) ขโมยกุญแจรถเบนซ์ของฉันไป และทำร้ายร่างกายสามีของฉันจนล้มไปกระแทกผนัง แขกในงานหลายคนและกล้องวงจรปิดของโรงแรมสามารถเป็นพยานได้ค่ะ”

พ่อพยายามตีหน้าขรึมและเดินเข้าไปหาตำรวจ “สารวัตรครับ มันเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดในครอบครัว ลูกสาวผมเขาฮอร์โมนคนท้องกำเริบน่ะครับ ส่วนเรื่องรถ ผมเป็นพ่อคนซื้อให้ ก็แค่จะเอาไปให้ลูกชายอีกคน…”

“รถคันนี้จดทะเบียนในนามบริษัท ‘อาร์เอ็น คอร์ปอเรชั่น’ ซึ่งฉันเป็นกรรมการผู้จัดการและผู้ถือหุ้น 100% ค่ะ” ฉันพูดแทรกขึ้นมา พร้อมโชว์เอกสารการจดทะเบียนรถในแอปพลิเคชันกรมการขนส่งให้ตำรวจดู “เขาไม่มีชื่อเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น นี่คือการลักทรัพย์ค่ะ”

เมื่อเห็นหลักฐานชัดเจน ตำรวจจึงหันไปหาพ่อ “กรุณาคืนกุญแจรถให้ผู้เสียหายด้วยครับ และเชิญไปให้ปากคำที่โรงพักข้อหาทำร้ายร่างกายด้วย”

พ่อหน้าซีดเผือด ความเย่อหยิ่งที่มีหายวับไปในพริบตา เขาพยายามหันไปมองรอบๆ เพื่อหาคนช่วย แต่เอกกับเมย์กลับเดินหนีไปหลังเวทีด้วยความอับอาย แขกที่เหลือต่างมองเขาด้วยสายตาสมเพช

สุดท้าย พ่อต้องจำใจล้วงกุญแจรถออกจากกระเป๋าและยื่นให้ตำรวจด้วยมือที่สั่นเทา ตำรวจส่งกุญแจคืนให้ฉัน ก่อนจะเชิญตัวพ่อเดินออกจากงานไปท่ามกลางความเงียบสงัดและสายตาจับจ้องของทุกคนในสังคมไฮโซที่เขาพยายามรักษาหน้ามาตลอดชีวิต

ฉันรับกุญแจมา หันไปพยุงนนท์ที่บาดเจ็บเล็กน้อยที่แขน เราจับมือกันเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงนั้นโดยไม่หันกลับไปมองครอบครัวที่เน่าเฟะนั่นอีกเลย คืนนั้นไม่เพียงแค่งานหมั้นของพี่ชายจะพังพินาศ แต่สะพานความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับพวกเขาได้ถูกเผาทำลายลงอย่างสมบูรณ์ และฉันก็พร้อมที่จะสร้างครอบครัวใหม่ที่เต็มไปด้วยความรักที่แท้จริงร่วมกับสามีและลูกที่กำลังจะเกิดมา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *