แสงไฟไซเรนสีแดงสลับน้ำเงินสาดส่องเข้ามาในห้องนั่งเล่นของบ้าน สะท้อนเข้ากับใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาของลูกชายฝาแฝดวัยหกขวบของผม “พายุ” และ “สายฟ้า”
เด็กทั้งสองแผดเสียงร้องไห้ด้วยความตื่นตระหนก พยายามจะวิ่งเข้าไปกอด “พลอย” พี่เลี้ยงสาวที่ดูแลพวกเขามาตั้งแต่แบเบาะ แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายกันตัวออกไป ในขณะที่ข้อมือเล็กๆ ของพลอยกำลังถูกสวมกุญแจมือเหล็กที่เย็นเฉียบ
“พี่พลอย! อย่าเอาพี่พลอยไป! ปล่อยพี่พลอยนะ!” สายฟ้าร้องไห้จนตัวสั่น กอดขาตำรวจเอาไว้แน่น
พลอยสะอึกสะอื้นจนแทบขาดใจ เธอหันมามองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาและสิ้นหวัง “คุณกวินคะ พลอยไม่ได้ทำจริงๆ นะคะ! พลอยไม่ได้ขโมยสร้อยเพชรเส้นนั้นไป พลอยรักเด็กๆ เหมือนลูก พลอยไม่มีวันทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้น!”
แต่ก่อนที่ผมจะได้พูดอะไรออกไป เสียงฝีเท้าของ “ลิตา” ภรรยาของผมก็ก้าวออกมายืนขวางหน้าผมไว้
“ผู้หญิงคนนี้ขโมยของจากครอบครัวเรา” ลิตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่กลับเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างเลือดเย็น เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผมรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกสันหลัง “เอาตัวหัวขโมยคนนี้ออกไปให้พ้นจากบ้านฉันได้แล้วค่ะคุณตำรวจ และฉันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด!”
เจ้าหน้าที่ตำรวจกระชากแขนหญิงสาวที่ร้องไห้ฟูมฟายเดินออกไปที่ประตูหน้า ทิ้งให้พายุและสายฟ้าทรุดตัวลงนั่งร้องไห้กอดกันอยู่บนพื้นห้องโถง โดยที่ลิตาไม่ได้แม้แต่จะหันไปปลอบโยนลูกๆ ของเธอเอง เธอกลับเดินไปรินไวน์แดงใส่แก้วและจิบมันอย่างอารมณ์ดี
ความสงสัยที่นำไปสู่ความจริง
หลังจากตำรวจพาพลอยออกไป ผมรีบเข้าไปกอดและปลอบลูกแฝดทั้งสองคน พายุซบหน้าลงกับอกผมพร้อมกับสะอื้น
“คุณพ่อครับ… พี่พลอยไม่ได้ขโมยของนะ คุณแม่เป็นคนเอาใส่กระเป๋าพี่พลอยเอง พายุเห็น…”
คำพูดไร้เดียงสาของลูกชายวัยหกขวบทำให้หัวใจของผมกระตุกวาบ ผมหันไปมองลิตาที่กำลังนั่งไขว่ห้างกดโทรศัพท์มือถืออยู่บนโซฟาด้วยความสงสัย พลอยทำงานกับครอบครัวเรามาห้าปีเต็ม เธอซื่อสัตย์ อ่อนโยน และไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสีย สร้อยเพชรมูลค่าสองล้านบาทจะไปอยู่ในกระเป๋าผ้าเก่าๆ ของเธอได้อย่างไร หากไม่มีคนจงใจยัดเยียดมันลงไป
“สายฟ้า… พายุ… ลูกเห็นอะไร บอกพ่อมาให้หมดลูก” ผมกระซิบถาม
สายฟ้าล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงนอน แล้วหยิบ “ตุ๊กตาหมีตัวเล็ก” ที่พลอยมักจะพกติดตัวไว้เสมอ ส่งมาให้ผม
“พี่พลอยบอกว่า… ถ้าพี่พลอยถูกตำรวจจับ ให้เอาตุ๊กตาตัวนี้ให้คุณพ่อครับ พี่พลอยบอกว่าในนี้มีปีศาจร้ายซ่อนอยู่”
ผมรับตุ๊กตาหมีตัวนั้นมา สัมผัสได้ถึงวัตถุแข็งๆ บางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างในรอยเย็บที่ถูกเลาะออก ผมตัดสินใจพาเด็กๆ เข้านอนให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินหลบเข้าไปในห้องทำงาน ล็อกประตูแน่นหนา แล้วใช้กรรไกรเลาะด้ายที่ตัวตุ๊กตาหมีออก
สิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านในคือ “แฟลชไดรฟ์” ขนาดจิ๋ว
วิดีโอที่ทำลายโลกทั้งใบ
ผมเสียบแฟลชไดรฟ์เข้ากับคอมพิวเตอร์ มือของผมสั่นเทาขณะคลิกเปิดไฟล์วิดีโอที่ถูกซ่อนไว้ มันเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดขนาดเล็กที่พลอยแอบซ่อนไว้ในห้องนั่งเล่นและห้องนอนของเด็กๆ
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำลายโลกทั้งใบที่ผมเคยเชื่อมั่นจนแหลกสลาย
คลิปแรก เป็นภาพเหตุการณ์เมื่อสามวันก่อน ขณะที่ผมเดินทางไปประชุมที่ต่างประเทศ ลิตาพาผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเข้ามาในบ้าน พวกเขากอดจูบกันอย่างดูดดื่มบนโซฟาตัวเดียวกับที่เธอนั่งจิบไวน์เมื่อครู่! ยิ่งไปกว่านั้น ผมได้ยินบทสนทนาของพวกเขาอย่างชัดเจน
“ที่รัก ทนอีกนิดเดียวนะ ฉันกำลังให้ทนายปลอมแปลงเอกสารโอนหุ้นและเงินในบัญชีของกวินมาเป็นชื่อฉันทั้งหมด เสร็จเรื่องเมื่อไหร่เราจะหนีไปอยู่สวิตเซอร์แลนด์ด้วยกัน” เสียงของลิตาดังขึ้น
“แล้วไอ้เด็กแฝดสองคนนั้นล่ะ?” ชู้รักของเธอถาม “ก็ทิ้งไว้ให้ไอ้โง่กวินมันเลี้ยงสิ ฉันเกลียดเด็กพวกนี้จะตาย ร้องไห้น่ารำคาญ!”
คลิปที่สอง เป็นภาพลิตากำลังตบหน้าพายุอย่างแรงจนเด็กล้มลงไปกองกับพื้น เพราะพายุทำน้ำส้มหกใส่พรม พลอยรีบวิ่งเข้ามากอดเด็กไว้และปกป้องลูกของผมจากเงื้อมมือของแม่แท้ๆ
“อย่าทำร้ายคุณหนูนะคะ! ถ้าคุณลิตาทำแบบนี้อีก พลอยจะเอาเรื่องที่คุณพารถไฟสับรางเข้าบ้าน และเรื่องที่คุณแอบยักยอกเงินบริษัทไปบอกคุณกวิน!” พลอยขู่ทั้งน้ำตา
ลิตาชะงักไป แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นความอำมหิต “แกกล้าขู่ฉันเหรอนังไพร่? ได้… เดี๋ยวแกจะได้เห็นดีกัน!”
และคลิปสุดท้าย… คือภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ลิตาเดินเข้าไปในห้องพักของพี่เลี้ยง หยิบสร้อยคอเพชรของตัวเองยัดใส่ลงในกระเป๋าสะพายของพลอย ก่อนจะเดินออกมากดโทรศัพท์แจ้งตำรวจด้วยรอยยิ้มเลือดเย็น
การเอาคืนที่สาสม
ความเสียใจแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นที่ลุกโชนอยู่ในอก ผู้หญิงที่ผมนอนกอดทุกคืนคือปีศาจร้ายที่สวมหน้ากากมนุษย์ เธอไม่เพียงแต่สวมเขาให้ผม พยายามจะขโมยทรัพย์สินของผม แต่เธอยังทำร้ายลูกเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง และโยนความผิดให้ผู้หญิงบริสุทธิ์ต้องติดคุก!
ผมไม่ได้โวยวายหรือเดินไปบีบคอเธอในคืนนั้น ผมเลือกที่จะสงบสติอารมณ์ คัดลอกไฟล์ทั้งหมดส่งให้เพื่อนสนิทที่เป็นผู้กำกับการตำรวจ และส่งให้ทนายความส่วนตัวของผมทันที
รุ่งเช้า ลิตาแต่งตัวสวยงามด้วยชุดเดรสแบรนด์เนม เตรียมตัวจะออกไป “ทำสปา” (ซึ่งผมรู้ดีว่าเธอจะไปหาชู้รักของเธอ) เธอยิ้มทักทายผมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“กวินคะ วันนี้ลิตาขอใช้บัตรเครดิตรูดซื้อกระเป๋าใบใหม่นะคะ ถือว่าปลอบใจที่บ้านเราเพิ่งเจอเรื่องโจรขโมยของ” เธอยิ้มหวาน
“ไม่ต้องหรอกลิตา” ผมตอบเสียงเรียบ “เพราะบัตรเครดิตทุกใบของคุณถูกผมสั่งอายัดหมดแล้ว”
ลิตาชะงัก รอยยิ้มของเธอจางหายไป “คุณหมายความว่ายังไงคะ?”
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ผมเดินไปเปิดประตู สิ่งที่ลิตาเห็นคือเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเดิมกับเมื่อคืน แต่ครั้งนี้ คนที่ยืนอยู่ข้างหลังตำรวจคือ พลอย ที่ได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว
“นี่มันอะไรกันคะคุณตำรวจ! ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าปล่อยนังโจรนี่ออกมา!” ลิตาแผดเสียง
ตำรวจไม่ได้สนใจคำพูดของเธอ เขาเดินตรงเข้ามาหาลิตาพร้อมกับชูหมายจับขึ้นมา
“คุณลิตาครับ คุณถูกจับกุมในข้อหาแจ้งความเท็จ ปลอมแปลงเอกสาร ยักยอกทรัพย์ และทำร้ายร่างกายเยาวชน… กรุณายื่นมือออกมาด้วยครับ”
หน้าของลิตาซีดเผือดราวกับกระดาษ ขาของเธอสั่นจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น เธอหันมามองผมด้วยแววตาตื่นตระหนก “กวิน! นี่มันเรื่องบ้าอะไร! คุณต้องเชื่อฉันนะ นังพลอยมันใส่ร้ายฉัน!”
ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดคลิปวิดีโอที่เธอตบหน้าลูกชายและกอดจูบกับชู้รักให้เธอหน้า หันหน้าจอไปทางเธอ
“คนที่ขโมยความสุขไปจากครอบครัวนี้ ไม่ใช่พลอย… แต่เป็นคุณต่างหาก ลิตา” ผมมองเธอด้วยแววตาที่เย็นชายิ่งกว่าที่เธอเคยมองพลอย “เตรียมตัวไปใส่ชุดนักโทษแทนชุดแบรนด์เนมได้เลย เพราะผมจะฟ้องหย่า ยึดทุกอย่างคืน และคุณจะไม่ได้เห็นหน้าลูกอีกตลอดชีวิต!”
กุญแจมือเหล็กถูกสับล็อคเข้าที่ข้อมือของลิตา เสียงกรีดร้องโวยวายของเธอดังลั่นไปทั่วหมู่บ้านขณะที่เธอถูกลากตัวออกไปที่รถตำรวจ มันเป็นภาพที่สะใจและยุติธรรมที่สุด
ผมหันกลับมาหาพลอย ผู้หญิงที่ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องครอบครัวของผม ผมโค้งคำนับและกล่าวคำขอโทษเธอจากใจจริง พายุและสายฟ้าวิ่งลงมาจากบันไดและโผเข้ากอดพี่พลอยของพวกเขาแน่น
บ้านหลังนี้กลับมามีรอยยิ้มที่บริสุทธิ์อีกครั้ง… รอยยิ้มที่ปราศจากหน้ากากของปีศาจร้ายตลอดกาล