—หนึ่งปีต่อมาฉันเจอเธอกลายเป็นคนไร้บ้านข้างถนนฝุ่นตลบ ยืนอุ้มทารกแฝดที่มีดวงตาและเส้นผมเหมือนฉันทุกประการจนความจริงฟาดหน้าให้ฉันกระอักเลือดตายทั้งเป็น
ความเงียบและเสียงลมพัดผ่านเศษใบไม้แห้งบนถนนสายเก่าในเมืองสปริงฟิลด์ (Springfield) ไม่ได้ทำให้จิตใจของฉันสงบลงเลยแม้แต่น้อย ฉันชื่อ “คอปเตอร์” ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ฉันใช้ชีวิตอยู่บนกองเงินกองทองและความสำเร็จในฐานะนักธุรกิจหนุ่มเนื้อหอม แต่หัวใจของฉันกลับเหมือนตายไปแล้วตั้งแต่วันที่ฉันเซ็นใบหย่าและไล่ “รดา” อดีตภรรยาออกจากชีวิต
ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งปีก่อน ฉันเลือกที่จะเชื่อคำโกหกอันแสนเลือดเย็นของแม่และน้องสาวของฉัน พวกเขาเกลียดรดาเพราะเธอมาจากครอบครัวธรรมดาๆ ไม่ใช่ไฮโซ วันหนึ่งแม่ยื่นซองเอกสารที่อ้างว่าเป็นผลตรวจครรภ์ของรดากับชายอื่น พร้อมรูปถ่ายตัดต่อที่เธอนั่งอยู่ในคาเฟ่กับเพื่อนผู้ชายสมัยเรียน วินาทีนั้นความหึงหวงและความโกรธทำให้ฉันหน้ามืดตามัว ฉันไม่ได้ฟังคำอ้อนวอนไม่ได้ฟังส้นเสียงสะอื้นของเธอเลยแม้แต่น้อย ฉันตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงแพศยา คบชู้ และโยนกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอออกไปนอกคฤหาสน์ในคืนที่ฝนตกหนักที่สุด โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือแผนการที่แม่และน้องสาวของฉันจัดฉากขึ้นเพื่อฮุบสินสมรสและบีบให้ฉันไปแต่งงานกับผู้หญิงร่ำรวยที่พวกเธอเลือกให้
การพบเจอที่เปลี่ยนทุกความเชื่อ
หนึ่งปีเต็มที่ฉันคิดว่ารดาหนีไปเสพสุขกับชู้รักตามคำเป่าหูของครอบครัว วันนี้ฉันต้องขับรถผ่านเขตก่อสร้างและถนนสายเก่าที่เต็มไปด้วยฝุ่นตลบในแถบชานเมืองสปริงฟิลด์เพื่อไปดูทำเลที่ดินผืนใหม่ ทันใดนั้น สายตาของฉันก็สะดุดเข้ากับร่างผอมบางของสตรีคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใต้ร่มไม้ริมทางเท้า ฝุ่นจากรถบรรทุกที่วิ่งผ่านพัดเข้าใส่เธอ แต่เธอไม่สนใจ สิ่งที่เธอทำคือการใช้ร่างกายผอมแห้งของตัวเองบดบังลมและฝุ่นให้กับ “ทารกแฝดสองคน” ที่อยู่ในอ้อมอก
เธอสวมเสื้อยืดสีซีดและกางเกงยีนส์ที่มีรอยปะ รองเท้าผ้าใบเก่าจนขาด ข้าวของทั้งหมดของเธอถูกใส่ไว้ในถุงผ้าใบใหญ่เพียงใบเดียวริมฟุตบาท
หัวใจของฉันกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อรถแล่นเข้าไปใกล้… ใบหน้าที่ซูบผอมและดวงตาที่อิดโรยคู่แสนคุ้นเคยนั้น
“รดา…?”
ฉันเหยียบเบรกจนล้อลากเสียงดังลั่น ยัดเกียร์ว่างแล้วเปิดประตูรถวิ่งลงไปหาเธอราวกับคนบ้า ทันทีที่รดาหันมาเห็นฉัน ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เธอถอยหลังหนีจนหลังชนกับต้นไม้ กอดทารกแฝดทั้งสองคนในอ้อมอกไว้แน่นราวกับกลัวว่าฉันจะเข้าไปทำร้าย
“รดา! นี่เธอ… เธอมาทำอะไรที่นี่? แล้วทำไมสภาพเธอถึงเป็นแบบนี้?!” ฉันตะโกนถาม เสียงของฉันสั่นเครือเมื่อเห็นความกลัวในดวงตาของอดีตภรรยาที่ฉันเคยรักสุดหัวใจ
รดาเม้มริมฝีปากแน่น น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มที่ตอบลงไปมาก “อย่าเข้ามานะคอปเตอร์! ออกไปให้ห่างจากพวกเรา! นายได้ทุกอย่างคืนไปหมดแล้วนี่ นายไล่ฉันออกมาเหมือนหมาตัวหนึ่งแล้ว นายยังต้องการอะไรจากฉันอีก?!”
ความจริงบนใบหน้าของทารกแฝด
ขณะที่เธอประคองอ้อมกอดด้วยความหวาดกลัว ผ้าคลุมผืนเก่าที่ใช้ห่อหุ้มทารกก็เลื่อนหลุดออก ลมเอื่อยๆ พัดเอาเศษฝุ่นออกไป เปิดเผยให้เห็นใบหน้าของเด็กทารกแฝดวัยประมาณแปดเก้าเดือนที่กำลังเบิกตาแป๋วพยายามมองโลก
วินาทีนั้น ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางกบาลของฉัน ร่างกายของฉันแข็งทื่อ ขาของฉันอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงกับพื้นถนนฝุ่นเขรอะ
เด็กแฝดชายทั้งสองคน… มีเส้นผมสีน้ำตาลเข้มประกายทอง และที่สำคัญที่สุดคือ “ดวงตาสีฟ้าอมเทา” ที่เป็นเอกลักษณ์ทางพันธุกรรมที่มีเพียงแค่ตระกูลของฉันเท่านั้นที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น โครงหน้า จมูกรั้น และริมฝีปากหยักตรงหน้ามันคือสำเนาถูกต้องของตัวฉันในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
“ลูก… รดา… เด็กสองคนนี้…” เสียงของฉันแหบพร่า น้ำตาของความจุกอกไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ใช่! พวกเขาคือลูกของนาย! ลูกที่นายบอกว่าเป็นลูกชู้ยังไงล่ะ!” รดาตะโกนใส่หน้าฉันทั้งน้ำตาและความอัดอั้นตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา “ในคืนค่ำที่นายไล่ฉันออกจากบ้าน ฉันพยายามจะบอกนายแล้วว่าฉันกำลังท้องได้ไม่ถึงเดือน แต่นายไม่ฟัง! นายโยนฉันออกมาเหมือนขยะ! แม่ของนายยึดเงินในบัญชีของฉันทั้งหมดที่เคยทำงานมา อ้างว่าเป็นเงินของตระกูลนาย ฉันต้องซัดเซพเนจรไปอาศัยบ้านพักคนไร้บ้าน คลอดลูกอย่างโดดเดี่ยวและยากลำบากในโรงพยาบาลรัฐฟรีๆ ต้องอดมื้อกินมื้อเพื่อหาเงินซื้อนมให้ลูกแฝดของนาย!”
คำสารภาพของรดาราวกับมีดเล่มโตที่แทงทะลุหัวใจของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความจริงทั้งหมดฟาดเข้าที่หน้าจนฉันแทบหายใจไม่ออก ภาพเหตุการณ์ในอดีตลอยเข้ามาในหัว คำโกหกของแม่ คำยุยงของน้องสาว และความโง่เขลาเบาปัญญาของตัวเองที่เชื่อคนอื่นมากกว่าภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา
บทลงโทษของคนโง่
ฉันคุกเข่าลงบนพื้นดินฝุ่นหนาทึบต่อหน้ารดาและลูกๆ ของฉันอย่างหมดสภาพ น้ำตาไหลพรากผสมกับเศษดินบนใบหน้าจนดูน่าเวทนา
“รดา… ฉันขอโทษ… ฉันมันโง่เอง ฉันมันเลวระยำที่เชื่อคำโกหกพวกนั้น” ฉันเอื้อมมืออันสั่นเทาหวังจะไปแตะเท้าของเธอ “กลับบ้านกับฉันนะรดา ให้ฉันได้ดูแลเธอและลูก ให้ฉันได้ชดใช้ความผิดทั้งหมด”
“บ้านงั้นเหรอ?” รดาหัวเราะออกมาอย่างสมเพช แววตาของเธอเปลี่ยนจากความกลัวเป็นความเด็ดเดี่ยวและไร้ความรู้สึก “บ้านที่มีแม่และน้องสาวใจยักษ์ของนายอยู่น่ะเหรอคอปเตอร์? บ้านที่เคยต้อนรับฉันด้วยการสาดน้ำไล่ส่งน่ะเหรอ? ฉันยอมยืนดมฝุ่นข้างถนน ยอมทำงานรับจ้างซักผ้าจนมือแตก เพื่อหาเงินเลี้ยงลูกดีกว่ากลับไปเหยียบที่สถานที่นรกแบบนั้น”
ทันใดนั้น รถยนต์ SUV สีดำคันหนึ่งก็แล่นมาจอดข้างๆ รถของฉัน ชายวัยกลางคนในชุดภูมิฐานคนหนึ่งเดินลงมาจากรถ เขาคือ “คุณโสภณ” ทนายความอาวุโสและเป็นเพื่อนสนิทของคุณพ่อภรรยาเก่าของฉันที่เสียชีวิตไปนานแล้ว
คุณโสภณเดินเข้ามาบังรดาไว้และมองฉันด้วยสายตาผิดหวัง “คุณคอปเตอร์ ในที่สุดคุณก็เจอเธอสินะ แต่เสียใจด้วยที่มันสายเกินไปแล้ว”
“ทนายโสภณ? คุณมาทำอะไรที่นี่?” ฉันถามพลางพยุงตัวลุกขึ้นด้วยความสับสน
“ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา รดาไม่ได้หนีไปไหน แต่เธอเลือกที่จะไม่ติดต่อคุณ และฉันคือคนที่ช่วยเธอยื่นเรื่องสืบทรัพย์มรดกที่แท้จริงของคุณพ่อเธอ” ทนายโสภณยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้ฉันดู “คุณพ่อของรดาเคยซื้อที่ดินผืนใหญ่ทิ้งไว้ในเมืองสปริงฟิลด์แห่งนี้เมื่อสามสิบปีก่อน และตอนนี้ที่ดินผืนนั้นกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่มีมูลค่ามากกว่าห้าร้อยล้านบาท รดาเพิ่งได้รับการรับรองสิทธิ์ในมรดกทั้งหมดเมื่อเช้านี้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย”
ทนายโสภณมองฉันอย่างเย็นชา “ที่เธอยืนอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่เพราะไม่มีที่ไป แต่เธอกำลังรอรถตู้ของบริษัทรับเหมาเพื่อเข้าไปเซ็นสัญญาอนุมัติโครงการสร้างห้างสรรพสินค้าบนที่ดินของเธอเอง… รดาไม่ได้ต้องการเงินของคุณแม้แต่เซ็นต์เดียว และตอนนี้ เธอรวยกว่าคุณและครอบครัวของคุณรวมกันเสียอีก”
ตอนจบที่ไร้ทางหวนคืน
โลกทั้งใบของฉันก้าวเข้าสู่ความมืดมิดอย่างสมบูรณ์แบบ เงินทองที่แม่และน้องสาวของฉันอยากได้นักหนาจากผู้หญิงไฮโซปลอมๆ ที่พวกเขาประเคนให้ฉัน แต่งงานกันไปก็มีแต่ล้างผลาญทรัพย์สินจนบริษัทของฉันเริ่มสั่นคลอน แต่ผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ฉันไล่ออกจากบ้านอย่างรดา กลับกลายเป็นมหาเศรษฐีหญิงคนใหม่ที่มีทรัพย์สินมหาศาล และที่สำคัญที่สุด… เธอครอบครองแก้วตาดวงใจแฝดทั้งสองคนที่เป็นสายเลือดที่แท้จริงของฉัน
“รดา… ได้โปรด… ให้ฉันได้เป็นพ่อของลูก…” ฉันอ้อนวอนด้วยเสียงสะอื้นที่ขาดห้วง
รดาอุ้มลูกแฝดก้าวขึ้นรถตู้หรูที่เพิ่งขับมาถึงป้าย รถคันนั้นหรูหราและปลอดภัยกว่ารถของฉันเสียอีก ก่อนที่ประตูรถจะปิดลง เธอมองฉันเป็นครั้งสุดท้าย ดวงตาของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งความรัก และไม่มีแม้แต่ความแค้นเหลืออยู่
“ในวันที่ฉันไม่มีอะไรเลย นายยังทิ้งฉันกับลูกได้ลงคอ วันนี้ในวันที่ฉันและลูกมีทุกอย่าง… นายจึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ในชีวิตของพวกเราอีกต่อไป ลาก่อน คอปเตอร์”
ปัง!
ประตูรถตู้ปิดลงพร้อมกับเคลื่อนตัวจากไป ทิ้งควันและเศษฝุ่นตลบอบอวลฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ฉันทรุดตัวลงคุกเข่ากอดตัวเองร้องไห้อยู่ริมถนนสายเก่าในเมืองสปริงฟิลด์อย่างโดดเดี่ยว ความโง่และความหูเบาบดบังดวงตาของฉันจนมองไม่เห็นความจริง และบทลงโทษของฉันคือการต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่จมอยู่กับความรู้สึกผิด ความเสียดาย และการมองดูความสำเร็จของอดีตภรรยากับลูกแฝดที่ฉันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องตัวพวกเขาอีกไปชั่วชีวิต.