อดีตแม่ผัวสาดน้ำสกปรกใส่ฉันเพราะรังเกียจความ ‘ยากจน’… แต่เธอหารู้ไม่ว่า ฉันคือมหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทที่พวกเธอกำลังก้มหัวทำงานให้!

ตลอดระยะเวลาสองปีที่ฉันก้าวเข้าไปอยู่ในบ้านตระกูล ‘พิพัฒน์พงศ์’ ในฐานะลูกสะใภ้ ฉันต้องทนรองรับอารมณ์และคำดูถูกสารพัด ราวกับว่าฉันไม่ใช่คน

ฉันชื่อ “ญาดา” อดีตภรรยาของ “นพดล” ชายหนุ่มที่ฉันเคยคิดว่าเขารักฉันที่ตัวตน ไม่ใช่เงินทอง เพื่อพิสูจน์รักแท้ ฉันจึงเลือกที่จะซ่อนฐานะที่แท้จริงของตัวเอง ปลอมตัวเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ทำงานรับเงินเดือนชนเดือน และก้าวเข้าสู่ครอบครัวของเขาด้วยมือเปล่า

แต่ความจริงใจของฉันกลับถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี “คุณหญิงลัดดา” แม่ของนพดล รังเกียจความยากจนจอมปลอมของฉันจนเข้ากระดูกดำ เธอใช้งานฉันเยี่ยงทาส รับใช้คนในบ้านตั้งแต่สางจนดึกดื่น ซ้ำร้าย นพดลยังเห็นดีเห็นงามและแอบไปคบชู้กับลูกสาวนักธุรกิจที่แม่ของเขาหามาประเคนให้ จนในที่สุด ฉันก็ถูกไล่ออกจากบ้านพร้อมกับคำด่าทอว่า “ผู้หญิงชั้นต่ำ” และใบหย่าที่ถูกปาใส่หน้า

พวกเขาทิ้งฉันอย่างไม่ไยดี โดยไม่เคยล่วงรู้เลยว่า… เบื้องหลังเสื้อผ้าเก่าๆ และท่าทีเจียมตัวนั้น ฉันคือทายาทเพียงคนเดียวและประธานกรรมการบริหารของ ‘แกรนด์ เอ็มไพร์ กรุ๊ป’ บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการธุรกิจ!

สามเดือนหลังจากการหย่าร้างที่แสนเจ็บปวด ฉันกลับมาสวมมงกุฎของตัวเองอีกครั้งในฐานะซีอีโอ วันนี้ฉันตั้งใจแต่งตัวด้วยชุดลำลองเรียบง่าย เสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์ธรรมดา เพื่อลงมาตรวจตราความเรียบร้อยของล็อบบี้บริษัทสาขาใหญ่ด้วยตัวเองโดยไม่ให้พนักงานรู้ตัว

แต่โลกใบนี้ก็กลมจนน่าสมเพช ในขณะที่ฉันกำลังยืนดูโมเดลโครงการใหม่อยู่มุมหนึ่งของล็อบบี้ เสียงแหลมปรี๊ดที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาทำลายความสงบ

“อุ๊ยตาย! นั่นมันนังญาดาไม่ใช่เหรอ? ซมซานมาทำอะไรที่ตึกหรูๆ แบบนี้ล่ะ หรือว่ามาเดินขอทานหาเศษเงิน!”

ฉันหันไปมอง และพบกับคุณหญิงลัดดาที่กำลังเดินควงแขนมากับนพดล อดีตสามีของฉัน พวกเขาแต่งตัวหรูหราฟู่ฟ่า นพดลสวมสูทตัวใหม่เอี่ยม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและจองหอง ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้จากรายงานของฝ่ายบุคคลว่า นพดลเพิ่งได้รับการโปรโมทให้เป็นหัวหน้าแผนกเล็กๆ ในบริษัทของฉัน และวันนี้แม่ของเขาก็คงจะมาเลี้ยงฉลองความสำเร็จอันน้อยนิดนี้

“ญาดา เธอมาทำอะไรที่นี่?” นพดลมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเหยียดหยาม “ตึกนี้คือ แกรนด์ เอ็มไพร์ กรุ๊ป บริษัทระดับโลกที่ฉันทำงานอยู่ ไม่ใช่สถานที่ที่คนตกงานซอมซ่ออย่างเธอจะมาเดินเพ่นพ่านได้ รปภ. ปล่อยให้คนจรจัดเข้ามาได้ยังไงเนี่ย!”

ฉันมองผู้ชายที่เคยรักด้วยสายตาที่ว่างเปล่า “ฉันจะมาที่ไหนมันก็เรื่องของฉัน พื้นที่ตรงนี้เป็นที่สาธารณะของตึก”

“ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะนังชั้นต่ำ!” คุณหญิงลัดดาตวาดเสียงดังจนพนักงานบริเวณนั้นเริ่มหันมามอง เธอเดินปรี่เข้ามาหาฉันด้วยความหมั่นไส้ “ถูกลูกชายฉันทิ้งไปแล้ว ยังมีหน้ามาเดินตามตื๊อถึงที่ทำงานอีก สงสัยจะไม่มีข้าวติดกระเพาะล่ะสิ ถึงได้มาเกาะแกะลูกชายฉัน!”

“ฉันไม่ได้ตามใครมา และฉันก็ไม่ได้สนใจลูกชายของคุณแม้แต่นิดเดียวค่ะ” ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเยือกเย็น

คำตอบของฉันยิ่งทำให้คุณหญิงลัดดาโกรธจัดจนหน้าดำหน้าแดง เธอหันไปเห็นพนักงานทำความสะอาดที่กำลังเข็นรถถังน้ำถูพื้นผ่านมาพอดี ด้วยความเกลียดชังและอยากจะฉีกหน้าฉันให้ได้รับความอับอายถึงขีดสุด คุณหญิงลัดดาคว้าถังพลาสติกที่บรรจุน้ำถูพื้นสีขุ่นคลั่กและเต็มไปด้วยคราบสกปรก สาดโครมเข้าใส่ร่างของฉันอย่างแรง!

ซ่า!!

น้ำสกปรกเหม็นคาวเปียกชุ่มไปทั้งตัวฉัน หยดน้ำเกาะพราวบนเส้นผมและเสื้อยืดสีขาว ฉันยืนนิ่งงัน หลับตาลงเพื่อข่มความโกรธที่กำลังเดือดดาลอยู่ในอก

“ฮ่าๆๆ! สมน้ำหน้า!” คุณหญิงลัดดาระเบิดเสียงหัวเราะอย่างสะใจ “น้ำล้างพื้นสกปรกๆ นี่แหละ เหมาะกับกำพืดของคนอย่างแกที่สุด จำเอาไว้ว่าอย่ามาเสนอหน้าให้ตระกูลผู้ดีอย่างพวกฉันเห็นอีก ไสหัวไปได้แล้ว!”

นพดลยืนมองฉันด้วยสายตาสมเพช ไม่แม้แต่จะห้ามปรามการกระทำอันป่าเถื่อนของแม่ตัวเอง เขากลับยิ้มเยาะและส่ายหน้า “กลับไปซะเถอะญาดา อย่าให้ผมต้องเรียก รปภ. มาลากตัวคุณออกไปเลย มันจะดูน่าสมเพชไปกว่านี้”

ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้น เช็ดคราบน้ำสกปรกออกจากใบหน้าอย่างเชื่องช้า ไม่มีน้ำตาแห่งความอ่อนแอหลั่งออกมาแม้แต่หยดเดียว มีเพียงสายตาที่คมกริบดุจพญาเหยี่ยวที่จ้องมองไปยังมนุษย์ใจบอดทั้งสองคน

“คุณกล้าสาดน้ำใส่ฉัน ในพื้นที่ของฉันงั้นเหรอคะ คุณหญิงลัดดา?” ฉันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก

“พื้นที่ของแก? ประสาทหลอนไปแล้วหรือไง!” คุณหญิงลัดดากรีดร้อง

แต่ก่อนที่เธอจะได้ด่าทออะไรไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่ก็ดังกระหึ่มขึ้นจากทางเข้าล็อบบี้

“ท่านประธานครับ!! เกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน!!”

เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกดังมาจาก “คุณสมภพ” ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารระดับสูงของบริษัท เขาวิ่งกระหืดกระหอบนำหน้าทีมรักษาความปลอดภัยนับสิบคนและเลขาธิการส่วนตัวของฉันเข้ามา ทุกคนรีบวิ่งมาล้อมรอบตัวฉันด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดด้วยความตกใจ

เลขาของฉันรีบถอดเสื้อสูทราคาแพงมาคลุมทับร่างที่เปียกปอนของฉันทันที พร้อมกับส่งผ้าเช็ดหน้าให้ด้วยมือที่สั่นเทา “ท-ท่านประธานญาดา บาดเจ็บตรงไหนไหมคะ! ใครบังอาจทำเรื่องต่ำช้าแบบนี้!”

คำเรียกขานว่า “ท่านประธานญาดา” ดังก้องไปทั่วล็อบบี้ ราวกับสายฟ้าฟาดลงมากลางกบาลของนพดลและคุณหญิงลัดดา

เสียงหัวเราะเยาะเย้ยหยุดชะงักลงในพริบตา นพดลเบิกตากว้างจนแทบถลน ร่างกายของเขาสั่นสะท้านราวกับจับไข้ เขามองหน้าผู้อำนวยการสมภพ สลับกับใบหน้าที่เปียกปอนแต่เปี่ยมไปด้วยอำนาจของฉัน

“ผ-ผอ. สมภพครับ… ท่านเรียกผู้หญิงคนนี้ว่าอะไรนะครับ? เธอ… เธอเป็นแค่อดีตเมียเก่าที่ยากจนของผมนะครับ!” นพดลละล่ำละลักถาม เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ผู้อำนวยการสมภพหันขวับไปมองนพดลด้วยสายตาโกรธจัด “หุบปากเดี๋ยวนี้นายนพดล! แกกล้าดีหลบหลู่ผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานกรรมการบริหารสูงสุดของ แกรนด์ เอ็มไพร์ กรุ๊ป ได้ยังไง! ตึกนี้ บริษัทนี้ และเงินเดือนที่แกได้รับทุกบาททุกสตางค์ ล้วนมาจากคุณญาดาทั้งสิ้น!”

คุณหญิงลัดดาหน้าซีดเผือดราวกับศพไร้เลือด ขาทั้งสองข้างของเธอหมดแรงจนทรุดก้อนจำเบ้าลงไปนั่งกับพื้นน้ำที่เธอกระซาดใส่ฉันเมื่อครู่นี้ เธอมองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสยดสยอง ไม่ต่างจากคนที่เพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองไปกระตุกหนวดมัจจุราชเข้าเสียแล้ว

“ม-ไม่จริง… นังญาดาเป็นมหาเศรษฐี… เจ้าของบริษัทนี้…” คุณหญิงลัดดาพึมพำเสียงสั่น ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้

ฉันก้าวเดินเข้าไปหาอดีตสามีและแม่ของเขาด้วยท่วงท่าที่สง่างาม แม้ร่างกายจะเปียกปอน แต่มนตร์ขลังแห่งอำนาจกลับแผ่ซ่านจนทำให้พวกเขาก้มหน้าหลบสายตา

“ฉันเคยยอมลดตัวลงไปเป็นคนธรรมดา ทนรับการถูกเหยียบย่ำและดูถูก เพียงเพราะฉันอยากสร้างครอบครัวที่มีความรักที่แท้จริง ไม่ใช่รักที่เงินทอง” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดังกังวานไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง “แต่พวกคุณกลับเลือกที่จะตาบอด มองข้ามความดี และบูชาแต่เปลือกนอก… ในเมื่อพวกคุณรังเกียจความจนของฉันนัก วันนี้ฉันก็จะให้พวกคุณได้ลิ้มรสความยากจนที่แท้จริงดูบ้าง!”

ฉันหันไปสั่งการผู้อำนวยการสมภพด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “ไล่นายนพดลออกจากการเป็นพนักงานของบริษัทเดี๋ยวนี้ ริบสวัสดิการทุกอย่างคืน และส่งรายชื่อเขาขึ้นแบล็กลิสต์ในเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจของเราทุกแห่ง… ฉันไม่อยากให้เขาหาเศษเงินในวงการนี้ได้อีกต่อไป”

“ท-ท่านประธาน! ญาดา! ผมขอโทษ! ผมมันโง่เอง ผมรักคุณนะญาดา ให้อภัยผมเถอะ เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่นะ!” นพดลคลานเข่าเข้ามาร้องไห้ฟูมฟาย พยายามจะจับข้อเท้าของฉัน

ฉันถอยหลังหลบด้วยความขยะแขยง “อย่าเอามือสกปรกของคนทรยศมาแตะต้องตัวฉัน… อ้อ ส่วนผู้หญิงคนนี้” ฉันปรายตามองคุณหญิงลัดดาที่กำลังตัวสั่นงันงก “แจ้งตำรวจข้อหาทำร้ายร่างกายและหมิ่นประมาท ฉันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ให้เธอไปชดใช้กรรมในคุก จะได้รู้ซึ้งว่าคนที่เธอสาดน้ำใส่ คือคนที่สามารถเหยียบตระกูลของเธอให้จมดินได้เพียงแค่พลิกฝ่ามือ!”

ฉันหมุนตัวหันหลังเดินกลับไปที่ลิฟต์ส่วนตัวของผู้บริหาร โดยมีทีมรักษาความปลอดภัยคุ้มกันอย่างแน่นหนา ทิ้งให้นพดลและคุณหญิงลัดดากรีดร้องโหยหวน ร้องไห้ขอความเมตตาอยู่เบื้องหลัง ขณะที่ตำรวจและพนักงานรักษาความปลอดภัยกำลังลากตัวพวกเขาออกไปจากตึกอย่างน่าสมเพช

ความอหังการ์และดวงใจที่มืดบอดของพวกเขา ได้ทำลายเพชรเม็ดงามที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในมือไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… อย่าตัดสินคุณค่าของใครเพียงแค่เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ และอย่าทำร้ายใครเพียงเพราะคิดว่าเขาไม่มีทางสู้ เพราะในวันที่หน้ากากถูกถอดออก ความเย่อหยิ่งที่คุณเคยสาดใส่คนอื่น มันจะย้อนกลับมาเชือดเฉือนชีวิตคุณให้พินาศย่อยยับ… ไปตลอดกาล!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *