“ออกไปจากบ้านของฉันซะ!” สามีทรยศไล่ฉันกับลูกน้อยแรกเกิดออกจากวิลล่าหรู…

โดยไม่รู้เลยว่าฉันคือเจ้าของที่แท้จริง และโทรศัพท์เพียงสายเดียวจะเปลี่ยนชีวิตเขาให้กลายเป็นนรก! เสียงร้องไห้จ้าของ “น้องนลิน” ลูกสาววัยเพียงหนึ่งเดือนของฉัน ดังก้องไปทั่วห้องนั่งเล่นของวิลล่าหรูราคาหลายสิบล้าน แต่เสียงนั้นกลับไม่สามารถเรียกความเห็นใจจากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “พ่อ” ได้เลยแม้แต่น้อย “เก็บข้าวของของเธอแล้วออกไปจากบ้านของฉันซะ!” เสียงตวาดกร้าวของ “เอก” สามีที่ฉันแต่งงานด้วยมาสามปี ดังสนั่นแข่งกับเสียงฟ้าร้องด้านนอก เขายืนกอดอกมองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ โดยมี “อลิส” เลขาสาวคนสนิทของเขายืนเกาะแขนและแสยะยิ้มเย้ยหยันอยู่ข้างๆ ฉันกระชับอ้อมกอดอุ้มลูกน้อยที่กำลังตัวสั่นไว้แน่น พยายามระงับอารมณ์โกรธที่กำลังเดือดพล่านอยู่ในอก “เอก… คุณกำลังจะไล่ฉันกับลูกแท้ๆ ของคุณออกไปในคืนที่ฝนตกหนักแบบนี้น่ะเหรอ? เพียงเพื่อจะเอาเมียน้อยเข้ามาอยู่ในบ้านเนี่ยนะ!” เอกแค่นหัวเราะอย่างเย่อหยิ่ง “ก็บ้านหลังนี้มันเป็นเงินของฉัน! ฉันเป็นผู้บริหารระดับสูง เป็นคนหาเงินเข้าบ้าน ส่วนเธอเป็นแค่แม่บ้านที่เกาะฉันกินไปวันๆ ฉันมีสิทธิ์จะให้ใครอยู่หรือให้ออกไปก็ได้ …

“ออกไปจากบ้านของฉันซะ!” สามีทรยศไล่ฉันกับลูกน้อยแรกเกิดออกจากวิลล่าหรู… Read More

ฉันถูกไล่ออกจากงานแต่งตัวเองเพราะรูปถ่ายปริศนา…

แต่เสี้ยววินาทีที่เจ้าบ่าวกำลังสวมแหวนให้หญิงอื่น คลิปเสียงที่ฉันซ่อนไว้ก็ดังลั่นโบสถ์เพื่อบดขยี้ชีวิตพวกเขาให้พังพินาศ! แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกสีของโบสถ์คริสต์อันเก่าแก่และงดงาม ฉันชื่อ “นลิน” ยืนมองตัวเองในกระจกเงาด้วยหัวใจที่พองโต ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ที่สั่งตัดเย็บอย่างประณีตแนบชิดไปกับเรือนร่าง วันนี้คือวันสำคัญที่สุดในชีวิต วันที่ฉันจะได้ก้าวเดินไปตามพรมแดงเพื่อจับมือกับ “เตชินท์” ผู้ชายที่ฉันมอบความรักและความไว้วางใจให้หมดทั้งหัวใจตลอดระยะเวลาสี่ปีที่เราคบกันมา ฉันหลับตาลงและวาดฝันถึงอนาคตที่สวยงาม โดยไม่เคยรู้เลยว่าฝันหวานนั้นกำลังจะกลายเป็นฝันร้ายที่โหดเหี้ยมที่สุดเพียงชั่วพริบตา จู่ๆ ประตูห้องแต่งตัวเจ้าสาวก็ถูกผลักให้เปิดออกอย่างแรงจนกระแทกผนัง เตชินท์เดินก้าวร้าวเข้ามาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำไปด้วยความโกรธจัด ตามมาด้วยคุณหญิงแม่ของเขา และ “มาริสา” เพื่อนสนิทของเตชินท์ที่วันนี้สวมชุดเดรสลูกไม้สีขาวราวกับตั้งใจจะมาแข่งความเด่นกับเจ้าสาว ก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยปากถามอะไร เตชินท์ก็ปาโทรศัพท์มือถือของเขาใส่หน้าอกฉันอย่างแรงจนมันร่วงลงพื้น หน้าจอโทรศัพท์แสดงให้เห็นภาพข้อความปริศนาที่ถูกส่งเข้ามากระจายในกลุ่มไลน์ของครอบครัวและแขกเหรื่อทุกคน มันเป็นภาพถ่ายของฉันที่กำลังเดินควงแขนและกอดจูบกับผู้ชายแปลกหน้ารุ่นราวคราวพ่อในโรงแรมแห่งหนึ่ง พร้อมกับมีข้อความแนบมา กล่าวหาว่าฉันเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่แอบขายบริการและคบซ้อนเพื่อหลอกเอาสมบัติของเตชินท์ ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่าผู้ชายในภาพนั้นคือคุณลุงแท้ๆ ของฉันที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ และภาพการกอดจูบนั่นมันคือมุมกล้องที่ถูกตัดต่ออย่างจงใจเพื่อใส่ร้ายฉัน …

ฉันถูกไล่ออกจากงานแต่งตัวเองเพราะรูปถ่ายปริศนา… Read More

คืนก่อนแต่งงานฉันจับได้ว่าคู่หมั้นแอบไปเฝ้าหญิงตั้งครรภ์ที่โรงพยาบาล…

เช้าวันรุ่งขึ้นฉันจึงสวมชุดเจ้าสาวเดินเข้าโบสถ์เพื่อฉีกหน้ากากเขาและบดขยี้ชีวิตเขาให้พังพินาศ! ฉันชื่อ “รินทร์” พรุ่งนี้คือวันสำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน วันที่ฉันจะได้สวมชุดเจ้าสาวและเดินเข้าสู่ประตูวิวาห์กับ “ธาม” ผู้ชายที่ฉันรักและฝากฝังอนาคตไว้ แต่คืนก่อนวันแต่งงาน ทุกอย่างกลับพลิกผันเมื่อฉันพบว่าธามไม่ได้อยู่ที่คอนโดเพื่อเตรียมตัวเข้าหออย่างที่เขาบอก ตำแหน่งจากแอปพลิเคชันติดตามโทรศัพท์ที่ฉันเคยผูกไว้ขำๆ กลับแจ้งเตือนว่าเขาอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ด้วยความสงสัยและเป็นห่วง ฉันจึงขับรถไปที่โรงพยาบาลกลางดึก เมื่อไปถึงแผนกสูตินรีเวช ภาพที่ปรากฏตรงหน้าผ่านช่องประตูกระจกห้องพักฟื้น ทำให้โลกทั้งใบของฉันพังทลายลงในพริบตา ธามกำลังนั่งกุมมือผู้หญิงคนหนึ่งที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ ท้องของเธอนูนป่องอย่างเห็นได้ชัดว่ากำลังตั้งครรภ์ได้หลายเดือนแล้ว เขาก้มลงจูบหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน พร้อมกับกระซิบคำพูดที่กรีดลึกลงไปในหัวใจของฉัน “อดทนหน่อยนะพลอย พรุ่งนี้พอพี่เข้าพิธีแต่งงานกับรินทร์และได้สิทธิ์บริหารบริษัทของครอบครัวเธออย่างสมบูรณ์แล้ว พี่จะรีบฮุบเงินทั้งหมดมาสร้างครอบครัวของเรา พี่รักพลอยกับลูกของเรานะ” น้ำตาของฉันไหลอาบแก้ม แต่ฉันเอามือปิดปากแน่นเพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกไป ฉันไม่พังประตูเข้าไปอาละวาด ฉันไม่ด่าทอ ฉันเพียงแค่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกวิดีโอภาพเหตุการณ์และเสียงสบถรักจอมปลอมนั้นไว้จนจบ ฉันขับรถกลับบ้านด้วยหัวใจที่ด้านชา …

คืนก่อนแต่งงานฉันจับได้ว่าคู่หมั้นแอบไปเฝ้าหญิงตั้งครรภ์ที่โรงพยาบาล… Read More

เขาตบหน้าฉันสิบสองครั้งเพียงเพื่อระบายความโกรธแค้นที่มีต่อแม่ของเขา…

 และนั่นคือจุดจบที่ทำให้ฉันลุกขึ้นมาบดขยี้ชีวิตเขาให้พังพินาศ! เพียะ! เสียงฝ่ามือหนากระทบลงบนใบหน้าของฉันดังสนั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันดังจนหูของฉันอื้ออึงและได้ยินเพียงเสียงวิ้งๆ อยู่ในหัว เขาตบหน้าฉันเป็นครั้งที่สิบสอง… ใช่ ฉันจดจำและนับมันทุกครั้งที่ฝ่ามือนั้นฟาดลงมาบนแก้มของฉัน จนกระทั่งถึงการตบครั้งที่สิบสอง ฉันก็ไม่รู้สึกถึงแก้มของตัวเองอีกต่อไป มันไม่ใช่เพราะว่าแก้มของฉันชาจนเลิกเจ็บปวด แต่มันเป็นเพราะความรู้สึกในตอนนั้น… มันเหมือนกับว่าจิตวิญญาณและร่างกายของฉัน ได้หลุดลอยออกจากผิวหนังและตัวตนของตัวเองไปชั่วขณะ ฉันยืนนิ่ง นัยน์ตาว่างเปล่า มองดูผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “สามี” กำลังยืนหอบหายใจแรงอยู่ตรงหน้า แววตาของเขาแดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ร่างกายสั่นเทาไปด้วยความเกรี้ยวกราดราวกับสัตว์ป่าที่คลุ้มคลั่ง แต่ความจริงที่น่าสมเพชที่สุดก็คือ… เขาไม่ได้โกรธแค้นหรือเกลียดชังอะไรฉันเลยแม้แต่นิดเดียว ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลยด้วยซ้ำ เรื่องราวอันเลวร้ายทั้งหมดนี้ มันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้เอง “กวิน” สามีของฉันเพิ่งวางสายโทรศัพท์จากแม่แท้ๆ ของเขา …

เขาตบหน้าฉันสิบสองครั้งเพียงเพื่อระบายความโกรธแค้นที่มีต่อแม่ของเขา… Read More

เมื่อฉันต้องคุกเข่าเช็ดรองเท้าเปื้อนไวน์ให้ว่าที่พ่อตาตามคำสั่ง โดยที่แฟนหนุ่มยืนมองอย่างเงียบงัน…

ทว่าคำพูดเพียงประโยคเดียวจากน้องสาวของเขา กลับฉีกหน้ากากเศรษฐีจอมปลอมและเปลี่ยนงานเลี้ยงให้กลายเป็นจุดจบของตระกูล! ฉันชื่อ ‘รินลดา’ ฉันใช้เวลาถึงสามปีเต็มในการบ่มเพาะความรักกับ ‘กวิน’ ผู้ชายที่ฉันเคยเชื่อหมดหัวใจว่าเขาคือความอบอุ่นและที่พักพิงที่ปลอดภัยที่สุดในชีวิต เราพบกันสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เขาเป็นผู้ชายที่ดูเอาใจใส่และอ่อนโยน แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันพยายามหลอกตัวเองและมองข้ามมาตลอดคือความขี้ขลาดของเขา กวินไม่เคยกล้าขัดใจหรือปกป้องฉันจากครอบครัวของเขาเลย ครอบครัวตระกูล ‘วรโชติ’ เป็นพวกเศรษฐีเก่าที่จมไม่ลง พวกเขายังคงใช้ชีวิตฟู่ฟ่า ขับรถสปอร์ต ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม และจัดงานเลี้ยงหรูหราเพียงเพื่อรักษาเปลือกนอกทางสังคม ทั้งที่ความจริงแล้วธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของพวกเขากำลังขาดทุนย่อยยับและมีหนี้สินล้นพ้นตัว พวกเขาเกลียดที่ฉันแต่งตัวเรียบง่าย ใช้ชีวิตติดดิน ขับรถญี่ปุ่นธรรมดาๆ และมักจะมองว่าฉันเป็นเพียงผู้หญิงยากจนไร้หัวนอนปลายเท้าที่หวังจะมาเกาะลูกชายของเขากินเพื่อยกระดับฐานะ โดยที่พวกเขาไม่เคยระแคะระคายเลยว่า เบื้องหลังเสื้อผ้าธรรมดาๆ เหล่านี้ ฉันคือประธานกรรมการบริหารและทายาทเพียงคนเดียวของ ‘โกลบอล แคปปิตอล’ กองทุนการเงินระดับนานาชาติ …

เมื่อฉันต้องคุกเข่าเช็ดรองเท้าเปื้อนไวน์ให้ว่าที่พ่อตาตามคำสั่ง โดยที่แฟนหนุ่มยืนมองอย่างเงียบงัน… Read More

11 ปีที่เขาตราหน้าว่าฉัน ‘เป็นหมัน’ และเฉดหัวฉันทิ้งเพื่อไปเชิดชูเมียน้อยที่กำลังท้อง…

 แต่วันที่ฉันปรากฏตัวในงานวิวาห์ร้อยล้านของเขาพร้อมลูกน้อยทั้งสามคน ฝันหวานของเขาก็พังทลายกลายเป็นฝันร้ายที่ไม่มีวันตื่น! สิบเอ็ดปีที่แล้ว ในคืนที่ฝนตกหนักที่สุดในชีวิตของฉัน “ภพ” อดีตสามีที่ฉันร่วมสร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยกัน ได้โยนกระเป๋าเสื้อผ้าของฉันออกไปกองที่หน้าประตูบ้าน เขาจ้องมองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจและขยะแขยง ในขณะที่โอบกอด “ริสา” เลขาสาววัยใสของเขาที่กำลังใช้มือลูบหน้าท้องที่นูนป่องของตัวเองอย่างจงใจ “ออกไปจากบ้านของฉันซะ นาริน!” เสียงของภพตวาดลั่นแข่งกับเสียงสายฝน “ฉันทนอยู่กับผู้หญิง ‘เป็นหมัน’ อย่างเธอมานานเกินพอแล้ว ผู้ชายอย่างฉันต้องมีทายาทสืบสกุล และริสาก็กำลังอุ้มท้องลูกชายของฉันอยู่ เธอมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่าที่ให้กำเนิดชีวิตไม่ได้ เก็บของของเธอแล้วไสหัวไปซะ!” ฉันยืนตัวสั่นเทาท่ามกลางสายฝน ไม่ใช่เพราะความหนาวเย็น แต่เป็นเพราะความเจ็บปวดที่ถูกทรยศและถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนแหลกเหลว ฉันจากมาพร้อมกับน้ำตาและความอัปยศ โดยที่ภพไม่เคยรู้ความลับที่ตลกร้ายที่สุดในชีวิต… หลังจากที่ฉันถูกไล่ออกมา ฉันได้ไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลและพบว่า มดลูกและรังไข่ของฉันสมบูรณ์พร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ ความสงสัยทำให้ฉันแอบใช้เส้นสายขอประวัติการตรวจสุขภาพของภพจากคลินิกที่เราเคยไปตรวจด้วยกันเมื่อหลายปีก่อน …

11 ปีที่เขาตราหน้าว่าฉัน ‘เป็นหมัน’ และเฉดหัวฉันทิ้งเพื่อไปเชิดชูเมียน้อยที่กำลังท้อง… Read More

ผมแอบซ่อนตัวอยู่ใต้เตียงเพราะเพื่อนบ้านบอกว่าภรรยาของผมมักจะร้องไห้อย่างหนักในตอนบ่ายเสมอ…

 และความลับที่ผมได้ค้นพบในวันนั้นก็เปลี่ยนแปลงชีวิตของผมไปตลอดกาล! ผมชื่อ “กริช” ผมแต่งงานกับ “มีน” ผู้หญิงที่มีรอยยิ้มสดใสและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะโชคดีได้พบเจอ เราใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาเข้าปีที่สามแล้ว ในสายตาของคนรอบข้างและแม้กระทั่งในสายตาของผมเอง ชีวิตครอบครัวของเราดูสมบูรณ์แบบราวกับหลุดออกมาจากนิตยสาร ผมเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ที่กำลังทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างบริษัทสตาร์ทอัพของตัวเอง ผมทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ กลับบ้านดึกดื่นแทบทุกวันเพราะมีความเชื่อฝังหัวว่า “ความมั่นคงทางการเงินคือสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมจะมอบให้ภรรยาได้” ส่วนมีน เธอเสียสละลาออกจากงานประจำมาเป็นแม่บ้านเต็มตัวเพื่อคอยสนับสนุนผม ทุกครั้งที่ผมลากสังขารอันเหนื่อยล้ากลับมาถึงบ้าน ไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหน ผมจะพบกับแสงไฟสลัวๆ ที่เปิดรอไว้ อาหารเย็นที่จัดเตรียมไว้อย่างสวยงามบนโต๊ะ และรอยยิ้มต้อนรับของมีนที่ทำให้ความเครียดจากงานมลายหายไปจนหมดสิ้น ผมหลงระเริงอยู่กับความสุขที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้นำครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ โดยไม่เคยสังเกตเห็นเลยว่า ภายใต้รอยยิ้มแสนหวานนั้นมีความลับที่ดำมืดซ่อนอยู่ จนกระทั่งเช้าวันอาทิตย์วันหนึ่ง ป้าศรี หญิงวัยเกษียณที่อาศัยอยู่บ้านติดกัน ได้เดินมาด้อมๆ มองๆ ที่ริมรั้วขณะที่ผมกำลังรดน้ำต้นไม้ …

ผมแอบซ่อนตัวอยู่ใต้เตียงเพราะเพื่อนบ้านบอกว่าภรรยาของผมมักจะร้องไห้อย่างหนักในตอนบ่ายเสมอ… Read More

สาวใช้พาลูกสาวที่ป่วยหนักมาทำงานด้วยความจำใจ มหาเศรษฐีเห็นหน้าเด็กกลับหน้าซีดเผือดและตะโกนลั่น…

 ก่อนที่ความลับสุดร้าวรานจะถูกเปิดเผยจนทั้งคฤหาสน์ต้องตกตะลึง! เช้าตรู่วันนั้น อากาศในกรุงเทพมหานครเต็มไปด้วยความอึมครึมและเมฆฝนที่ตั้งเค้า “ลิน” หญิงสาวสู้ชีวิตวัยยี่สิบแปดปี ยืนมองลูกสาวตัวน้อยวัยห้าขวบ “น้องใยไหม” ที่กำลังนอนกระสับกระส่ายอยู่บนฟูกเก่าๆ ในห้องเช่าซอมซ่อ แก้มของเด็กน้อยแดงก่ำ ลมหายใจร้อนผ่าวเพราะพิษไข้ที่พุ่งสูง ลินพยายามเช็ดตัวลดไข้ให้ลูกตลอดทั้งคืน แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้นเลย เธอมีเงินติดตัวเพียงไม่กี่ร้อยบาท ซึ่งไม่พอแม้แต่จะพาไปคลินิกใกล้บ้าน วันนี้เธอมีเวรต้องไปทำความสะอาดที่คฤหาสน์ของ “คุณภาคิน” มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและเย็นชาที่สุดในแวดวงธุรกิจ หัวหน้าแม่บ้านเคยยื่นคำขาดไว้แล้วว่า หากเธอขาดงานอีกเพียงวันเดียว เธอจะถูกไล่ออกทันที ลินไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่อไม่มีใครคอยดูแลลูกและเธอก็ทิ้งลูกที่กำลังป่วยหนักไว้ลำพังไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจห่อตัวน้องใยไหมด้วยผ้าห่มผืนหนา อุ้มลูกแนบอก และแอบพาเด็กน้อยนั่งรถเมล์ฝ่าฝนมายังคฤหาสน์หลังงามด้วยความจำใจ เมื่อมาถึง ลินแอบพาลูกเข้าไปซ่อนไว้ในห้องพักแคบๆ ของคนงานหลังคฤหาสน์ ป้อนยาพาราเซตามอลราคาถูกและกำชับลูกเสียงสั่นว่า …

สาวใช้พาลูกสาวที่ป่วยหนักมาทำงานด้วยความจำใจ มหาเศรษฐีเห็นหน้าเด็กกลับหน้าซีดเผือดและตะโกนลั่น… Read More

อ้อมกอดปริศนาเหนือม่านเมฆ: เมื่อชายแปลกหน้าช่วยฉันจากอดีตคนรักจอมบงการ ที่มาดักรอชิงตัวลูกสาวพร้อมความลับที่ถูกซ่อนไว้!

I. ความหวาดกลัวที่ระดับความสูง 30,000 ฟุต เที่ยวบินระยะไกลจากลอนดอนมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานครใช้เวลาเกือบสิบสองชั่วโมง แต่สำหรับ “ลลิน” มันยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ เธอนั่งตัวสั่นอยู่ริมหน้าต่างเครื่องบิน โดยมี “น้องณดา” ลูกสาววัยห้าขวบที่กำลังนอนหลับสนิทซบอยู่บนตัก หกปีที่แล้ว ลลินหนีออกจากประเทศไทยด้วยหัวใจที่แตกสลาย หลังจากที่ “ภาคิน” ทายาทมหาเศรษฐีและอดีตคนรักของเธอ บังคับให้เธอทำแท้งเมื่อรู้ว่าเธอตั้งครรภ์ เขาบอกว่าเธอเป็นเพียงของเล่นชั่วคราวและลูกของเธอคือ ‘ความผิดพลาด’ ที่จะมาทำลายอนาคตการแต่งงานกับผู้หญิงที่คู่ควรของเขา ลลินเลือกที่จะหนีไปเผชิญชะตากรรมตามลำพังในต่างแดน เพื่อปกป้องชีวิตเล็กๆ นี้ไว้ แต่เหตุผลที่เธอต้องบินกลับมาในวันนี้ คือความลับที่เธอกำลังซ่อนไว้… น้องณดามีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่หาได้ยากยิ่ง และจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในประเทศไทยเป็นการด่วน ขณะที่เครื่องบินกำลังตกหลุมอากาศ ลลินเกิดอาการแพนิค …

อ้อมกอดปริศนาเหนือม่านเมฆ: เมื่อชายแปลกหน้าช่วยฉันจากอดีตคนรักจอมบงการ ที่มาดักรอชิงตัวลูกสาวพร้อมความลับที่ถูกซ่อนไว้! Read More

มหาเศรษฐีหนุ่มแกล้งหลับเพื่อทดสอบ “สาวใช้คนใหม่” หลังคนเก่าลาออกถึง 11 คนใน 8 เดือน…

แต่สิ่งที่เธอทำกลับทำให้เขาอึ้งจนพูดไม่ออก! I. อาถรรพ์สาวใช้คนที่สิบสอง เมื่อ อาร์เธอร์ เพนฮาลิกอน (Arthur Penhaligon) มหาเศรษฐีวัย 35 ปีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการอสังหาริมทรัพย์ ได้รับแจ้งจากหัวหน้าพ่อบ้านว่า สาวใช้ประจำตัวคนที่ 11 ได้ขอลาออกไปแล้วด้วยสภาพน้ำตานองหน้าภายในระยะเวลาเพียง 8 เดือน… เขาไม่แม้แต่จะละสายตาจากหน้าจอแล็ปท็อป “ก็หาคนใหม่มา” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาและไร้เยื่อใย อาร์เธอร์ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าระเบียบ อารมณ์ร้าย และความเย็นชาที่แผ่ซ่านออกมาจนใครก็เข้าใกล้ได้ยาก เขาไม่เคยมองว่าพนักงานเป็นมนุษย์ แต่มองว่าเป็นเพียง “กลไก” ที่ต้องทำงานให้คุ้มค่ากับเงินเดือนมหาศาลที่เขาจ่ายให้ ใครทำพลาดเพียงนิดเดียว เขาพร้อมจะไล่ออกโดยไม่สนข้อแก้ตัวใดๆ จนกระทั่ง …

มหาเศรษฐีหนุ่มแกล้งหลับเพื่อทดสอบ “สาวใช้คนใหม่” หลังคนเก่าลาออกถึง 11 คนใน 8 เดือน… Read More