คืนก่อนรับปริญญาเอก สามีเยาะเย้ยและแม่ผัวกลั่นแกล้งตัดผมของฉันพร้อมตอกหน้าว่า “ผู้หญิงที่นี่ไม่ใช่คน”…

 แต่การลุกขึ้นสู้และการปรากฏตัวของคุณพ่อในวันรุ่งขึ้น ได้บดขยี้ชีวิตของพวกเขาย่อยยับไม่มีชิ้นดี!

ความพยายามหยาดเหงื่อและน้ำตาตลอดห้าปีเต็มของฉันกำลังจะผลิดอกออกผลในวันพรุ่งนี้ ฉันชื่อ “ณัชชา” หญิงสาวผู้มุ่งมั่นจนสามารถคว้าใบปริญญาเอกด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์มาได้สำเร็จ แต่แทนที่คืนก่อนวันรับพระราชทานปริญญาบัตรจะเป็นคืนที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและการเฉลิมฉลอง มันกลับกลายเป็นค่ำคืนที่เปิดเผยธาตุแท้ที่เน่าเฟะที่สุดของครอบครัวสามี

ฉันแต่งงานกับ “กฤต” มาได้สี่ปี เขาเป็นผู้จัดการระดับกลางในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่มักจะรู้สึกด้อยค่าในตัวเองเสมอเมื่อเห็นฉันประสบความสำเร็จ ส่วนแม่ของเขา “คุณปราณี” เป็นผู้หญิงหัวโบราณที่ยึดติดกับความคิดที่ว่า ภรรยาต้องเป็นเพียงช้างเท้าหลังและทาสรับใช้ในบ้าน พวกเขาเกลียดที่ฉันมีการศึกษาที่สูงกว่า และมักจะหาเรื่องกดขี่ข่มเหงจิตใจฉันสารพัด

คืนนั้น ฉันกำลังรีดชุดครุยอย่างทะนุถนอมและจัดเตรียมทรงผมสำหรับวันสำคัญ กฤตเดินถือแก้วเหล้าเข้ามาในห้องนอนด้วยใบหน้าที่แดงก่ำและแววตาเหยียดหยาม

“จะตื่นเต้นอะไรนักหนากับไอ้กระดาษเปื้อนหมึกแผ่นเดียวณัชชา?” กฤตแค่นหัวเราะเยาะ “จบด็อกเตอร์แล้วยังไง? สุดท้ายเธอก็ต้องมาคอยซักกางเกงในและทำกับข้าวให้ฉันกินอยู่ดี ผู้หญิงที่เก่งเกินหน้าเกินตาสามี ไม่มีใครเขายกย่องหรอกนะ มีแต่คนเขาสมเพช!”

ฉันพยายามสูดลมหายใจลึก ไม่โต้ตอบเพราะไม่อยากให้มีปากเสียงในคืนสำคัญ แต่ความเงียบของฉันกลับทำให้แม่ผัวที่ยืนแอบฟังอยู่หน้าประตูได้ใจ คุณปราณีเดินกระแทกส้นเท้าเข้ามาในห้อง ในมือของเธอถือ ‘กรรไกรตัดผ้า’ ด้ามใหญ่มาด้วย

ก่อนที่ฉันจะทันตั้งตัว คุณปราณีก็พุ่งเข้ามากระชากกลุ่มผมยาวสลวยที่ฉันเพิ่งสระและไดร์เตรียมไว้สำหรับเกล้าผมในวันพรุ่งนี้ แล้วออกแรงใช้กรรไกรตัดฉับลงมาอย่างป่าเถื่อน!

กริบ!

ปอยผมยาวของฉันร่วงหล่นลงบนพื้นกระเบื้อง ฉันเบิกตากว้างด้วยความช็อกและเจ็บปวดที่หนังศีรษะ ทรงผมที่ตั้งใจจะจัดแต่งให้สวยงามที่สุดในชีวิต ถูกแหว่งและทำลายจนดูไม่ได้

“แม่ทำบ้าอะไรเนี่ย!” ฉันตะโกนลั่นและผลักเธอออกไปสุดแรง

คุณปราณีแสยะยิ้มอำมหิต โยนกรรไกรทิ้งลงพื้นและชี้หน้าด่าฉันด้วยน้ำเสียงดุดัน “จำใส่กะโหลกของเธอเอาไว้นะณัชชา! ‘ผู้หญิงในบ้านหลังนี้ไม่ใช่คน’ เธอมีหน้าที่แค่เป็นเครื่องจักรผลิตลูกและเป็นคนรับใช้ของลูกชายฉัน! อย่ามาริอ่านแต่งตัวสวยงามทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตากฤต! พรุ่งนี้แกก็ใส่ชุดครุยด้วยสภาพหัวแหว่งๆ แบบนี้แหละ จะได้รู้สำนึกว่ากำพืดของตัวเองอยู่ต่ำแค่ไหน!”

กฤตยืนหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ ไม่คิดจะปกป้องฉันแม้แต่นิดเดียว

วินาทีนั้น ฟางเส้นสุดท้ายที่รั้งความอดทนของฉันมาตลอดสี่ปีได้ขาดสะบั้นลงอย่างสมบูรณ์ ฉันมองใบหน้าของผู้ชายที่เคยสัญญาว่าจะรักและดูแลฉัน สลับกับแม่ผัวที่จิตใจมืดบอด ฉันไม่ได้ก้มหน้าร้องไห้เหมือนที่พวกเขากำลังรอสมน้ำหน้า แต่ฉันกลับยืดหลังตรงและก้าวเข้าไปตบหน้ากฤตอย่างแรงจนเขาเซถลาชนตู้เสื้อผ้า!

เพียะ!!

“นี่สำหรับความขี้ขลาดและความเป็นหน้าตัวเมียของคุณ!” ฉันหันไปจ้องหน้าแม่ผัวที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง “และจำคำของฉันเอาไว้นะคะคุณปราณี ฉันเป็นมนุษย์ที่มีค่า มีศักดิ์ศรี และมีความรู้… ขยะโสโครกอย่างพวกคุณต่างหาก ที่ไม่มีค่าพอจะให้ฉันลดตัวลงมาใช้ชีวิตด้วยอีกต่อไป!”

ฉันกวาดชุดครุยและของสำคัญใส่กระเป๋า เดินเหยียบย่ำเศษผมของตัวเองก้าวออกจากบ้านนรกหลังนั้นในคืนนั้นทันที ทิ้งให้สองแม่ลูกยืนด่าทอไล่หลังด้วยความโกรธแค้น

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ หอประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัยอันทรงเกียรติ

แม้ผมของฉันจะแหว่งไปส่วนหนึ่ง แต่ช่างผมมืออาชีพก็สามารถเนรมิตทรงผมเกล้ามวยต่ำที่ดูสง่างามและทรงพลังได้อย่างไร้ที่ติ ฉันสวมชุดครุยปริญญาเอกด้วยความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต

กฤตและคุณปราณีหน้าด้านโผล่มาที่งาน พวกเขาไม่ได้มาเพื่อแสดงความยินดี แต่กฤตพยายามจะมาตีสนิทกับบรรดาผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยเพื่อหาเส้นสายทางธุรกิจให้บริษัทของตัวเอง เมื่อพวกเขาเห็นฉันดูสง่างามและไม่สะทกสะท้าน กฤตก็เดินเข้ามาเบียดและกระซิบเยาะเย้ย

“เก่งนักนะณัชชา แต่อย่าหยิ่งให้มันมากนัก พ่อแม่เธอเป็นแค่คนต่างจังหวัดธรรมดาๆ ไม่ใช่เหรอ? เดี๋ยวจบงานนี้เธอก็ต้องซมซานกลับไปกราบเท้าขอขมาแม่ฉันอยู่ดี เพราะถ้าไม่มีฉันคอยเลี้ยงดู เธอจะเอาปัญญาที่ไหนไปรอด!”

ฉันเพียงแค่ยิ้มเย็นชาและเดินขึ้นไปนั่งประจำที่บนสแตนด์บัณฑิต

เมื่อพิธีการสำคัญมาถึง อธิการบดีได้ประกาศเชิญ “ประธานกรรมการสภามหาวิทยาลัย และประธานบริหารเครือข่ายธุรกิจระดับประเทศ” ผู้เป็นประธานกิตติมศักดิ์ในการมอบทุนวิจัยและกล่าวโอวาท…

“ขอเรียนเชิญ ท่านธนา บริรักษ์เกียรติ ขึ้นกล่าวบนเวทีครับ”

สิ้นเสียงประกาศ กฤตและคุณปราณีที่นั่งอยู่โซนแขกวีไอพีด้านหลังถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น เพราะ “ท่านธนา” คือมหาเศรษฐีผู้กุมชะตาชีวิตบริษัทที่กฤตทำงานอยู่ กฤตพยายามชะเง้อคอเพื่อหวังจะให้ท่านธนามองเห็นตนเอง

ชายวัยกลางคนที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและบารมีก้าวขึ้นไปยืนบนโพเดียม ท่านมองกวาดสายตาไปทั่วหอประชุม ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ฉัน… และส่งยิ้มที่อบอุ่นที่สุดมาให้

“วันนี้ ผมไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ในฐานะประธานบอร์ดบริหารเท่านั้น…” น้ำเสียงของท่านธนาดังกังวานและทรงพลัง “แต่ผมมายืนที่นี่ ในฐานะ ‘พ่อ’ ที่ภูมิใจในตัวลูกสาวที่สุด… ขอเสียงปรบมือให้กับ ดร.ณัชชา บริรักษ์เกียรติ ทายาทเพียงคนเดียวของผมด้วยครับ!”

ราวกับมีระเบิดตกลงมากลางหอประชุม!

กล้องทุกตัวจับภาพมาที่ฉันซึ่งลุกขึ้นยืนโค้งคำนับคุณพ่อด้วยรอยยิ้ม กฤตหน้าซีดเผือดราวกับศพไร้เลือด ขาทั้งสองข้างของเขาสั่นสะท้านจนแทบจะยืนไม่อยู่ ส่วนคุณปราณีถึงกับเอามือทาบอก หายใจหอบรัวด้วยความสยดสยอง พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันปิดบังนามสกุลที่แท้จริงเพื่ออยากใช้ชีวิตคู่แบบคนธรรมดา!

คุณพ่อของฉันยังกล่าวโอวาทต่อไป โดยจ้องมองตรงไปยังโซนที่กฤตและแม่ของเขานั่งอยู่ “ความสำเร็จของลูกสาวผม แลกมาด้วยความอดทนและน้ำตา… เมื่อคืนนี้ มีคนขี้ขลาดบางคนพยายามทำลายความภาคภูมิใจของเธอ ทำร้ายร่างกายเธอ และเหยียดหยามว่า ‘ผู้หญิงไม่ใช่คน'”

บรรยากาศในหอประชุมเงียบกริบจนน่าขนลุก

“ผมขอประกาศไว้ตรงนี้… เครือบริรักษ์เกียรติทั้งหมด จะยุติการร่วมลงทุนและตัดขาดกับบริษัทใดก็ตาม ที่ว่าจ้างคนไร้ศีลธรรมและเหยียดหยามสตรีเพศเยี่ยงนี้! และทนายความส่วนตัวของผม จะจัดการฟ้องร้องข้อหาทำร้ายร่างกายและฟ้องหย่าเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายให้ลูกสาวผมถึงที่สุด!”

คำประกาศิตของคุณพ่อเปรียบเสมือนดาบที่บั่นคอของกฤตและคุณปราณีให้ขาดสะบั้นลงในพริบตา โลกทั้งใบที่พวกเขาสร้างขึ้นจากความเย่อหยิ่งพังทลายลงย่อยยับ ประธานบริษัทของกฤตที่มาร่วมงานด้วย รีบหันไปตะเพิดและสั่งไล่กฤตออกจากการเป็นพนักงานทันทีเพื่อเอาตัวรอด

คุณปราณีทนรับความอับอายและสายตารังเกียจจากผู้คนนับพันไม่ไหว จนเป็นลมล้มพับตกจากเก้าอี้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องเข้ามาหิ้วปีกสองแม่ลูกที่หมดสภาพ ลากออกไปจากหอประชุมอย่างน่าสมเพชที่สุด

หลังจบพิธี ฉันวิ่งเข้าไปสวมกอดคุณพ่อด้วยน้ำตาแห่งความสุขและความโล่งใจ บาดแผลทางใจตลอดสี่ปีถูกชะล้างจนหมดสิ้น ฉันได้ใบปริญญาเอก ได้ทวงคืนอิสรภาพ และได้พิสูจน์ให้เห็นว่า… ผู้หญิงไม่ใช่เครื่องมือรองรับอารมณ์ของใคร และเมื่อใดที่เราลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อคุณค่าของตัวเอง ความยิ่งใหญ่ของเราก็สามารถบดขยี้คนที่กล้ามาดูถูกเหยียบย่ำ ให้จมธรณีได้อย่างไม่มีวันผุดหลุมขึ้นมาอีกเลย!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *