ฉันปิดบังอดีตสามีและครอบครัวเศรษฐีจอมปลอมของเขามาตลอดว่า ฉันคือประธานบริษัทหมื่นล้านที่พวกเขาทำงานให้—จนกระทั่งวันที่พวกเขาไล่ฉันที่กำลังอุ้มท้องออกจากบ้าน!

I. ภาระที่ถูกทอดทิ้งในคืนฝนพรำ อายุครรภ์ของฉันก้าวเข้าสู่เดือนที่เจ็ดแล้วในคืนที่ กวิน อดีตสามีของฉัน โยนเสื้อผ้าเก่าๆ ของฉันออกไปนอกประตูบ้านท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก แต่ความหนาวเหน็บของพายุยังไม่สู้คำพูดที่เชือดเฉือนจากปากของเขาและ คุณหญิงดาริกา แม่ของเขา “ไสหัวออกไปซะ ลินลดา! ฉันเบื่อเต็มทีแล้วที่ต้องมาเลี้ยงดูคนอย่างเธอ!” กวินตะคริวใส่ฉันพร้อมกับยืนเท้าเอวอยู่ที่หน้าประตู “เธอทำตัวเป็นภาระที่แสนน่ารำคาญ ท้องก็ท้อง แต่ไม่มีปัญญาหาเงินเข้าบ้าน สู้ แพรวา ก็ไม่ได้ นอกจากเธอจะสวยและรวยแล้ว เธอยังเป็นถึงผู้จัดการอาวุโสในบริษัทที่ฉันทำอยู่ เธอต่างหากที่คู่ควรกับว่าที่รองประธานบริษัทอย่างฉัน!” คุณหญิงดาริกาเดินเข้ามาสมทบ เธอมองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชและรังเกียจ “ที่เรายอมทนให้เธอซุกหัวนอนอยู่ในบ้านหลังนี้ก็เพราะความสงสารหรอกนะ นึกว่าลูกชายฉันแต่งงานกับคนจนๆ แล้วเธอจะเจียมตัว แต่ที่ไหนได้ กลับกลายเป็นปลิงดูดเลือด …

ฉันปิดบังอดีตสามีและครอบครัวเศรษฐีจอมปลอมของเขามาตลอดว่า ฉันคือประธานบริษัทหมื่นล้านที่พวกเขาทำงานให้—จนกระทั่งวันที่พวกเขาไล่ฉันที่กำลังอุ้มท้องออกจากบ้าน! Read More

อดีตแม่ผัวพากองทัพญาติมาเหยียบย่ำฉันถึงบ้านในวันอีสเตอร์ หวังสะใจกับสภาพผู้แพ้หลังการหย่าร้าง

—แต่พวกมันต้องล้มทั้งยืนเมื่อรู้ว่าความเงียบของฉันคือระเบิดเวลาที่จ้องจะทำลายพวกมันจนสิ้นเนื้อประดาตัว! I. วันแห่งความหวังที่จะได้เย้ยหยัน วันอีสเตอร์ควรจะเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองและการเริ่มต้นใหม่ แต่สำหรับ “คุณนายรัชนี” อดีตแม่สามีของฉัน มันคือวันที่เธอตั้งตารอคอยมานานกว่าหกเดือน วันที่เธอจะได้เห็นฉันตกต่ำ วันที่เธอจะได้หัวเราะเยาะสะใจกับชีวิตที่พังทลายของอดีตลูกสะใภ้ที่เธอตราหน้าว่าเป็นแค่ “กาฝาก” ในตอนสายของวันนั้น รถตู้คันใหญ่ของตระกูลอดีตสามีแล่นมาจอดที่หน้าบ้านหลังใหม่ของฉัน คุณนายรัชนีก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง สวมชุดผ้าไหมราคาแพงและเครื่องเพชรวิบวับ ตามมาด้วย “ภานุ” อดีตสามีของฉัน และบรรดาพี่ป้าน้าอาเกือบสิบคน พวกเขามาพร้อมกับรอยยิ้มเหยียดหยามและเสียงหัวเราะคิกคัก พวกเขามั่นใจมากว่า หลังจากที่ฉันยอมเซ็นใบหย่าโดยไม่เรียกร้องสินสมรสแม้แต่บาทเดียวเมื่อหกเดือนก่อน ฉันจะต้องใช้ชีวิตอย่างดิ้นรนในบ้านเช่าหลังเล็กๆ ซุกหัวนอนด้วยความทุกข์ทรมาน และพวกเขาก็เตรียมคำพูดสั่งสอนมากมายเพื่อมารื้อฟื้นให้ฉันจำใส่หัวว่า “ถ้าไม่มีเงินของตระกูลพวกเขา ฉันก็เป็นได้แค่คนไร้ค่า” II. อดีตที่เคยถูกเหยียบย่ำด้วยความเงียบ ตลอดเวลาห้าปีที่ฉันแต่งงานกับภานุ …

อดีตแม่ผัวพากองทัพญาติมาเหยียบย่ำฉันถึงบ้านในวันอีสเตอร์ หวังสะใจกับสภาพผู้แพ้หลังการหย่าร้าง Read More

สามีมหาเศรษฐีเยาะเย้ยรูปร่างตอนตั้งครรภ์ 8 เดือนของฉันกลางศาลหย่าร้างและประกาศว่า “เธอต้องออกไปแต่ตัว”

—ก่อนที่เขาและเมียน้อยจอมหยิ่งจะต้องล้มทั้งยืนเมื่อฉันงัด “กฎริบทรัพย์ฐานคบชู้” ออกมาเชือด! I. คำดูหมิ่นในศาลหย่าร้าง บรรยากาศในห้องพิจารณาคดีเย็นเฉียบ แต่ก็ไม่เย็นชาเท่ากับสายตาของ “กวิน” สามีมหาเศรษฐีของฉันที่มองมา เขาแต่งตัวด้วยชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับ นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีโอหังอยู่ฝั่งตรงข้าม ถัดไปจากเขาคือ “ลิซ่า” เลขาสาวควบตำแหน่งเมียน้อยวัย 25 ปีของเขา ที่นั่งเบียดชิดและลอบส่งยิ้มเยาะเย้ยมาให้ฉันตลอดเวลา ฉันนั่งอยู่อีกฝั่ง มือหนึ่งลูบหน้าท้องที่นูนใหญ่เพราะกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขาได้ 8 เดือนเต็ม ร่างกายของฉันบวมน้ำและอุ้ยอ้ายจากฮอร์โมนคนท้อง “ดูสภาพเธอสิ พิมพ์” กวินเอ่ยขึ้นมากลางศาลด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม ขณะที่ทนายของเขากำลังยื่นข้อเสนอการหย่าร้างที่เอาเปรียบที่สุด “อ้วนฉุ รอยแตกลายเต็มตัว ไม่เหลือเค้าความสวยเลยสักนิด ฉันหมดอารมณ์กับเธอมาตั้งนานแล้ว …

สามีมหาเศรษฐีเยาะเย้ยรูปร่างตอนตั้งครรภ์ 8 เดือนของฉันกลางศาลหย่าร้างและประกาศว่า “เธอต้องออกไปแต่ตัว” Read More

ฉันตั้งครรภ์ได้หกเดือนตอนที่พี่สะใภ้ใจร้ายขังฉันไว้ที่ระเบียงอันหนาวเหน็บพร้อมบอกว่า “ความลำบากจะทำให้เธอเข้มแข็งขึ้น”

—แต่เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะต้องเผชิญกับการเอาคืนที่เจ็บปวดจากผู้เป็นแม่! I. คืนแห่งความโหดร้ายและพายุฝน ฉันกำลังตั้งครรภ์ลูกคนแรกได้หกเดือนตอนที่เกิดเหตุการณ์ฝังใจซึ่งฉันจะไม่มีวันลืม คืนนั้นพายุฝนพัดกระหน่ำ อากาศหนาวเย็นยะเยือกจนแทบจับขั้วหัวใจ ขณะที่ฉันเดินออกไปที่ระเบียงของคฤหาสน์เพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์และบรรเทาอาการอึดอัดจากการตั้งครรภ์ ฉันก็ได้ยินเสียงล็อคประตูกระจกดังขึ้นจากด้านใน เมื่อหันกลับไป ฉันเห็น “ริสา” พี่สะใภ้ของฉันยืนอยู่ตรงนั้น ในมือของเธอถือแก้วไวน์แดงราคาแพง ริมฝีปากของเธอยกยิ้มเย้ยหยันขณะมองทะลุกระจกออกมาหาฉัน “ริสา เปิดประตูให้ฉันเถอะ ข้างนอกมันหนาวมาก ลูกในท้องฉันอาจจะเป็นอันตรายได้นะ” ฉันอ้อนวอนพร้อมกับใช้สองมือโอบกอดครรภ์ที่นูนใหญ่ของตัวเองไว้เพื่อสร้างความอบอุ่น เธอจ้องมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาและเกลียดชัง “เธอทำตัวบอบบางเกินไปแล้วนะ นรินทร์” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่ลอดผ่านช่องกระจก “คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงหรือไงแค่เพราะท้องทายาทของตระกูลนี้? ไม่ต้องห่วงหรอก เธอไม่ตายง่ายๆ หรอก… บางทีความลำบากนิดๆ หน่อยๆ อาจจะทำให้เธอเข้มแข็งขึ้นนะ“ …

ฉันตั้งครรภ์ได้หกเดือนตอนที่พี่สะใภ้ใจร้ายขังฉันไว้ที่ระเบียงอันหนาวเหน็บพร้อมบอกว่า “ความลำบากจะทำให้เธอเข้มแข็งขึ้น” Read More

ฉันอายุ 73 ปีในวันที่สามีทิ้งฉันไปหาผู้หญิงอายุ 35 พร้อมคำด่าว่าฉันแก่และไร้ค่า..

. แต่เขาหารู้ไม่ว่าการก้าวออกจากประตูของเขา คือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่ทำให้เขาต้องชดใช้และเสียใจไปจนวันตาย! I. คำบอกลาที่แสนเลือดเย็น “คุณมันแก่แล้ว อารยา… คุณเอาแต่ป่วยและน่าเบื่อ” นั่นคือประโยคที่ ‘ทรงพล’ สามีที่ใช้ชีวิตร่วมกับฉันมานานถึง 45 ปี พูดขึ้นในเช้าวันอาทิตย์ที่แสนธรรมดา เขาไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น แต่มันเป็นน้ำเสียงที่เย็นชาและไร้เยื่อใยอย่างที่สุด เขายืนกอดอกมองฉันที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โยกด้วยสายตาที่เหมือนมองสิ่งของไร้ค่าชิ้นหนึ่ง “ผมกำลังจะไปจากคุณ… ผมกำลังจะไปใช้ชีวิตกับคนที่มีความหมาย คนที่ยังทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองมีชีวิตชีวา” เขากล่าวเสริมพร้อมกับหยิบกระเป๋าเดินทางแบรนด์เนมที่ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วเดินตรงไปที่ประตู เมื่อฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง ฉันเห็นรถสปอร์ตสีแดงคันหรูจอดเทียบอยู่ที่หน้าบ้าน และที่เบาะข้างคนขับ มีผู้หญิงสาวสวยวัยสามสิบห้าปีนั่งรออยู่ เธอสวมแว่นตากันแดด ทาปากสีแดงสด และส่งยิ้มเยาะเย้ยมาทางหน้าต่างบ้านของเรา ทรงพลเดินออกไปหาเธอ ควงแขนเธออย่างภาคภูมิใจ …

ฉันอายุ 73 ปีในวันที่สามีทิ้งฉันไปหาผู้หญิงอายุ 35 พร้อมคำด่าว่าฉันแก่และไร้ค่า.. Read More

ฉันทำอาหารเช้าปักษ์ใต้แสนอร่อยให้สามีผู้ทรยศ และรอยยิ้มของ ‘ภรรยาที่ดี’

 ก่อนที่บานประตูห้องครัวจะเปิดออกพร้อมกับความจริงที่ทำให้เขาหน้าซีดเผือด I. คำโกหกยามรุ่งสาง “เมื่อคืนคุณไปไหนมาคะ?” ฉันถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยขณะที่ ‘ดนัย’ สามีของฉัน เดินย่องเข้ามาในบ้านตอนรุ่งสาง สภาพของเขาดูอิดโรย เสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ และที่สำคัญ… มีกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงราคาแพงที่ฉันไม่คุ้นเคยติดตัวมาด้วย เขาชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย ก่อนจะหันมาและตอบกลับด้วยประโยคที่ทำให้ฉันประหลาดใจอย่างมาก “ผมไปอยู่เป็นเพื่อนไอ้ก้องมาครับที่รัก ก้องมันทะเลาะกับมายด์จนโดนภรรยาไล่ออกจากบ้าน ผมเลยต้องพาไปเปิดโรงแรมนอนเป็นเพื่อนมันปรับทุกข์ทั้งคืน… โธ่เอ๊ย คุณก็รู้ว่าผมทิ้งเพื่อนตอนลำบากไม่ได้” ฉันเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ ไม่ใช่เพราะความมีน้ำใจของเขา แต่เพราะความหน้าด้านในการโกหกต่างหาก ก้อง… เพื่อนสนิทของเขา เพิ่งจะประสบอุบัติเหตุรถชนและนอนเข้าเฝือกอยู่ที่โรงพยาบาลมาได้สามวันแล้ว และฉันเองก็เพิ่งซื้อกระเช้าผลไม้ไปเยี่ยมเขามาเมื่อวานซืน! ดนัยคงลืมไปสนิท หรือไม่ก็คิดว่าฉันโง่พอที่จะไม่รู้เรื่องเพื่อนของเขา แต่แทนที่ฉันจะอาละวาด กรีดร้อง …

ฉันทำอาหารเช้าปักษ์ใต้แสนอร่อยให้สามีผู้ทรยศ และรอยยิ้มของ ‘ภรรยาที่ดี’ Read More

คำบอกลาในพายุหิมะ สู่การทวงแค้นกลางงานวิวาห์: หกสัปดาห์ก่อนเขาผลักฉันและลูกน้อยไปรอความตาย… วันนี้ฉันกลับมาเพื่อทวงทุกสิ่งคืน!

บทที่ 1: ความตายสีขาวและคำบอกลาที่เลือดเย็น หกสัปดาห์ก่อน อากาศหนาวติดลบจนกระดูกแทบแหลกสลาย พายุหิมะพัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งรอบกระท่อมพักตากอากาศบนภูเขาที่ห่างไกล ฉันชื่อ “รินทร์” ยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าประตูที่เปิดอ้ากว้าง สวมเพียงชุดนอนบางๆ ในอ้อมแขนของฉันคือ “ลีโอ” ลูกชายตัวน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้เพียงสองสัปดาห์ เขากำลังร้องไห้จ้าเพราะความหนาวเหน็บที่พัดเข้ามาปะทะร่างเล็กๆ ตรงหน้าของฉันคือ “กวิน” สามีที่ฉันรักและไว้ใจที่สุด เขากำลังสวมเสื้อโค้ทขนสัตว์ราคาแพง แววตาของเขาที่เคยมองฉันด้วยความรัก บัดนี้ว่างเปล่าและเยือกเย็นยิ่งกว่าพายุหิมะด้านนอก “กวิน… คุณจะทำอะไร? รถของเราสตาร์ทไม่ติด พายุเข้าหนักขนาดนี้ เราต้องรอให้คนมาช่วยนะ” ฉันอ้อนวอน น้ำตาไหลอาบแก้มและจับตัวเป็นน้ำแข็งในทันที เขากระชากแขนฉันและผลักร่างของฉันพร้อมลูกน้อยออกไปนอกประตู ขาของฉันทรุดลงไปในกองหิมะที่หนาทึบ ความเย็นยะเยือกกัดกินผิวหนังจนแสบร้อน …

คำบอกลาในพายุหิมะ สู่การทวงแค้นกลางงานวิวาห์: หกสัปดาห์ก่อนเขาผลักฉันและลูกน้อยไปรอความตาย… วันนี้ฉันกลับมาเพื่อทวงทุกสิ่งคืน! Read More

ความจริงหลังชุดขาวที่ถูกฉีกกระชาก: เมื่อแม่สามีหยามเกียรติกลางห้องครัวเพราะคิดว่าลูกชายเป็นเจ้าของบ้าน

 แต่ต้องกรีดร้องสิ้นสติในเช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อลูกกุญแจไขเข้าบ้านไม่ได้อีกต่อไป เสียงผ้าเนื้อดีที่ถูกฉีกขาดดัง แควก! มันบาดลึกเข้าไปในความเงียบของห้องครัวหรูสไตล์โมเดิร์น ชิ้นส่วนของชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ที่ฉันเพิ่งซื้อมาเพื่อเตรียมใส่ไปงานเลี้ยงฉลองครบรอบวันแต่งงานร่วงหล่นลงบนพื้นหินอ่อนราวกับเศษขยะ ฉันชื่อ “นรา” และสตรีที่กำลังยืนถือเศษผ้าในมือด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความสะใจคือ “ลอเรน” แม่สามีชาวต่างชาติผู้หยิ่งยโสที่มองฉันเป็นเพียงกาฝากในชีวิตของลูกชายเธอมาโดยตลอด “จำใส่หัวแกไว้ซะ นังนรา! ลูกชายของฉันเป็นคนจ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์ในบ้านหลังนี้! แกไม่มีสิทธิ์เอาเงินของลูกชายฉันไปซื้อเสื้อผ้าแพงๆ มาประดับตัวเพื่อชุบตัวเป็นคุณนายหรอกนะ!” ลอเรนแผดเสียงตวาดใส่หน้าฉันพลางโยนเศษผ้าสีขาวที่เหลือใส่หน้าฉันอย่างเหยียดหยาม ฉันไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้กรีดร้องโวยวาย แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของฉันเย็นเฉียบจนเป็นน้ำแข็งคือร่างของ “ภัทร” สามีที่ฉันร่วมทุกข์ร่วมสุขและแต่งงานกันมาสามปี เขายืนอยู่ข้างๆ แม่ของเขา เขากอดอก นิ่งเฉย และเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ภัทรไม่ได้พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว ไม่มีการปกป้องภรรยา ไม่มีการห้ามปรามมารดาของตน สายตาที่เยือกเย็นและเพิกเฉยของเขาในวินาทีนั้นมันบอกฉันอย่างชัดเจนว่า …

ความจริงหลังชุดขาวที่ถูกฉีกกระชาก: เมื่อแม่สามีหยามเกียรติกลางห้องครัวเพราะคิดว่าลูกชายเป็นเจ้าของบ้าน Read More

แผนทารุณใต้ควันเหล็กเร่าร้อน: เมื่อแม่สามีถือเหล็กเผาไฟจ่อหน้าท้อง 8 เดือนและใช้ใบแจ้งตายปลอมมาบีบขู่ขโมยลูก

 แต่ต้องกรีดร้องสิ้นสติเมื่อผู้พิทักษ์ตัวจริงพังประตูเข้ามาทวงแค้น สายลมหนาวของค่ำคืนพายุโหมกระหน่ำไม่ได้ทำให้อุณหภูมิในห้องครัวลดลงเลยแม้แต่น้อย ทว่าความร้อนระอุที่กำลังแผ่ออกมากลับมาจาก “แท่งเหล็กเผาไฟ” ในมือของหญิงวัยกลางคนผู้มีใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโลภและริษยา ฉันชื่อ “มนัสวี” และตอนนี้ฉันกำลังยืนตัวสั่นเทา หลังชนฝาผนังห้องครัวที่ไร้ทางหนี สองมือโอบกอดท้องแก่ใกล้คลอด 8 เดือนของตัวเองไว้ด้วยความรักและสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่หวาดกลัวอย่างขีดสุด ตรงหน้าของฉันคือ “คุณนายดาริน” แม่สามีใจยักษ์ที่เกลียดชังฉันมาตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าบ้านหลังนี้ เพียงเพราะฉันเป็นลูกกำพร้าที่ไม่มีสินสอดทองหมั้นมาประเคนให้ตระกูลไฮโซของเธอ ยิ่งเมื่อ “ร้อยเอกอัคคี” สามีของฉันซึ่งเป็นทหารหน่วยรบพิเศษถูกส่งตัวไปปฏิบัติภารกิจลับสุดยอดในเขตชายแดนและขาดการติดต่อไปนานกว่าสามเดือน คุณนายดารินก็ยิ่งเผยธาตุแท้ความอำมหิตออกมาอย่างไร้ความปราณี “ตวัดลายเซ็นต์ของแกซะถ้านังมนัสวี! ไม่อย่างนั้นเหล็กแดงๆ แท่งนี้จะดาดลงบนท้องของแก ทารกข้างในจะได้สุกไปพร้อมกับแม่แพศยาอย่างแก!” คุณนายดารินแผดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพลางโยนเอกสารสองฉบับลงบนโต๊ะกินข้าวขัดมัน ฉบับแรกคือ “ใบแจ้งการเสียชีวิตในหน้าที่” ของร้อยเอกอัคคี ที่มีตราประทับปลอมของกองทัพ ทันทีที่ฉันเห็นชื่อของสามี …

แผนทารุณใต้ควันเหล็กเร่าร้อน: เมื่อแม่สามีถือเหล็กเผาไฟจ่อหน้าท้อง 8 เดือนและใช้ใบแจ้งตายปลอมมาบีบขู่ขโมยลูก Read More

การแก้แค้นของลูกเป็ดขี้เหร่: น้องสาวตัวดีแย่งคนรักของฉันไปเพราะคำว่า “อ้วน” แต่ฉันเอาคืนด้วยการควงมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่ทุกคนหวาดผวา ไปเหยียบงานแต่งของเธอ!

บทที่ 1: คำดูถูกที่กรีดลึกลงกลางใจ “พี่กฤตจะทนคบกับยัยหมูตอนนั่นไปถึงเมื่อไหร่คะ? นิตาอายเพื่อนจะแย่แล้วที่มีพี่สาวสภาพเหมือนตุ่มเดินได้แบบนั้น” “พี่ก็กำลังหาทางเลิกอยู่จ้ะ นิตาก็รู้ว่าพี่ทนคบกับณิชาเพราะสงสารเท่านั้นแหละ ใครจะไปรักผู้หญิงที่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนอ้วนฉุแบบนั้นลง… สู้เลเลขาคนสวยของพี่ก็ไม่ได้” นั่นคือบทสนทนาที่ฉันบังเอิญได้ยินเมื่อสองปีก่อน ขณะยืนถือเค้กวันเกิดที่ตั้งใจทำเองกับมืออยู่หน้าประตูห้องนอนของ “กฤต” แฟนหนุ่มที่ฉันคบหาดูใจมาถึงสามปี แต่สิ่งที่ทำให้ฉันใจสลายยิ่งกว่าการถูกสวมเขา คือผู้หญิงที่กำลังนอนกอดซบเขาอยู่บนเตียงนั้นคือ “นิตา” น้องสาวแท้ๆ ของฉันเอง เมื่อฉันผลักประตูเข้าไป ทั้งสองคนไม่ได้มีท่าทีตกใจหรือรู้สึกผิด นิตาเพียงแค่ดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าอก แสยะยิ้มมุมปาก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ก็เห็นๆ กันอยู่นะพี่ณิชา ยอมรับความจริงเถอะ ผู้ชายเขารักคนที่ความสวยความงามทั้งนั้นแหละ พี่อ้วนจนเนื้อปลิ้นขนาดนี้ กฤตเขาฝืนใจกอดพี่ไม่ลงหรอก ขอบใจนะที่ดูแลเขามาตลอด… …

การแก้แค้นของลูกเป็ดขี้เหร่: น้องสาวตัวดีแย่งคนรักของฉันไปเพราะคำว่า “อ้วน” แต่ฉันเอาคืนด้วยการควงมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่ทุกคนหวาดผวา ไปเหยียบงานแต่งของเธอ! Read More